ประมง : พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานประมงมีผลประกาศใช้แล้ว แต่บางส่วนเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อนายจ้าง

จับปลา

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, นันท์ชนก วงษ์สมุทร์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เมื่อวานนี้ (22 พ.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562 เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิของแรงงานประมงและป้องกันการบังคับใช้แรงงานในงานประมง โดยต้องรออีก 180 วันจึงจะมีผลบังคับใช้

กฎหมายนี้ให้สิทธิต่าง ๆ แก่แรงงานประมง เช่น สิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและสวัสดิการ สิทธิขอเดินทางกลับสถานที่ที่เจ้าของเรือรับแรงงานประมงเข้าทำงาน หรือ สิทธิในที่พักอาศัยบนเรือประมงที่มีดาดฟ้าและมีขนาดตั้งแต่สามร้อยตันกรอสส์ขึ้นไป

กฎหมายดังกล่าวยังให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานจากกรมประมง กรมเจ้าท่า และกระทรวงแรงงาน ในการขึ้นไปบนเรือหรือเข้าไปในสถานที่ประกอบกิจการของเจ้าของเรือเพื่อตรวจสภาพการทำงาน สภาพการจ้าง และสภาพความเป็นอยู่

แก้ไขปัญหาแรงงานประมง

พ.ร.บ. ดังกล่าวเป็นผลพวงมาจากการที่ไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาการทำงานในภาคประมง พ.ศ. 2550 (ฉบับที่ 188) หรือ C188 ซึ่งคุ้มครองการทำงานและสภาพความเป็นอยู่ของแรงงงานบนเรือประมง โดยประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาดังกล่าว และปัจจุบันมีทั้งหมด 12 ประเทศที่ให้สัตยาบัน

ถือว่าเป็นความพยายามของไทยที่จะแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2558 สหภาพยุโรป (อียู) ได้ออก "ใบเหลือง" เตือนไทยว่ายังไม่มีมาตรการที่เพียงพอที่จะป้องกันและขจัดปัญหาการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม จนกระทั่งเมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา อียูได้ประกาศปลดใบเหลืองให้ไทย

(ซ้าย) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายกาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ

ที่มาของภาพ, MARCEL CROZET

คำบรรยายภาพ, พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว (ซ้าย) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายกาย ไรเดอร์ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทซ

นอกจากนี้ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วได้ยกระดับประเทศไทยมาอยู่กลุ่มที่ 2 (Tier 2) หลังอยู่ในกลุ่มที่ 2 บัญชีรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามอง (Tier 2 Watch List) ติดกันมา 2 ปี

อุตสาหกรรมการประมงพาณิชย์และอาหารทะลไทยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 191,000 ล้านบาท) โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลรายใหญ่รายหนึ่งของโลก

ภาคการประมงและการแปรรูปอาหารทะเลของไทยมีการจ้างงานมากกว่า 600,000 คนในปี 2560 โดยเป็นแรงงานข้ามชาติจดทะเบียนจำนวน 302,000 คน ภาคการประมงอย่างเดียวมีการจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติมากกว่า 57,000 คนที่ทำงานบนเรือประมงพาณิชย์ประมาณ 10,550 ลำในปี 2560

ต้นทุนที่สูงขึ้น

แม้ว่ากฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการแล้ว แต่สุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับใหม่และ C188 ในการคุ้มครองแรงงาน เนื่องจากให้สิทธิแรงงานที่มากเกินไป

สุรชัยคาดการณ์ว่า ตั้งแต่มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การประมง พ.ศ. 2558 ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการประมงเพิ่มขึ้น 80% โดยเขายกตัวอย่างเช่น การที่นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นรายเดือนโดยผ่านบัญชีธนาคาร ซึ่งในความเป็นจริงเรือไม่ได้ออกทำการประมงทุกวัน นั่นหมายความว่า ในเดือนที่หยุดก็ยังต้องจ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกจ้าง

fishing

ที่มาของภาพ, Getty Images

โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าประมงที่ออกมาตั้งแต่ปี 2558 ได้แก่

  • พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ปรับปรุง พ.ศ. 2560
  • กฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 ปรับปรุง พ.ศ. 2561
  • พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ปรับปรุง พ.ศ. 2558, 2560 และ 2562
  • พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีค้ามนุษย์ พ.ศ. 2559
  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานในงานประมง พ.ศ. 2562

