จบการรายงาน
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสดทางไลฟ์เพจของเรามาตั้งแต่ช่วงบ่าย การชุมนุมหน้ารัฐสภาสิ้นสุดลงเมื่อ 21.00 น. แต่การประชุมในรัฐสภายังดำเนินต่อไป
เหตุชุลมุนหน้ารัฐสภาเกิดขึ้นขณะที่สมาชิกรัฐสภากำลังอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
บีบีซีไทยขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการรายงานสดทางไลฟ์เพจของเรามาตั้งแต่ช่วงบ่าย การชุมนุมหน้ารัฐสภาสิ้นสุดลงเมื่อ 21.00 น. แต่การประชุมในรัฐสภายังดำเนินต่อไป
นายนิยม เวชกามา ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์ และหักล้างเหตุผลของสมาชิกรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยซึ่งอ้างว่า ร่างดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเขาได้ยกตัวอย่างข้อเสนอที่ไอลอว์เสนอว่าเคยมีการเสนอกันแล้วในรัฐสภา และหากไม่เห็นด้วยก็สามารถตัดออกได้
นายนิยมได้ยกตัวอย่าง การเสนอไม่ให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการยกเลิกมาตรา 272 ว่าเป็นเพียงการเสนอความคิดเห็น
“เขาผิดอะไร เป็นการเสนอความเห็น เขาไม่ได้ผูกมัด อันไหนที่รับไม่ได้ ก็ไม่ต้องใส่เข้าไป สมาชิกบางท่านเห็นว่า กลุ่มราษฎรมีส่วนร่วมก็วิตกจริตเลย ดูตรงไหนใน 10 ข้อที่ว่าจะผิดรัฐธรรมนูญ” นายนิยม กล่าว
ส่วนการเสนอให้ยกเลิกแผนปฏิรูป สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้หลายคนก็มีความคิดไม่แตกต่างกัน ดังนั้นเขาจึงต้องการให้มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และหากไม่เห็นด้วยในเรื่องใด ก็สามารถตัดออกได้ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ
“กลุ่มที่เสนอเข้ามา จะมีสิทธิ์เป็นกรรมาธิการกับท่านได้สักกี่คน ท่านกลัวอะไร” นายนิยม กล่าว
นอกจากนี้ยังพูดถึงข้อเสนอยกเลิกมาตรา 279 คือการยกเลิกคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งหมด ว่า สมาชิกรัฐสภาก็เคยเสนอแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิด เขาจึงไม่เห็นว่าจะมีข้อเสนอใดที่เป็นการทำร้ายชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการเสนอให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. และส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็เคยผลักดันให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งมาแล้ว แต่เกิดรัฐประหารก่อน

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
นายอานนท์ นำภา กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังประกาศยุติการชุมนุมที่หน้ารัฐสภาว่า การชุมนุมหน้าสภาไม่เกิดประโยชน์อะไรแล้ว เพราะ "สภากลายเป็นโรงลิเก" ไม่ฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน รับคำสั่งมาจาก "ชนชั้นนำ" ที่มาคว่ำ "รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน" ที่ ไอลอว์ เสนอ
"เราไม่จำเป็นต้องคุยกับคนที่หมดความชอบธรรม" นายอานนท์กล่าว และเสริมว่า การชุมนุมใหญ่ในวันที่ 18 พ.ย. จะเป็นการชุมนุมแบบ "แนวราบ" ไม่มีแกนนำที่ชัดเจน และจะพูดถึงสถาบันกษัตริย์ใน "ทุกรูปแบบ"
"การประนีประนอมจะไม่มีทางเกิดขึ้นแล้ว"
ก่อนหน้านี้ นายวีรกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่ไอลอว์ยื่นต่อรัฐสภา โดยระบุว่า ร่างดังกล่าวไม่ให้อิสระแก่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. แต่กลับเป็นการบังคับให้ ส.ส.ร. ทำตามข้อเสนอของไอลอว์ 10 ข้อ
“ในกรณีนี้เราให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. ขึ้นมาร่าง เมื่อเรามอบอำนาจให้กับประชาชน เลือกคนที่จะร่างขึ้นมา เราจะต้องให้อิสระกับเขา โดยไม่ไปผูกมัดความคิด” นายวีรกร กล่าว

