แรงงานข้ามชาติ : ความไม่รู้และความเข้าใจผิดที่ปิดกั้นสิทธิทางการศึกษาของลูกแรงงานข้ามชาติ

คำบรรยายวิดีโอ, องค์กรยูนิเซฟระบุว่าเด็กในแคมป์ก่อสร้าง ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียน
    • Author, ธันยพร บัวทอง & วิดีโอโดย พริสม์ จิตเป็นธม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เด็ก ๆ ที่เป็นลูกของแรงงานข้ามชาติในอุตสาหกรรมก่อสร้างในไทยจำนวนมากไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือและต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ในแคมป์คนงาน แต่มีนายจ้างบางแห่งและองค์กรพัฒนาเอกชน พยายามส่งเสริมให้เด็ก ๆ เหล่านี้ได้มีพัฒนาการตามวัย

ตัวอักษรพยัญชนะภาษาไทย ถูกคัดตัวบรรจงด้วยดินสอลงในสมุดขณะที่ครูผู้สอนบอกคำให้นักเรียนสะกดตาม บรรยากาศในห้องเรียนชั้น ป.1 ของโรงเรียนคลองปลัดเปรียง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ อาจดูไม่ต่างจากห้องเรียนทั่วไป แต่สิ่งที่พิเศษก็คือบรรดานักเรียนเกือบ 30 คนในห้อง มีทั้งเชื้อชาติ ไทย ลาว เมียนมา และกัมพูชา

เด็ก 9 คนในห้อง เป็นลูกของแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยเพื่อเป็นฟันเฟืองให้แก่ระบบเศรษฐกิจในอาชีพที่คนไทยไม่ค่อยทำกันแล้ว

ชอบเรียนวิชาอะไรบ้าง "ก็ทุกวิชาครับ ชอบทุกอย่างเหมือนกันหมดเลย แต่อ่านได้บ้างไม่ได้บ้าง" ด.ช. เพี๊ยะตา สมพน เด็กชายชาวกัมพูชา ซึ่งติดตามครอบครัวเข้ามาทำงานในไทย บอกกับบีบีซีไทย ด้วยภาษาไทยที่ชัดถ้อยคำ

โรงเรียนคลองปลัดเปรียง

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, ชั้นเรียน ป. 1 ของโรงเรียนคลองปลัดเปรียง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ มีเด็กข้ามชาติเรียน 1 ใน 3 ของจำนวนนักเรียน

ปีนี้ เพี๊ยะตา มีอายุ 11 ปี หากเทียบกับช่วงชั้นการเรียนตามวัย เขาน่าจะต้องเรียนชั้น ป.6 แต่เขาเพิ่งจะได้เข้าเรียนชั้น ป.1 เมื่อเปิดเทอมเดือน พ.ค. ร่วมชั้นกับน้องชายวัย 7 ปี เหตุที่เขาเข้าเรียนช้า เพราะโรงเรียนแห่งแรกปฏิเสธไม่รับเพี๊ยะตาเข้าเรียนเพราะเป็นคนต่างด้าว ไม่ได้เกิดที่ไทยและไม่มีเอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการสมัครเข้าเรียน

เพี๊ยะตาอยู่เมืองไทยนาน 2 ปีแล้ว อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้านพักคนงานย่านบางนา เขาและเพื่อน ๆ ลูกคนงานที่นี่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเมื่อนายจ้างร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้บริเวณบ้านพักคนงาน และช่วยพาลูก ๆ แรงงานข้ามชาติไปเข้าสมัครเข้าเรียน

"อยากเรียนต่อครับ... เรียนไปถึงที่สุด" เด็กชายชาวกัมพูชาบอกอย่างมั่นใจ เมื่อถามว่าความฝันคืออะไร เมื่อโตขึ้น

อยากให้ลูกเรียนสูง

ทุกวันหลังเลิกงาน สมอนมวน สมพน แรงงานชาวกัมพูชา วัย 30 ปี จะขี่มอเตอร์ไซค์จากไซต์งานก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรกลับมาที่ห้องเช่าขนาดราว 4 คูณ 4 เมตร โดยมีภรรยาและลูกชาย 3 คนซ้อนท้ายมาด้วย