แม้ว่า พ.ร.บ. ที่เพิ่งออกมา มีการกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับต่อนายจ้างที่ทำผิด แต่สุรเดชมองว่า กลับไม่มีบทลงโทษกับแรงงานที่กระทำความผิด เช่น แรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้าง โดยยกตัวอย่างแรงงานภาคการประมงที่มีการเบิกเงินล่วงหน้าแล้วไม่มาทำงาน แม้ว่าจะมีการเซ็นสัญญาจ้างแล้ว

"เมื่อเข้าเซ็นสัญญาจ้างแล้ว เขาไม่มาทำงานก็ได้ ไม่มีความผิด แล้วกระทรวงแรงงานก็ไม่สามารถเอาผิดได้" สุรเดช กล่าว "ปัญหาแบบนี้เกิดทุกจังหวัดที่มีการทำประมง และเกิดสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่า 80% ของแต่ละจังหวัด"

ความเสี่ยงเหล่านี้ทำให้ธุรกิจประมงต้องลดขนาดลงและบางแห่งต้องปิดกิจการในที่สุด

"ทุกวันนี้ มากกว่า 70% ที่เรือจอด หยุดกิจการ" สุรเดช กล่าว "เราขาดแคลนแรงงานสูง แต่ไม่มีความกระตือรือร้นนำเข้าแรงงาน เพราะไม่มีกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุน และการนำเข้าแรงงานแพง และไม่มีเครื่องยืนยันว่าอยู่กับเราได้ครบปีตามสัญญา"

แต่มงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุกรรมการร่างกฎหมาย กล่าวกับบีบีซีไทยว่า พ.ร.บ. ดังกล่าวผ่านการรับฟังความคิดเห็นไปแล้ว 2-3 รอบก็ไม่มีปัญหาอะไร มีการท้วงติงเพียงเล็กน้อย และการต่อต้านเป็นเพียงส่วนที่เล็กน้อย

"สมาคมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. แต่ที่สมาชิกไปคัดค้าน คือในเรื่องของ C188 เนื่องจากความรู้ข้อมูลข่าวสารไม่เท่าเทียมกัน สมาคมพยายามสื่อสารให้สมาชิกเข้าใจในเรื่องของการดูแลสิทธิแรงงาน" เขากล่าว "เรื่องการดูแลสิทธิแรงงาน เราดูแลอยู่แล้ว ไม่ขัดแย้ง"

fishing

ที่มาของภาพ, Getty Images

ข้อกังวล

ปภพ เสียมหาญ ผู้อำนวยการฝ่ายคดี มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการประมงของไทยมีการปรับพื้นฐานมาระยะเวลาหนึ่ง และผู้ประกอบการก็พยายามปรับตัวกับการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบเกินไปสำหรับผู้ประกอบการ

"ก็ต้องคิดว่าเมื่อก่อนที่ประมงมีปัญหาเยอะก็เพราะผู้ประกอบการพยายามที่จะกดต้นทุนให้ต่ำไว้ จะได้กำไรมาก ๆ แปลว่ารูปแบบการทำงานโอเวอร์เกินไปกว่าที่กฎหมายกำหนด" ปภพ กล่าว

"ไทยถูกตั้งข้อสังเกตว่าจับปลาเยอะเกินกว่าที่โควต้ากำหนด ก็เลยเป็นข้อสังเกตว่ามีการทำประมงเยอะไปจริง ๆ จนทำให้ความสมดุลระหว่างธุรกิจพวกนี้ไม่มี"

แม้ว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะออกมาแล้ว แต่ก็ยังมีบางมาตราที่มีการพูดคุยกันอยู่และยังไม่สามารถรับรองได้ เช่น เรื่องการเข้าถึงหลักสุขภาพที่ C188 กำหนดให้แรงงานประมงได้รับหลักประกันสุขภาพจากรัฐบาล แต่ผู้ประกอบการมองว่าไม่จำเป็น ดังนั้น พ.ร.บ. จึงพูดเพียงกว้าง ๆ ว่าเจ้าของเรือต้องจัดให้แรงงานประมงได้รับสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพและสวัสดิการต่าง ๆ และต้องรอกฎหมายลูกออกข้อกำหนดต่าง ๆ ต่อไป