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai
ราว 20.45 น. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสว่า เมื่อผู้ชุมนุมพยายามฝ่าแนวกั้นเข้ามา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตือนผู้ชุมนุมแล้วและมีความจำเป็นต้องใช้น้ำแรงดันสูงฉีดสกัด
เขาบอกอีกว่า พยายามให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยของทั้งสองกลุ่มอย่างดีที่สุด แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันเพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมาจากหลากหลายที่"ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายไหน"
นายอนุชา บอกว่า วิธีแก้ปัญหาโดยสันติคือการให้สมาชิกในรัฐสภาพิจารณาประเด็นรัฐธรรมนูญต่อไป และนั่นเป็น “ตัวแทนที่จะฟังเสียงประชาชนอยู่แล้ว”
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีท่าทีอย่างไรต่อสถานการณ์วันนี้ นายอนุชาตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ก็มีความกังวล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้อนถึงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เคยแถลงการณ์ว่าจะไม่ใช้การฉีดน้ำกับผู้ชุมนุมอีก และตำรวจก็อยู่ในการกำกับดูแลของนายกฯ นายอนุชา บอกเพียงว่า ได้มีการเตือนผู้ชุมนุมแล้ว รวมถึงได้ตั้งแนวกั้นเพื่อรักษาระยะห่างแล้ว

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Thai Parliament Television
นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่ไอลอว์ยื่นต่อรัฐสภา โดยระบุว่า ร่างดังกล่าวไม่ให้อิสระแก่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. แต่กลับเป็นการบังคับให้ ส.ส.ร. ทำตามข้อเสนอของไอลอว์ 10 ข้อ
“ในกรณีนี้เราให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. ขึ้นมาร่าง เมื่อเรามอบอำนาจให้กับประชาชน เลือกคนที่จะร่างขึ้นมา เราจะต้องให้อิสระกับเขา โดยไม่ไปผูกมัดความคิด” นายวีระกร กล่าว
นายวีระกรระบุว่า เขาเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยรัฐบาลและฝ่ายค้านซึ่งคือ ร่างที่ 1 และ 2 มากกว่า
กลุ่มผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภายุติการชุมนุมเมื่อ 21.00 น. หลังนายอานนท์ นำภา และ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่ม "ราษฎร" ประกาศบนรถปราศรัยเชิญชวนประชาชนมาชุมนุมใหญ่อีกครั้ง ในวันที่ 18 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00 น.
"อยู่ต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ เพราะ ส.ว. ส่วนใหญ่ก็กลับไปแล้วทางเรือ อยู่ต่อไปก็อาจถูกปราบได้ เราไม่อยากสร้างความรุนแรง เรายึดหลักสันติ อหิงสา" อรรถพล บัวพัฒน์ หรือ "ครูใหญ่" กล่าวกับวอยซ์ทีวี

ที่มาของภาพ, Watchiranon Thongtep/BBC Thai
เวลาประมาณ 20.35 น. สมาชิกรัฐสภา 2-3 คนได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นภายนอกรัฐสภา โดยอ้างว่ามีเสียงปืนดังขึ้น และตั้งคำถามว่าควรประชุมต่อหรือไม่ แต่นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาอยู่ กล่าวว่า นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่าให้ดำเนินการประชุมต่อไป
ด้าน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ขอให้ประธานเรียก ส.ส. และ ส.ว. เข้ามานั่งฟังในห้องประชุมรัฐสภา
ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสรายงานว่า ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งใกล้บริเวณที่ชุมนุม ระบุว่า ตั้งแต่เวลาราว 17.00 น. มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 25 คน ถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาล โดยส่วนใหญ่โดนแก๊สน้ำตา มีศีรษะแตก และโดนลวดหนามเกี่ยว