สมอนมวน หรือ "ยาว" เล่าถึงชีวิตในเมืองไทยของเขาเป็นภาษาไทยว่า เข้ามาทำงานเป็นแรงงานรับจ้างดูแลสวนในกรุงเทพฯ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเขามีลูก 2 คนซึ่งเกิดที่กัมพูชา แต่ไม่ได้พามาด้วย

แรงงามกัมพูชา

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, สมอนมวน และดา ค่า ภรรยาของเขา เป็นแรงงานที่เข้ามาทำงานในไทยโดยมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย

หลังจากอยู่ไทยได้ 2 ปี เขาก็ตัดสินใจพาลูกชาย 2 คน มาอยู่ด้วย สมอนมวนมีความหวังไม่ต่างจากพ่อแม่ทั่วไปที่อยากให้ลูกได้เรียนหนังสือ เขาจึงพาเพี๊ยะตา ลูกชายคนโตไปสมัครที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในละแวกนั้น

"ลูกอยากมาอยู่กับเราแล้วเราก็ดีใจ เพราะว่าลูกมาอยู่กับเรา เราดูแลเขาได้ อยากให้เรียนที่นี่ เพราะว่าอยู่กับเรา เด็กไม่ได้ทำอะไรอยู่แล้ว ก็ต้องการให้อ่านหนังสือบ้าง เรียนหนังสือบ้าง แค่นี้แหละ"

แรงงานกัมพูชา

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, สมอนมวน แรงงานชาวกัมพูชา วัย 30 ปี บอกว่า เหตุผลที่ต้องการให้ลูกเรียนอันดับแรก คือ การสื่อสารด้านภาษาไทย

ตอนนั้นสมอนมวนต้องผิดหวังเมื่อโรงเรียนปฏิเสธที่จะรับเพี๊ยะตาเข้าเรียน โดยให้เหตุผลว่าเด็กไม่ได้เกิดในไทย และไม่มีเอกสารทะเบียนเหมือนกับแรงงานที่เข้ามาทำงานผ่านระบบ

เขาเดินทางไปติดต่อหลายหน่วยงานตามคำแนะนำของโรงเรียน ทั้งกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งได้รับคำตอบว่า "ออกเอกสารให้ไม่ได้" เพราะยังไม่มีระบบที่เด็กมาอยู่ในไทย เมื่อไม่มีเอกสาร โรงเรียนก็ไม่รับลูกชายของเขาเข้าเรียน

บ้านแรงงาน

ที่มาของภาพ, Thanyaporn Buathong/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ห้องเช่าที่ครอบครัวของสมอนมวน อยู่รวมกัน 6 ชีวิต ย่านบางนา มี 1 ห้องน้ำ ส่วนหนึ่งถูกกั้นเป็นที่เก็บเสื้อผ้า

"เราก็ติดตามไปทั่วเลย สุดท้ายพอบอกว่าไม่ได้ก็เสียใจ ลูกก็เสียใจร้องไห้เดินออกมาเลย ก็เลยส่งกลับให้เรียนที่โน่น (กัมพูชา) ไปก่อน... ประมาณปีนึง อยู่ที่โน่นมีป้าคนหนึ่งดูแล ก็สงสารเขา อยู่คนเดียวดูหลาน 2 คน เลยพาลูกกลับมา ก็ให้เขาอยู่เฉย ๆ"

ได้เข้าเรียน

ขณะที่เด็กคนอื่น ๆ ในวัยเดียวกันกับเพี๊ยะตาได้พัฒนาทักษะและการเรียนรู้อย่างมากมายในโรงเรียน เพี๊ยะตาได้แต่อยู่เฉย ๆ หรือเล่นไปวัน ๆ ที่ไซต์ก่อสร้างนานถึง 2 ปี โดยไม่ได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือตามวัยที่เด็กคนหนึ่งควรได้รับ

ศูนย์การเรียนรู้

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, ศูนย์การเรียนรู้ ดูแลเด็กตั้งแต่อายุ 2-4 ขวบ สุขอนามัย ศิลปะ และการหัดรู้ตัวพยัญชนะภาษาไทย เป็นสิ่งที่เด็ก ๆ ได้รับการสอนที่นี่

วันหนึ่งเพื่อนแรงงานชาวกัมพูชาแจ้งข่าวว่ามีการเปิดศูนย์การเรียนรู้ที่บ้านพักคนงานก่อสร้าง เพื่อให้เด็ก ๆ ลูกคนงานได้พัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ ระหว่างที่พ่อแม่ทำงาน โดยเป็นการริเริ่มจัดตั้งจากนายจ้างที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)

