ทูตอียูย้ำผู้ส่งออกไก่ไทยให้ความสำคัญสิทธิและคุณภาพชีวิตแรงงาน

ที่มาของภาพ, Getty Images
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) สหภาพยุโรป (อียู) จับมือภาคเอกชนไทยการอบรมวิทยากรต้นแบบการจัดการด้านแรงงานอย่างรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานธุรกิจสัตว์ปีก เน้นความสำคัญสิทธิและคุณภาพชีวิตแรงงาน
เปียร์ก้า ตาปิโอลา เอกอัครราชทูตอียู ประจำประเทศไทย กล่าวว่าไม่ว่าเจ้าของฟาร์มไก่จะมีมาตรการจะรักษาความสะอาดหรือให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์มากเพียงใด แต่หากไม่มีธรรมาภิบาลในเรื่องสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานต่างชาติอย่างเท่าเทียมกัน การส่งออกก็จะทำไม่ได้เพราะชาติสมาชิกอียูให้ความสำคัญกับจุดนี้มาก
"พลเมืองของเรากระตือรือร้นที่จะทราบว่ามีการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมทั้งในแง่ของแรงงานและในแง่ของสิ่งแวดล้อม นี่คือคุณค่าพื้นฐานที่สำคัญ" นายตาปิโอลา กล่าวกับบีบีซีไทย
อียู กับ ไก่ไทย
สหภาพยุโรปคือตลาดสำคัญของผู้ส่งออกไทย เป็นผู้ซื้อไก่จากไทยมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากญี่ปุ่น ส่วนไทยเป็นผู้ส่งออกไก่ไปอียูเป็นอันดับ 2 รองจากบราซิล อียูนำเข้าไก่จากไทยปีละราว 300,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าราว 400 ล้านยูโร หรือ (500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) หรือ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็น 28% ของมูลค่าการการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปสหภาพยุโรป มีการคาดการณ์เมื่อต้นปีนี้ว่าจะมีการส่งออก 320,000 ตัน แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การส่งออกเนื้อไก่ตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้อยู่ที่ 280,000 ตัน
"ตัวเลขเหล่านี้บอกคุณว่าการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปสำคัญเพียงใด" เอกอัครราชทูตอียูกล่าวหลังร่วมพิธีเปิดการอบรม

ที่มาของภาพ, ILO
ภาคเอกชนในสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยจับมือจัดโครงการการอบรมวิทยากรต้นแบบเพื่อจัดการด้านแรงงานอย่างรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานธุรกิจสัตว์ปีก เมื่อ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ในกรุงเทพฯ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากอียู ไอแอลโอ ร่วมกับสภาองค์การนายจ้างแห่งประเทศไทย (ECOT) และสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย เพื่อพัฒนาบุคลากรของอุตสาหกรรมไก่เนื้อไทยก้าวสู่มาตรฐานแรงงานสากล
นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อการส่งออกไทย กล่าวในนามของสมาคมฯ และบริษัทนำร่องทั้ง 3 แห่งว่า "การอบรมครั้งนี้มีเป้าหมายที่พัฒนาบุคลากรของภาคเอกชนเป็นวิทยากรต้นแบบด้านมาตรฐานแรงงานสากลและแนวปฏิบัติใหม่ ๆ เพื่อส่งเสริมให้มีการนำแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดีไปใช้ในโรงงานแปรรูปไก่อย่างต่อเนื่องและถ่ายทอดความรู้ใหม่นี้ไปยังบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกของประเทศไทยปฎิบัติสอดคล้องตามมาตรฐานแรงงานสากลและเติบโตอย่างยั่งยืน"
ข้อกล่าวหาจากฮิวแมนไรท์วอทช์
ฮิวแมนไรท์วอทช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ กล่าวหาว่า แรงงานในฟาร์มเลี้ยงไก่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากเมียนมาและกัมพูชา หลายคนเผชิญกับสภาพการจ้างงานที่เลวร้าย ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำไม่กล้ามีปากเสียงกับเจ้าของฟาร์มที่มีอิทธิพลในพื้นที่ได้
"บริษัทผู้นำเข้าไก่หลายรายในยุโรปอาจตระหนักแล้วว่าการละเมิดสิทธิแรงงานในอุตสหากรรมไก่ของไทยมีอยู่อย่างกว้างขวาง ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมอียูและไอแอลโอจึงมาจัดงานอบรมสร้างความตระหนักให้ผู้ส่งออกไก่ของไทย" ฟิล โรเบิร์ตสัน รองผู้อำนวยการฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวกับบีบีซีไทย

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC THAI
นายตาปิโอลา เอกอัครราชทูตอียูกล่าวด้วยว่า แม้ไทยมีการกำกับดูแลแรงงานต่างชาติได้เป็นอย่างดีระดับหนึ่งแล้ว แต่เขาเห็นว่าก็ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ไทยจะทำได้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อผู้ใช้แรงงาน ผู้คนจำนวนมากในอุตสาหกรรมนี้เป็นแรงงานข้ามชาติ ส่วนต่างของสิทธิแรงงานที่ไม่ได้รับการเคารพในอุตสาหกรรมนี้
"บริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้าร่วมการอบรมเข้าใจชื่อเสียงของตนว่านี่คือการลงทุนที่ดีสำหรับการลงทุนในธุรกิจของตนเอง ผมหวังว่าบริษัทขนาดเล็กจะตามมาในไม่ช้า" นายตาปิโอลากล่าว
ในพิธีเปิดงาน นายแกรม บักเลย์ ผู้อำนวยการสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศประจำประเทศไทย กัมพูชา และ สปป. ลาว กล่าวสนับสนุนและแสดงความยินดีกับความร่วมมือในโครงการนี้ว่า "การส่งเสริมภาคเอกชนไทยในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบและมีการตรวจสอบอย่างรอบด้านจะเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจไทยในการพัฒนามาตรฐานนำหน้าคู่แข่งและการขยายธุรกิจในตลาดโลก"
ผู้ส่งออกบอก ไก่ไทยไปอียู "ไม่มีปัญหา"
นายคึกฤทธิ์ อารีปกรณ์ ผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยบอกกับบีบีซีไทยว่าปกติไทยส่งเนื้อไก่เข้าสหภาพยุโรปอยู่แล้ว และที่ผ่านมาไม่ได้มีปัญหาอะไรในเรื่องแรงงาน
"ทางเราตกลงกับลูกค้าโดยตรงและไม่เคยมีปัญหาอะไร และเราก็ทำตามข้อเรียกร้องของลูกค้าอย่างครบถ้วน แต่สิ่งที่อบรมกันคือความรู้เพิ่มเติมที่นอกเหนือจากสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่แล้ว"
ด้วยข้อกำหนดที่มีเพิ่มเติมจากคำแนะนำของไอแอลโอ ทำให้นายคึกฤทธิ์เห็นว่าการเข้าร่วมการอบรมของผู้ส่งออกเนื้อไก่รายใหญ่เป็นสิ่งที่ควรเพราะจะช่วยให้ไม่มีอุปสรรคในการส่งออกไปประเทศคู่ค้า
"อุปสรรคหลัก ๆ ในการส่งเนื้อไก่ไปสหภาพยุโรปก็คือเรื่องการที่ถูกกำจัดโควต้าการนำเข้า แต่ในขณะเดียวกันการส่งออกไปญี่ปุ่นและจีน ไม่มีการกำหนดโควต้า มีบางส่วนที่มีการส่งนอกเหนือโควต้าที่สหภาพยุโรปกำหนดแต่ต้องเสียภาษีที่มากขึ้นถึง 40-50%" นายคึกฤทธิ์อธิบาย

ที่มาของภาพ, ILO
เอฟทีเอ ไทย-อียู
เมื่อถามถึงเรื่องความตกลงการค้าเสรีไทย-อียู ที่ถูกระงับไปหลังรัฐประหารปี 2557 นายตาปิโอลา กล่าวว่ากระบวนการเตรียมการก่อนที่เราจะเริ่มการพิจารณาที่กำลังดำเนินอยู่
"สิ่งที่เราคิดว่าสำคัญคือ เราอยากจะเห็นคือความเห็นพ้องต้องกัน ความมุ่งมั่นตั้งใจ จากนั้นการตัดสินใจจะเกิดขึ้นเมื่อถึงเวลา แต่ในขณะนี้ขึ้นอยู่กับการเตรียมการ มันไม่เกี่ยวอะไรกับปัญหาการเมืองภายในประเทศ" เอกอัครราชทูต เปียร์ก้ากล่าวปิดท้าย