ข่าวพระราชสำนักรายงานว่าเมื่อเวลา 17.55 น. วันนี้ (17 พ.ย.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจประจำปีการศึกษา 2562
ในการนี้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นายตำรวจใหม่ที่สำเร็จการศึกษา ตอนหนึ่งว่า
"การจะทำงานในหน้าที่ของตำรวจให้ได้ผลสมบูรณ์นั้น จะต้องอาศัยศรัทธา ความเชื่อถือ ทั้งของตนและของผู้อื่น หมายความว่า ตำรวจจะต้องมีศรัทธาเชื่อมั่นในตนเอง ในงานที่ปฏิบัติ ในกฎหมาย ในชาติบ้านเมือง และในคุณธรรม ความถูกต้อง ทั้งต้องได้รับศรัทธาความเชื่อถือจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และสำคัญที่สุดคือประชาชนด้วย"

ที่มาของภาพ, POOL
เกิดการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" กับกลุ่มไม่ทราบฝ่ายบริเวณแยกเกียกกาย ในจุดเดียวกับที่กลุ่มคนเสื้อเหลืองกับกลุ่มราษฎรปะทะกันเมื่อช่วงเย็น
ไทยพีบีเอสถ่ายทอดสดจากที่เกิดเหตุว่ามีเสียงคล้ายประทัดดังขึ้นก่อนที่ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรจะวิ่งกรูกันเข้าไปในซอยที่มุ่งหน้าท่าน้ำเกียกกาย ภาพจากการถ่ายทอดสดปรากฏรถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บขึ้นรถออกไปจากที่เกิดเหตุ และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกประคอง-หิ้วปีกออกมาจากพื้นที่อีกหลายราย
โจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซี โดนน้ำแรงดันสูงของตำรวจฉีดใส่ ขณะรายงานสถานการณ์การชุมนุมประท้วงอยู่หน้ารัฐสภา
น.ส. จีรนุช เปรมชัยพร ผู้แทนจากไอลอว์ซึ่งเป็นหนึ่งผู้ชี้แจงร่างแก้ไขฉบับประชาชน ได้ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นที่ ส.ส.พปชร. กล่าวหาการรับเงินทุนจากต่างชาติของไอลอว์ว่า องค์กรภาคประชาสังคมเองก็ไม่อยากรับเงินต่างชาติ หากองค์กรอิสระของรัฐ "ใจกว้างเพียงพอ" ในการอนุมัติงบประมาณให้กับองค์กรที่ทำงานวิพากษ์วิจารณ์รัฐ แต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น องค์กรภาคประชาสังคมจึงต้องแสวงหาแหล่งทุนที่พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณ
เธอยืนยันว่าแหล่งทุน "ไม่สามารถชี้นิ้วสั่งบอกให้ทำอะไร" ได้ อีกทั้งประเทศต้นทางของแหล่งทุนจะมีการตรวจสอบและมีกระบวนการโปร่งใส ไอลอว์ไม่เคยงุบงิบปิดซ่อนถึงกระบวนการรับทุนดังกล่าว
จีรนุช กล่าวอีกว่า การพยายามนำข้อกล่าวหาเหล่านี้มาทำลายไอลอว์ เป็นการบั่นทอนความเป็นจริงที่ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นความต้องการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนไทยหนึ่งแสนคน ไม่ได้มีแหล่งทุนหรือต่างชาติที่ไหนมากำหนดหรือบงการ
"วาทกรรมลักษณะนี้ ขอเถอะค่ะ มันเหนื่อยและไร้สาระมาก เรามีงานใหญ่ที่ต้องทำ มีเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือกับประชาชน มีเรื่องใหญ่ ๆ มากมาย ขอเถอะค่ะเรื่องนี้"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
หนึ่งในประเด็นที่ ส.ส.พรรครัฐบาล อภิปรายโจมตีร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คือ ประเด็นที่มาของเงินทุนสนับสนุนของไอลอว์
กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.พลังประชารัฐ (พปชร.) อภิปรายแสดงจุดยืนไม่รับร่างแก้ไขฉบับประชาชน เพราะเห็นว่า "ไอลอว์" มีทุนต่างชาติสนับสนุนโดยเฉพาะ จอร์จ โซรอส ผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีค่าเงินบาทเมื่อปี 2540