นอกจากเตรียมความพร้อมด้านทักษะของวัยก่อนเข้าโรงเรียน เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ ยังช่วยส่งต่อลูกแรงงานข้ามชาติเข้าระบบการเรียนในโรงเรียนเมื่อถึงวัยด้วย

เด็กข้ามชาติ

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, เพี๊ยะตาเข้าเรียนชั้น ป. 1 ในวัย 11 ปี ซึ่งเป็นอายุที่สูงกว่าช่วงชั้นเรียน ด้วยเหตุที่ว่าเขาต้องติดตามพ่อแม่ที่เข้ามาทำงานในไทย และมีช่วงที่ต้องเว้นจากการเรียนเกือบ 2 ปี

กว่าที่เพี๊ยะตาจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนคลองปลัดเปรียง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้พาไปสมัครที่โรงเรียนสองแห่ง ทั้งสองที่บอกเหตุผลที่ไม่รับเข้าว่า มีนักเรียนจำนวนมากแล้ว อีกทั้งระบุถึงเอกสารของตัวเด็กที่เป็นภาษาของประเทศบ้านเกิด ว่าเป็นปัญหาในเชิงการจัดการที่เพิ่มขึ้นของโรงเรียน

"ยังไงก็อยากให้ลูกให้ดีมากกว่าเรา เพราะเราเรียนไม่ได้ เราก็อยากให้ลูกเรียนได้สูงกว่า" สมอนมวน บอกกับบีบีซีไทย "เพราะว่าเรามาทำงานแบบใช้แรงมันเหนื่อย แต่เราไม่อยากให้ลูกเหนื่อยเหมือนเรา อยากให้มีงานทำแบบไม่เหนื่อยมาก แบบว่าใช้การคิดการเขียน ไม่เหมือนเรา อยากให้เรียนสูง ๆ"

ปัญหาคุณภาพชีวิตเด็กในแคมป์ก่อสร้าง

จากสถิติของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในไทย 4 สัญชาติ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชาของเดือน เม.ย. 2562 มีจำนวนกว่า 2.8 ล้านคน ทว่าตัวเลขของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวไม่ได้ระบุจำนวนผู้ติดตามที่อายุต่ำกว่า 18 ปีไว้ แต่สถิติเมื่อปี 2559 บอกว่า มีผู้ติดตามที่อายุต่ำกว่า 18 ปี กว่า 23,000 คน จากตัวเลขแรงงาน 1.2 ล้านคน ในปีนั้น นั่นหมายความว่า ลูกของแรงงานข้ามชาติในปัจจุบันอาจมีจำนวนมากกว่านั้น

กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูนิเซฟ เคยระบุถึงความท้าทายของเด็กในแคมป์ก่อสร้างว่า เด็ก ๆ เหล่านี้ต้องเผชิญกับคุณภาพชีวิตที่ไม่ดีนัก

แคมป์

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Image

การขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม เช่น มีห้องอาบน้ำและห้องสุขาที่ไม่เพียงพอ การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างการรับวัคซีน การศึกษาที่เด็กในแคมป์ก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนและได้รับการศึกษาที่เหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่เด็ก ๆ ต้องเผชิญ

"เราเชื่อว่าในประเทศไทย ในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างก็มีปัญหาเรื่องนี้แน่นอน แต่เราจะสามารถเข้าไปหาพื้นที่ตรงนั้นได้ยังไง" สมพงษ์ สระแก้ว ผอ. มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็น "เมื่อเราปฏิเสธแรงงานไม่ได้ ก็ต้องจัดสิทธิที่เหมาะสมให้กับเขา"

เด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยมีสิทธิได้รับการศึกษา

ปัจจัยที่ทำให้เด็กลูกแรงงานข้ามชาติในภาคก่อสร้างไม่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม คือ การย้ายถิ่นฐานของแรงงานเอง การไม่รู้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านการศึกษา ปัญหาการสื่อสารด้านภาษา ขณะที่โรงเรียนบางแห่งไม่มีความเข้าใจเพียงพอต่อสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กต่างชาติ