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 10 ต.ค. ฟริตยอฟ ชมิดต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคกรีนส์ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า จะเดินหน้ากดดันรัฐบาลเยอรมนีและอียูให้ระงับการเปิดการเจรจาข้อตกลงเขตการเสรีระหว่างอียูกับไทย เนื่องจากเห็นว่า รัฐบาลไทยปัจจุบันที่แปรสภาพมาจากคณะรัฐประหารยังดำเนินการที่ขัดขวางกระบวนการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย
นายชมิดต์ ผู้ตั้งกระทู้ในสภาต่อนายไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถามถึงการเสด็จพำนักในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และการกดดันให้สหภาพยุโรประงับการเปิดการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับไทย กล่าวกับบีบีซีไทยด้วยว่าเขาไม่พอใจคำตอบของนายมาส และจะเดินหน้าผลักดันต่อไป
"ผมไม่พอใจในคำตอบที่ได้ เพราะผมอยากให้รัฐมนตรีพูดว่าจะสนับสนุนการระงับการเจรจาการค้าไว้ก่อน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สหภาพยุโรปควรทำอย่างยิ่งหากต้องการยืนหยัดในค่านิยมประชาธิปไตย" นายชมิดต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากเยอรมนี
ด้านผู้จัดการสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยมองว่าข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับอียู อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อการส่งออกไก่ไทย
"ถึงแม้ว่าข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปเกิดขึ้นจริง แต่โควต้าที่สหภาพยุโรปตั้งเอาไว้ก็จะยังคงเดิม"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ความตกลงการค้าเสรี ไทย-อียู สำคัญต่อไทยอย่างไร
ข้อมูลของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จากการสัมมนา"ไทยพร้อมหรือยังที่จะฟื้นการเจรจา FTA ไทย-EU?" เมื่อ 22 ก.ย. ที่ผ่านมาระบุว่าความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอียู 27 ประเทศ (ไม่นับสหราชอาณาจักร) จะลดภาษีนำเข้าสินค้าทุกรายการทั้ง 2 ฝ่ายจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยขยายตัวได้ถึง 1.28% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.05 แสนล้านบาท
การส่งออกจากไทยไปอียูจะสูงขึ้น 2.83% หรือ 2.16 แสนล้านบาท และการนำเข้าจากอียูสูงขึ้น 2.81% หรือ 2.09 แสนล้านบาท
สินค้าส่งออกของไทยมีโอกาสขยายตัว เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ ยาง และพลาสติก
ข้อห่วงใยเรื่องการยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงยาและการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ เป็นประเด็นที่ไทยต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบเพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลและเตรียมการเจรจาอย่างรัดกุมต่อไป
ปี 2562 การค้าไทย-อียู มีมูลค่า 38,227.93 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 7.92% ของการค้าไทยกับโลก
ไทยส่งออกของไปอียู 19,735.86 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าสำคัญ อาทิ คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง
ไทยนำเข้าจากอียู 18,492.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าสำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์
ม.ค.-มิ.ย. 2563 มีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 16,233.49 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยไทยส่งออก 8,506.39 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 7,727.10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ











