โควิด-19: คำสั่งสังหารมิงค์ 17 ล้านตัวเพื่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์ ส่งผลอะไรต่อเดนมาร์ก

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทางการเดนมาร์กสั่งฆ่ามิงค์ถึง 17 ล้านตัวในประเทศ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทางการเมืองหลังนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กออกมายอมรับว่าแผนดังกล่าวไม่มีข้อกฎหมายรองรับ
ทางการเดนมาร์กกังวลว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กลายพันธุ์ซึ่งพบในมิงค์อาจทำให้วัคซีนที่กำลังคิดค้นกันอยู่ไร้ประสิทธิภาพ
ขณะที่นักการเมืองถกเถียงกันเรื่องนี้ มีการขุดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมากมายในพื้นที่ชนบทของเดนมาร์กเพื่อใช้ฝังซากสัตว์ที่ต้องถูกกำจัด
มีการส่งตำรวจและกองกำลังติดอาวุธไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่เจ้าของฟาร์มโดนสั่งให้ฆ่ามิงค์ของพวกเขา ตัวที่สุขภาพดีก็ไม่เว้น โดยคาดว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์ด้วยกัน
"เรามีมิงค์ 65,000 ตัว พวกมันจะถูกฆ่าหมดในสัปดาห์ที่จะถึงนี้" มาร์ติน ฟรอม เล่า พร้อมกับชี้ไปยังกระท่อมสำหรับเลี้ยงมิงค์หลายพันตัวที่วางเรียงกันเป็นแถวในฟาร์มบนเกาะฟูเนน เขาลดธงเดนมาร์กเหลือครึ่งเสา
"มันดูไม่ยุติธรรมเลย" ฟรอมบอก วิถีทำมาหากินของเขาถูกทำลายในชั่วข้ามคืน
เขาเป็นเจ้าของฟาร์มผลิตขนสัตว์รุ่นที่สาม สานต่อธุรกิจมานาน 60 ปี เจ้าของฟาร์มอื่น ๆ ก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน บางคนร่ำไห้ออกทีวี
การฆ่ามิงค์ดำเนินมาหลายสัปดาห์ ณ วันที่ 10 พ.ย. มีมิงค์ถูกฆ่าไปแล้ว 2.85 ล้านตัว
องค์กรการสัตวแพทย์และอาหารบอกว่าได้ฆ่ามิงค์เสร็จเรียบร้อยไปแล้ว 116 ฟาร์ม และจะดำเนินการต่อไป
ทำไมต้องฆ่า
เดนมาร์กซึ่งเป็นผู้ผลิตขนมิงค์รายใหญ่ที่สุดของโลก ไม่ใช่ประเทศแรกที่ได้รับผลกระทบ ประเทศผู้ผลิตขนสัตว์อย่างสเปน สวีเดน อิตาลี และสหรัฐฯ ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
เนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะเริ่มกำหนดให้การทำฟาร์มมิงค์เป็นเรื่องผิดกฎหมายในปีหน้า ก็โดนด้วย
ที่เดนมาร์ก มีฟาร์มถึง 1 ใน 5 ที่มีรายงานการติดเชื้อ
มีรายงานผู้ติดเชื้อที่ฟาร์มบนคาบสมุทรจัตแลนด์ถึง 237 แห่ง และคาดว่าอาจจะมีเพิ่มอีก 33 แห่ง

ที่มาของภาพ, EPA/MORTEN STRICKER
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสเตเทนส์ เซรุ่ม ในกรุงโคเปนเฮเกน เริ่มออกมาเตือนเรื่องนี้หลังพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กลายพันธุ์ในมิงค์ ตามมาด้วยคำสั่งฆ่ามิงค์เมื่อวันที่ 4 พ.ย. และคำสั่งล็อกดาวน์นาน 4 สัปดาห์สำหรับคนที่อยู่ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
นักวิทยาศาสตร์กังวลเพราะการกลายพันธุ์นี้เกิดที่บริเวณสไปก์โปรตีน (spike protein) ซึ่งเป็นโครงสร้างชั้นนอกของไวรัส ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับที่นักวิจัยพยายามจะใช้คิดค้นวัคซีนบางตัว
"Cluster 5"
เชื้อโควิด-19 เริ่มมาจากสัตว์ป่า ก่อนที่จะแพร่ระบาดมาสู่มนุษย์ ส่งต่อไปยังมิงค์ในฟาร์ม ก่อนที่ระบาดต่อไปยังมนุษย์กลุ่มเล็ก ๆ
นักวิทยาศาสตร์พบสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ในมิงค์หลายชนิด แต่สายพันธุ์ที่ชื่อ "คลัสเตอร์ 5" (Cluster 5) น่ากังวลเป็นพิเศษ และมีคนในเดนมาร์กติดเชื้อสายพันธุ์นี้แล้ว 12 คน เบื้องต้นพบว่าแอนติบอดีในคนไข้ตอบสนองต่อสายพันธุ์คลัสเตอร์ 5 ได้ดีไม่เท่าสายพันธุ์อื่น
นี่เป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสนใจ และสหราชอาณาจักรก็สั่งห้ามคนจากเดนมาร์กเดินทางมาประเทศในที่สุด
อย่างไรก็ดี บางฝ่ายก็กังวลว่าทางการเดนมาร์กอาจจะรับมือด้วยมาตรการเกินกว่าเหตุไป
ความผิดพลาด
เมื่อ 10 พ.ย. รัฐบาลเดนมาร์กออกมายอมรับว่าไม่มีกฎหมายรองรับคำสั่งที่มีผลทั่วประเทศนี้
"นี่เป็นความผิดพลาด ความผิดพลาดที่ไม่น่าเกิดขึ้น" นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน กล่าวขอโทษต่อรัฐสภา
รัฐบาลพยายามจะแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยการเร่งผ่านร่างกฎหมายฉุกเฉิน แต่พรรคฝ่ายค้านก็มีทีท่าที่จะไม่สนับสนุน โดยบอกว่าสิ่งที่รัฐบาลทำน่าตกใจและไร้ซึ่งความโปร่งใส
"ข้อผิดพลาดได้เกิดขึ้น" โมเกน เจนเซน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหาร เกษตร และประมง กล่าว "แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่ามีความเสี่ยงจากการเลี้ยงมิงค์ในเดนมาร์กในช่วงที่โควิด-19 ระบาด"

ที่มาของภาพ, EPA/MORTEN STRICKER
เจ้าของฟาร์มมิงค์ได้รับเอกสารสั่งให้ฆ่ามิงค์ให้หมดภายในวันที่ 16 พ.ย. แต่ก็มีบางรายที่ปฏิเสธจะให้ความเริ่มมือ
สำหรับเจ้าของฟาร์มเลี้ยงมิงค์อย่าง มาร์ติน ฟรอม เขาบอกว่าไม่สามารถรีรอได้เมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อระหว่างฟาร์ม
จุดจบของฟาร์มมิงค์ในเดนมาร์ก ?
เดนมาร์กมีฟาร์มมิงค์กว่า 1,000 แห่ง และ เทจ ปีเดอร์เซน ประธานสมาคมค้าขนสัตว์โคเปนเฮเกน เฟอร์ (Kopenhagen Fur) บอกว่า ในทางปฏิบัติแล้วมันก็เหมือนการปิดอุตสาหกรรมการค้าขนสัตว์โดยถาวร โดยบอกว่าจะมีคนตกงาน 6,000 คน
เมื่อปี 2018-19 อุตสาหกรรมขนสัตว์เดนมาร์กทำเงินได้ถึงเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยขายให้กับจีนและฮ่องกงเป็นหลัก

โควิด-19 เป็นสัญญาณแสดงจุดจบของการค้าขนมิงค์ในเนเธอร์แลนด์แล้ว เยอรมนี เบลเยียม ฝรั่งเศส และนอร์เวย์ ก็ทยอยลดการทำฟาร์มมิงค์แล้วเช่นกัน ส่วนสหราชอาณาจักรและออสเตรียสั่งห้ามผลิตขนสัตว์นี้หลายปีแล้ว
อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ผลิตขนสัตว์ในยุโรป (Fur Europe) บอกว่า ยังมีคนต้องการขนสัตว์ธรรมชาติอีกมาก และขณะนี้ราคาก็สูงขึ้นแล้วจากจำนวนขนสัตว์ในตลาดที่ลดน้อยลง
อย่างไรก็ดี กลุ่มเพื่อสิทธิสัตว์ก็บอกว่าถึงเวลาแล้วที่เดนมาร์กจะทำตามประเทศยุโรปอื่น ๆ และเลิกทำอุตสาหกรรมนี้โดยถาวร