"โรงเรียนก็คิดว่าเขารับมาเขาผิดหรือเปล่า เพราะเข้าเมืองผิดกฎหมาย ก็มีความกลัวเรื่องนี้อยู่ในหัว ทั้งที่เรื่องนี้มันไม่ผิด มีระเบียบชี้แจงไปแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการรองรับอย่างเต็มที่ ประกอบกับ อันนี้ต้องโทษกระทรวงศึกษาธิการด้วย เรามีนโยบายที่รับ แต่ไม่มีมาตรการเข้ามาช่วย" สุรพงษ์ กองจันทึก อนุกรรมการประสานงานและติดตามการดำเนินงานการกำหนดสถานะบุคคลในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

โรงเรียน คลองปลัดเปรียง

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, โรงเรียนคลองปลัดเปรียง รับนักเรียนข้ามชาติเข้าเรียนในทุกช่วงชั้น ผู้บริหารโรงเรียน บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วจะมีมากในชั้น ป. 1-2 ส่วนชั้นเรียนอื่นมี 4-5 คน

ในทางกฎหมายแล้ว ประเทศไทยรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานให้เด็กที่ไม่ได้มีสัญชาติไทยรวมถึงไม่มีหลักฐานการแสดงตน สามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาของไทยได้ ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 ก.ค. 2548 ที่ขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเดิมจำกัดไว้ให้เฉพาะบางกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ให้ข้อมูลว่า โรงเรียนที่เคยรับเด็กข้ามชาติจะทราบดีว่าเด็กสามารถเรียนได้ แต่หากเป็นโรงเรียนที่ไม่เคยรับจะไม่ทราบขั้นตอน ซึ่งนั่นหมายถึง โอกาสที่สูญเสียไปของเด็กที่เป็นลูกแรงงานข้ามชาติ

"จะมีคำถามว่า แล้วเรียนยังไง ไม่มีบัตร ต้องใช้เลขอะไร เราเลยได้แนะนำไปว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีเอกสารแบบฟอร์มตัวจี เพื่อให้กรอกเด็กไม่มีสถานะ" ดาหวัน ขอนทอง หัวหน้าฝ่ายการศึกษา มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ระบุ

เป็นต้นทุนของนายจ้าง ?

สุรพงษ์ ให้ข้อมูลว่า กฎหมายสถานประกอบการจะต้องจัดให้มีสถานที่เลี้ยงดูบุตรสำหรับพนักงาน แต่ไม่ใช่ทุกที่ที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขนี้ได้

ยูนิเซฟเองก็เคยระบุเมื่อปี 2560 ว่า มีหลากหลายโมเดลที่นายจ้างภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้างในประเทศไทย ควรหันมาลงทุนในสวัสดิการแก่แรงงานข้ามชาติและลูกหลาน

ศูนย์การเรียนรู้

ที่มาของภาพ, Paris Jitpentom/BBCThai

คำบรรยายภาพ, ตู้คอนเทนเนอร์เก่า 2 ตู้ ถูกนำมาแปลงเป็นสถานที่ให้เด็ก ๆ ลูกแรงานข้ามชาติ ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะตามวัย ซึ่ง บจก.อารียา พรอพเพอร์ตี้ ตั้งขึ้นได้กว่า 1 ปี

"เราได้แรงงานที่มีฝีมืออยู่กับเราต่อเนื่อง มันส่งผลต่อการลดต้นทุนการก่อสร้างในทางอ้อม" ดร. ทวีรัก กลิ่นสุคนธ์ ผอ. ฝ่ายส่งเสริมประสิทธิภาพเพื่อความยั่งยืน บจก.อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวกับบีบีซีไทย จากประสบการณ์ของบริษัทที่ได้ศูนย์การเรียนรู้ในบ้านพักคนงานที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ผู้บริหารอสังหาฯ รายนี้ บอกว่า การลงทุนในสวัสดิการเพื่อคุณภาพชีวิตของลูกแรงงาน จะยิ่งทำให้แรงจูงใจที่พวกเขาจะทำงานกับองค์กรยาวนานขึ้น ซึ่งหมายถึงบริษัทจะได้แรงงานที่มีฝีมืออยู่กับบริษัทนานมากขึ้น

"เราอยากพัฒนาคนงานของเราให้ได้ นอกจากการอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานแล้ว โครงการนี้เรื่องของเด็ก ก็ตอบโจทย์เหมือนกัน พ่อแม่ก็ไม่อยากย้ายไปไหน" ดร. ทวีรัก กล่าว