งบ 2563 : ส.ส. “งูเห่าสีส้ม” ร่วมโหวตในนาม พปชร. ส่วนสภาจองกฐินอภิปรายงบกลาโหม 119 คน

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ที่มาของภาพ, Str/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าชี้แจงงบประมาณของหน่วยงานตัวเอง ต่อ กมธ. งบประมาณฯ 2563 ที่รัฐสภา เมื่อ 28 พ.ย. 2562

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3,200,000 ล้านบาท ในวาระ 2 และ 3 วันที่ 8-9 ม.ค. นี้ โดยพบว่ากระทรวงกลาโหมเป็นหนึ่งในส่วนราชการที่ถูก "หั่นงบประมาณ" ลงมากที่สุดถึง 1,518.2 ล้านบาท โดยมีผู้จองกฐินอภิปรายงบกลาโหมถึง 119 คน

แกนนำรัฐบาลอย่างนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ของสภา จะสามารถผ่านไปได้ด้วยดี

หนึ่งวันก่อนสภาเปิดถกร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ปรากฏว่า พปชร. ได้เปิดตัว 2 ส.ส.จันทบุรี ที่ถูกขับพ้นพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในฐานะสมาชิกใหม่ของ พปชร. คือ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา และนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี นั่นหมายความว่าพวกเขาจะได้ร่วมลงมติในนาม พปชร. อย่างเป็นทางการหลังเคยโหวตสวนมติพรรค จนถูกกล่าวหาว่าเป็น "งูเห่าสีส้ม"

ถึงขณะนี้เสียงของ พปชร. ในสภาจึงขยับขึ้นเป็น 119 เสียง ไม่รวมนายกรุง ศรีวิไล ส.ส.สมุทรปราการ ที่ถูกศาลสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ และ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร ที่มีหมายจับคดีบุกล้มการประชุมอาเซียนปี 2552

เมื่อรวมเสียงของ 18 พรรคร่วมรัฐบาลในสภา จึงพุ่งเป็น 259 เสียง (รวมนายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี อีกคนที่ถูกขับออกจาก อนค. และเปิดเผยว่าจะสังกัดพรรครัฐบาล แต่ยังไม่เปิดเผยต้นสังกัดใหม่ที่แน่ชัด) ขณะที่ 7 พรรคฝ่ายค้านมีเสียงหดเหลือ 239 เสียง จาก ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสภาได้ 498 คน

อดีต ส.ส. อนาคตใหม่ เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

คำบรรยายภาพ, อดีต ส.ส. อนาคตใหม่ เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

ประธานวิปรัฐบาลสั่ง ส.ส. พร้อมในสภา คาดลงมติทุก ชม.

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้กำชับให้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ภายในสภา ซึ่งต้องลงมติไม่น้อยกว่า 47 ครั้ง โดยอาจต้องลงมติทุกชั่วโมง

สำหรับการประชุมสภา เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ในวาระ 2 จะพิจารณาเป็นรายมาตรา รวม 55 มาตรา ซึ่งมี กมธ. ขอสงวนความเห็น 25 คน และมี ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ 146 คน

กมธ. วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ 2563 ที่มีนายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติปรับลดงบจากหน่วยงานต่าง ๆ ลง 16,231.2 ล้านบาท จัดสรรคืนให้กับส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอตามความจำเป็น 13,177.5 ล้านบาท และจัดสรรให้หน่วยงานของรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ 3,053.8 ล้านบาท

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ปรึกษา กมธ. งบประมาณฯ 2563 วิจารณ์การตั้งงบของกองทัพอย่างเผ็ดร้อน ก่อนลาออกจากตำแหน่งหลังถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.

สภาจองกฐิน 119 คน เตรียมอภิปรายงบกลาโหม

เฉพาะมาตรา 8 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในกำกับ ซึ่ง กมธ. มีมติให้ปรับลดงบประมาณจาก 125,918.5 ล้านบาท เหลือ 124,400.3 ล้านบาท หรือลดไป 1,518.2 ล้านบาท คิดเป็น 1.21% มี กมธ. ขอสงวนความเห็น 24 คน (เห็นควรให้ปรับลดงบลงตั้งแต่ 5-100% ทั้งนี้ผู้เสนอตัดงบกองทัพ 100% คือนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กมธ.โควต้าพรรคเพื่อไทย) และมี ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ 95 คน (เห็นควรให้ปรับลดงบลงตั้งแต่ 0.04-50%) นั่นหมายความว่ามีผู้ "จองกฐิน" อภิปรายงบกระทรวงกลาโหมถึง 119 คน ในการประชุมสภากลางสัปดาห์นี้

ที่น่าสนใจคือมีอยู่ 2 โครงการที่ กมธ. มีมติตัดงบทิ้ง 100% คือ โครงการก่อสร้างบ้านพักอาคารสวัสดิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ระยะที่ 2 วงเงิน 43.5 ล้านบาท ซึ่งเคยตั้งงบและได้รับการจัดสรรงบดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 และ 2562 มาถึงปี 2563 กลับถูกตัดงบก้อนสุดท้ายทิ้งทั้งก้อน

ส่วนอีกโครงการที่ถูกตัดงบเป็นของกองทัพเรือ (ทร.) คือ โครงการวิจัยและพัฒนาสร้างเรือดำน้ำขนาดเล็ก วงเงิน 690,000 บาท โดย กมธ. ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการขอตั้งงบเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำว่าเป็นการใช้จ่ายงบประมาณค่อนข้างสูง "ควรจัดซื้อเพื่อความจำเป็นต่อภารกิจอย่างแท้จริง โดยต้องสามารถชี้แจงแสดงเหตุผลทำความเข้าใจต่อประชาชนได้"

ผบ.ทบ.