เธอบอกว่าหากรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่เป็นประชาธิปไตย มีที่มาจาก คสช. เป็น "ต้นไม้พิษ ลลูกไม้ย่อมเป็นพิษ" อย่างที่ฝ่ายผู้ชุมนุมวิจารณ์ ดังนั้นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ซึ่งเป็นองค์กรที่มีทุนต่างชาติสนับสนุนก็เปรียบเสมือน "รากพิษ" เพราะฉะนั้น จึงไม่สามารถรับร่างขององค์กรที่มีที่มาน่าสงสัยได้
"การรับเงินไม่ได้ผิดถ้าทำกิจกรรมต่าง ๆ แต่การทำกิจกรรมการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลและสนับสนุนข้อเสนอผุ้ชุมนุมในการปฏิรูปสถาบัน และเสนอร่าง (แก้ไขรัฐธรรมนูญ) ถือเป็นการเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาบัญญัติที่สูงสุดของประเทศไทย" ส.ส. พปชร. กล่าว
หลังจากพยายามผลักดันแนวกั้นตำรวจและเจรจากันอยู่นานนับชั่วโมง เวลาประมาณ 19.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถดันแนวกั้นของตำรวจเข้าไปยึดพื้นที่บน ถ.สามเสน บริเวณหน้ารัฐสภาได้สำเร็จ

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongthep/BBC Thai
เป็นอีกครั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ในขณะที่มีการประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งมีกำหนดจะลงมติในวันพรุ่งนี้
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส ) ทวีต ผ่านบัญชี @HRLAthai ว่า การสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ต่อผู้ชุมนุมเมื่อ 17 พ.ย. ถือได้ว่า "ไม่เป็นไปตามหลักสากล" เรื่องการใช้กำลัง เพราะตามหลักการแล้ว ก่อนใช้กำลังเจ้าหน้าที่ควรต้องพิจารณา
1. หลักความถูกต้องตามกฎหมาย โดยต้องมั่นใจว่ากำลังที่จะใช้ เป็นไปตามข้อกำหนดของตำรวจ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
2. หลักความจำเป็นอย่างเข้มงวด กล่าวคือ การใช้ความรุนแรงก็ควรเป็นหนทางสุดท้ายในการนำมาใช้
3. หลักความได้สัดส่วน โดยการใช้กำลังจะต้องเป็นไปตามเป้าประสงค์เพื่อให้บรรลุผลถึงการใช้กฎหมาย ไม่เช่นนั้นจะถือเป็นปฏิบัติเกินกว่าเหตุและไม่ได้สัดส่วน
4. หลักความรับผิดรับชอบ เมื่อ รัฐเป็นผู้ใช้กำลัง ทุกครั้ง รัฐจะต้องสรุปบทเรียนและ ผลเสียหายที่เกิดขึ้น โดยควรจะมีกลไกที่ไม่ใช่การตรวจสอบกันเองภายในองค์กร แต่ต้องมีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบอย่างเป็นอิสระ เพื่อไม่ให้เกิดการ ลอยนวลความผิดก่อนหน้านี้ตำรวจชี้แจงว่า "ทำตามขั้นตอน" และ การฉีดน้ำ "ไม่ใช่การสลายการชุมนุม"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
ช่วงหนึ่งของการประชุมสมาชิกรัฐสภา ซึ่งดำเนินไปขณะที่เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งมีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม "ราษฎร" และกลุ่มคนเสื้อเหลืองอยู่ด้านนอก สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเพื่อไทยได้ลุกขึ้นอภิปรายเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา ประสานงานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ยุติใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเท่าเทียมกัน
โดยนายชวนกล่าวว่า เขาได้สั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทำบันทึกเหตุการณ์ และได้กำชับมาตลอดว่า ยินดีให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่ของรัฐสภาได้ โดยที่ไม่ต้องมีการเตรียมมาตรการใดใดเป็นพิเศษ แต่จะต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ไม่คุกคามในทุกรูปแบบ และยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ว่าอย่าทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ
ใครทำอะไรกับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบให้เดือดร้อน คนนั้นต้องรับผิดชอบนายชวนกล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
โจชัว หว่อง แกนนำผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์ ระบุถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งใช้น้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาฉีดใส่ผู้ชุมนุมว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเป็นการใช้อำนาจอย่างไม่เลือกหน้าของรัฐบาลที่มีกองทัพหนุนหลัง
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
18.02 น. ที่รัฐสภาด้านติดแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณโรงอาหาร มีผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" 2 คน ว่ายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจากท่าเรือเกียกกายมาขึ้นฝั่งที่รัฐสภาซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่าหนึ่งในนั้นคือนายชินวัตร จากกลุ่มนนทบุรีต้านเผด็จการ เขาระบุว่าต้องการมาบอกนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาว่าให้สั่งให้ตำรวจหยุดใช้แก๊สน้ำตาการชุมนุมของประชาชน และขอพบกับ ส.ส. ฝ่ายค้าน
ระหว่างนั้นผู้ชุมนุมอีกคน ได้ปีนขึ้นไปบนขอบปูน โดยเจ้าหน้าที่ในสภาได้พยายามบอกให้ลงมา
"ผมบอกเลย กว่าจะข้ามน้ำมาถึงนี่แรงแทบไม่เหลือแล้ว" หนึ่งในผู้ชุมนุมที่ว่ายน้ำมากล่าว
ต่อมาได้มีตำรวจเข้ามาเจรจา โดยผู้ชุมนุมคนหนึ่งยืนเกาะอยู่ด้านนอกแนวรั้วซึ่งมีความสูงจากชั้นใต้ดินราว 10 เมตร ผู้ที่มาติดตามเหตุการณ์ได้ช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้เขาเข้ามาด้านใน รวมทั้ง ส.ส. เพื่อไทย 2 คน คือ นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย ลงไปช่วยเจรจาด้วย
ขณะที่ด้านนอกสภายังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความวุ่นวายมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว การอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังดำเนินต่อไปในสภา
เวลาประมาณ 16.30 น. ผู้แทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือ "ไอลอว์" ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา
"นี่ไม่ใช่เรื่องสุดโต่งและไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในบ้านเมืองเรา" นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์กล่าวในที่ประชุมสภา
ทั้งนี้ไอลอว์ได้ส่งผู้แทน 3 คนมาชี้แจงร่างฉบับประชาชน ได้แก่ น.ส.จิรนุช เปรมชัยพร นายจอน อึ๊งภากรณ์ และนายยิ่งชีพ
นายยิ่งชีพย้ำถึงความฝัน 5 ข้อ ซึ่งถูกนำเสนอสู่สาธารณะจนกระทั่งมีประชาชนกว่า 1 แสนคน ร่วมลงชื่อภายใน 43 วัน ว่าเป็นข้อเสนอที่เรียกร้องในหลักการพื้นฐานของการปกครองแบบประชาธิปไตยที่หลายประเทศทั่วโลกใช้กันเขาไล่เรียงถึงความฝันของร่างฉบับประชาชนว่า คือ
ความฝันในการอยู่ในประเทศที่กติกาการปกครองสูงสุดถูกเขียนโดยประชาชน มีการยกร่างจากประชาชน 100% ทว่ากลไกต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้ความฝันเหล่านี้เป็นจริงไม่ได้
"ความฝันนี้ของพวกเราเป็นเรื่องยากเกินไปไหมครับ สิ่งที่พวกเราและอีกแสนคนเสนอเป็นข้อเสนอที่ธรรมดามาก ๆ และเรียกร้องในหลักการที่พื้นฐานมาก ๆ" เขากล่าว"นี่ไม่ใช่เรื่องสุดโต่งและไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในบ้านเมืองเรา...เราเพียงเรียกร้องให้แก้ไขระบอบการเมืองที่ผิดปกติในปัจจุบัน ให้กลับมาเป็นระบอบการเมืองที่ปกติธรรมดาเท่านั้นเอง"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix