โควิด-19 : ภาวะลำเค็ญของแรงงานเมียนมา อยู่ไทยก็ไร้งาน กลับบ้านก็เสี่ยงติดโรค ไร้เงิน
"ที่พม่าไม่มีอะไรให้ทำ ไม่มีงาน ไม่มีที่ดินให้ทำกิน" มิ อู พูดเรียบ ๆ
ชายวัย 42 ปี ออกจากเมืองอิรวดีมาทำงานในโรงงานสิ่งทอที่ อ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมวิน แทน ภรรยา วัย 26 ปี ได้ราวสองปีครึ่ง
แม้รายได้จากการทำงานจะไม่ตรงตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด แต่ก็เพียงพอจ่ายค่าเช่าห้องพัก ค่าอาหาร และยังพอส่งกลับไปให้ลูกสองคนที่เมืองอิรวดีได้ใช้สอย กับยังเหลือเก็บบ้าง แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย ตั้งแต่ต้นปี 2563 ทำให้ทุกอย่างพลิกผัน
โรงงานหลายร้อยแห่งใน อ.แม่สอดต้องปิดตัวลง หรือลดการจ้างงาน มิ อู กับวิน แทน ถูกเลิกจ้าง โดยไม่ได้รับเงินชดเชย
"ทุกวันนี้ก็จะออกไปหางานรับจ้าง มีอะไรทำก็ทำไปก่อน งานทั่วไป งานในภาคเกษตร ไปเก็บข้าวโพดในไร่ แล้วก็ใช้จ่ายอย่างประหยัด แต่งานก็ไม่ได้มีเข้ามาทุกวัน" วิน แทน เล่า
สามีภรรยาชาวเมืองอิรวดีคู่นี้ เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงานในไทย และยังไม่เดินทางกลับประเทศในขณะนี้นับแสนคน เพราะเห็นว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในเมียนมาเลวร้ายลง แต่ที่แย่กว่านั้นคือ "กลับไปก็ไม่มีงาน ไม่มีที่ดินทำกิน" และยังต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันเมื่อเข้ามายังเมืองไทยอีกครั้ง กระแสข่าวการลักลอบข้ามแดนจึงเกิดขึ้นเป็นระยะ
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม แรงงานชาวเมียนมาใน อ.แม่สอด รวมตัวประท้วงเป็นระยะ เรียกร้องให้โรงงานกลับมาเปิดกิจการหรือให้เงินชดเชย แต่ไม่เป็นผล โดยแรงงานส่วนหนึ่งไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมของไทย
โควิด-19 ทำ แรงงานต่างด้าวหายไป 5 แสนคน

ที่มาของภาพ, จีระศักดิ์ รังสี
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เผยแพร่รายงานหัวข้อ "ผลกระทบของ Covid-19 ที่มีผลต่อการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย" ชี้ว่าตั้งแต่เดือนธันวาคม 2562 ถึงมิถุนายน 2563 จำนวนแรงงานต่างด้าวในไทยลดลงเพียงประมาณ 5 แสนคน จากราว 3 ล้านคน เหลือราว 2.5 ล้านคน โดยแรงงานต่างด้าวที่ยังอยู่ในไทยส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่จำนวนมากถูกเลิกจ้าง
มะ ทันดา อดีตแรงงานในโรงงานทอผ้าเป็นหนึ่งในนั้น เธอจากบ้านในเมืองย่างกุ้งมาทำงานในไทยได้สามปีแล้ว ทิ้งลูก ๆ อยู่ในความดูแลของตากับยาย
"ไม่รู้ว่าลูก ๆ เป็นยังไงกันบ้าง ไม่ได้ติดต่อกันหลายวันแล้ว ฉันไม่มีปัญญาเติมเงินค่าโทรศัพท์" เธอบอก
มะ ทันดา ประหยัดค่าใช้จ่ายโดยเช่าห้องพักเดียวกับเพื่อนแรงงานด้วยกันรวม 3 คน และใช้เงินเก็บที่ยังพอมีอยู่เป็นค่าอาหาร สภาพการณ์ของเธอยังดีกว่าอีกหลายคน
จอห์นนี อัดฮีการี แห่งมูลนิธิเมตตา บอกบีบีซีไทยว่าแรงงานชาวเมียนมากระจายตัวทำงานอยู่ในโรงงานราว 450 แห่งใน อ.แม่สอด ส่วนใหญ่เป็นแรงงานหญิงที่ทำงานในโรงงานสิ่งทอ แต่ขณะนี้แรงงานนับแสนคนอยู่ในสภาพเปราะบาง ไม่มีงานทำ หรือทำงานรับจ้างรายวันที่รายได้ไม่แน่นอน
"แรงงานต้องย้ายมาอยู่รวมกัน 7-8 คน บางกรณีมากถึง 13 คน อยู่ในห้องแคบ ๆ ซึ่งหากใครป่วยเป็นโรคโควิด-19 ก็เสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้คนอื่นด้วย"

ที่มาของภาพ, จีระศักดิ์ รังสี
ยอดผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเมียนมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคม กระทรวงสาธารณสุขเมียนมาระบุตัวเลขเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 20,000 คน และเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 41 คน
จอห์นนีอธิบายว่าแรงงานชาวเมียนมาที่เข้ามาทำงานในไทยมีจำนวนมากที่เดินทางมาจากรัฐยะไข่ ที่มีสถานการณ์สู้รบ การเดินทางกลับไปจะมีปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัย ขณะที่โรคโควิด-19 กำลังระบาดหนักในเมืองย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ แรงงานจากพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ต้องการกลับไปเสี่ยงกับโรค นอกจากจากนี้ยังมีแรงงานที่ตกอยู่ในสถานะเดียวกับมิ อู และวิน แทน คือไม่มีที่อยู่และที่ทำกินในเมียนมาอีกแล้ว
เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) มีมติผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือกัมพูชา ลาว และเมียนมา กว่า 2 ล้านคน ที่เดินทางเข้ามาทำงานโดยมีสถานะในการเข้าเมืองแตกต่างกันไป สามารถทำงานต่อในไทยได้จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565
แต่มิ อู กับวิน แทน บอกว่าแม้จะได้อยู่ต่อ แต่หลายเดือนมานี้มีงานทำแต่เดือนละ 1-2 วัน ทั้งสองต้องหยุดส่งเงินกลับไปให้ลูกที่เมียนมา และรอว่าเมื่อไหร่โรงงานที่ปิดตัวไปจะกลับมาเปิดอีกครั้ง
"ตอนนี้ก็พยายามออกไปหางาน โทรถามเพื่อนที่อื่นว่าพอมีงานไหม มีงานอะไรก็จะทำทั้งนั้น"