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผบ.ทบ. โชว์ความฟิตในระหว่างตรวจเยี่ยมการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ผู้บังคับหน่วยระดับกองพัน จำนวน 331 นาย ที่สนามกีฬากรมยุทธ์ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก

ในรายงานของ กมธ.งบประมาณ เล่มที่ 1 ยังได้สรุปความเห็นของ กมธ.ที่ขอสงวนความเห็น และ ส.ส. ที่ขอสงวนคำแปรญัตติงบประมาณของกระทรวงกลาโหมเอาไว้ 9 ข้อ อาทิ ควรให้ความสำคัญกับกำลังพลในเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ควรรับสมัครแทนการเกณฑ์ทหาร, ควรกำหนดภารกิจด้านการปกป้องสถาบันหลักของชาติและเสริมสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้เป็นภารกิจประจำของกระทรวงกลาโหม ฯลฯ

ไม่ใช่แค่กระทรวงกลาโหมที่ถูก "หั่นงบ" ลงจำนวนมาก แต่ยังมีอีก 2 กระทรวงที่ถูก กมธ. หั่นงบลงหลัก "พันล้าน" เช่นกันคือ กระทรวงสาธารณสุขถูกปรับลดงบประมาณจาก 28,049 ล้านบาท เหลือ 26,730.7 ล้านบาท หรือลดลง 1,318.3 ล้านบาท คิดเป็น 4.7% อย่างไรก็ตามมี กมธ. ขอสงวนความเห็น และ ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ รวม 105 คน

ส่วนกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถูก กมธ. ปรับลดงบประมาณจาก 49,037.8 ล้านบาท เหลือ 47,890.3 ล้านบาท หรือลดลง 1,147.5 ล้านบาท คิดเป็น 2.34% แต่ก็ยังมี กมธ. ขอสงวนความเห็น และ ส.ส. ขอสงวนคำแปรญัตติ รวม 97 คน

เอ็นจีโอ ตั้งข้อสังเกตกรมวิชาการเกษตร ถูกปรับลดงบฯ 40%

ส่วนอีกกระทรวงที่ถูกจับตามองโดยภาคประชาสังคม (เอ็นจีโอ) หนีไม่พ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถูก กมธ. ปรับลดงบประมาณจาก 32,577.8 ล้านบาท เหลือ 31,644.5 ล้านบาท หรือลดลง 2.86%

เฉพาะกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเดิมตั้งงบประมาณไว้ที่ 1,500.6 บาท แต่ถูกปรับลดงบเหลือ 600.9 ล้านบาท หรือลดลงราว 40% ทำให้มูลนิธิชีววิถี ซึ่งออกมาเคลื่อนไหวให้ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับงบที่หายไป และนำไปเทียบกับหน่วยงานอื่น ๆ ภายในกระทรวงเกษตรฯ ที่ถูกปรับลดราว 2% พร้อมเรียกร้องให้ กมธ. ชี้แจงรายละเอียด

เมื่อพิจารณาในสภาพรวมจะพบว่า มีหน่วยงานขอรับงบประมาณ 27 หน่วยงานที่ถูกปรับลดงบประมาณลง

4 หน่วยงานได้งบเพิ่มรวมกันกว่าหมื่นล้าน

ทว่าก็มี 4 หน่วยงานที่ได้รับการปรับเพิ่มงบประมาณคือ กระทรวงแรงงาน ได้รับงบเพิ่มขึ้น 11,240.2 ล้านบาท ซึ่งจัดให้สำนักงานประกันสังคมทั้งก้อนเพื่อใช้เป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสมทบกองทุนประกันสังคม

หน่วยงานของรัฐสภา ได้รับงบเพิ่มขึ้น 1,237.3 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการจัดสรรให้สำนักงานเลขาธิการสภาฯ ใช้ในโครงการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ 831.7 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการงบผูกพันรวม 7 รายการ

สภา

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยชี้แจงกลางสภาว่า การจัดทำงบ 2563 ของรัฐบาลสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

หน่วยงานของศาล ได้รับงบเพิ่มขึ้น 850.8 ล้านบาท โดยเพิ่มงบให้สำนักงานศาลปกครอง สำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

สุดท้ายเป็นหน่วยงานขององค์กรอิสระ ซึ่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้งบเพิ่ม 8 ล้านบาท, สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้งบเพิ่ม 21.6 ล้านบาท และสำนักงานอัยการสูงสุด ได้งบเพิ่ม 653.7 ล้านบาท

ในรายการงบประมาณในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณฯ 2563 ทั้งหมดมีเพียง 6 รายการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงวงเงินคือ งบกลางซึ่งตั้งไว้สูงถึง 518,770.9 ล้านบาท หรือคิดเป็น 16.2% ของงบประเทศทั้งหมด, งบเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐ 272,127.1 ล้านบาท, งบเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 62,709.5 ล้านบาท, งบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 27,576.1 ล้านบาท, งบสภากาชาดไทย 10,619.2 ล้านบาท และงบส่วนราชการในพระองค์ 7,685.3 ล้านบาท ที่ยังคงเป็นตัวเลขเดิม เพราะไม่มี กมธ. และ ส.ส. ขออภิปรายแต่อย่างใด

เทียบตัวเลขงบประมาณ ก่อน-หลัง เปิดสภาถกวาระ 2 และ 3

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปข้อมูลจากรายงานของ กมธ.งบประมาณ 2563 ที่เตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภา ในวาระ 2 และ 3 ทั้งนี้ตัวเลขงบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่นับรวมงบที่อยู่ในแผนบูรณาการ