เลือกตั้ง 2562 : พล.อ. ประยุทธ์ ปรากฏตัวที่เวทีปราศรัยพลังประชารัฐ

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC Thai
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ ไปปรากฏตัวที่เวทีเวทีปราศรัยของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่สนามกีฬาเทพหัสดิน กรุงเทพฯ ค่ำวันนี้ (22 มี.ค.)
เสียงตะโกนจากประชาชนผู้สนับสนุนพรรค ที่นั่งกันเกือบเต็มพื้นที่สนามเทพหัสดิน กว่า 7 พัน ตร.ม. ต่างตะโกน "ลุงตู่ ๆ ๆ ...ลุงตู่สู้ ๆ" มีการเปิดเพลง "หยุดตรงนี้ที่เธอ" ของศิลปิน ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน ขณะ พล.อ. ประยุทธ์ กำลังเดินขึ้นเวที และหัวหน้า คสช. และแคนดิเดตนายกฯ ผู้นี้ก็จับไมค์ร้องคลอเป็นช่วง ๆ
ในการปราศรัยราว 7 นาที พล.อ. ประยุทธ์ ประกาศขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ผู้คนมีให้เขาและบอกว่า "ผมจะยอมตายเพื่อแผ่นดินผืนนี้"
"ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นพี่น้องประชาชนในทุกจังหวัด ผมไปมา 60 กว่าจังหวัดในการทำงานของผม มีทั้งคนรัก มีไม่รัก ในนี้ผมคิดว่ารักผมทุกคน" คือข้อความแรกที่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า "ลุงอยู่มาห้าปี รู้อะไรมันเกิดขึ้น อะไรคือปัญหา อะไรคืออุปสรรค" และเรียกร้องให้คนช่วยกันเพื่อ "แผ้วถาง" ทางต่อไปข้างหน้า และย้ำว่าการทำให้บ้านเมืองสงบสุขเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
"จากนี้ไปต้องลดความขัดแย้ง เอาความรักความสามัคคีคืนมา รักตัวเอง รักครอบครัว รักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ใครเห็นด้วยยืนขึ้น รวมพลังลุกขึ้น อย่านั่งรอ ลุกและก้าวเดินไปพร้อมกับผม ลากกันไป เข็นไปก็ต้องทำ" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ. ประยุทธ์ ย้ำว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพเยอะ มีโอกาสมากแต่เกิดวิกฤตเสมอ "เราอย่าทำให้สิ่งเหล่านั้นมันเกิดขึ้นมาอีก ต้องไม่มีวิกฤตขึ้นมาอีก เข้าใจนะ"
ในช่วงท้ายของการปราศรัย พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวขอบคุณสำหรับกำลังใจและความรักที่คนมีให้เขา และสัญญาว่าจะ "ตอบสนองให้ท่านไม่น้อยกว่าที่ท่านให้กับผม"
"ผมจะยอมตายเพื่อแผ่นดินผืนนี้ แผ่นดินที่ให้ผมเกิด ให้ผมกินอยู่ ให้ผมหลับนอน ให้ผมมีอาชีพ ผมต้องรักษาแผ่นดินผืนนี้ไว้ ให้กับลูกหลานของเราในอนาคต"

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ทางเดียวสำหรับประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค ที่ประกาศว่า " นายกลุงตู่ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางเดียวสำหรับประเทศไทย ให้พี่น้องประชาชนมีอนาคตสดใส"
"พล.อ. ประยุทธ์ บอกกับผมว่า งานของชาติ ยังไม่เสร็จ" นายสนธิรัตน์กล่าวบนเวทีปราศรัย
นี่นับเป็นการปรากฏตัวในเวทีปราศรัยของพรรคการเมืองเป็นครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ หลังจาก พปชร.มีแผนจะให้นายกรัฐมนตรีขึ้นเวทีหาเสียงมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ รวมทั้งเวทีปราศรัยเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ถูกยกเลิกไปหลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม
โดยเฉพาะการตีความข้อกฎหมายว่า พล.อ. ประยุทธ์ ถือเป็น "เจ้าหน้าที่รัฐ" หรือไม่ ขณะเดียวกันบรรดานักเคลื่อนไหวทางการเมืองยังประกาศเกาะติดกิจกรรมและพร้อมส่งเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ท้ายที่สุด พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้ขึ้นเวทีปราศรัย แต่ได้ไปตรวจราชการที่นครราชสีมาในวันที่ 13 มี.ค. แทน

ที่มาของภาพ, กองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ
หลังจากนั้นในวันที่ 14 มี.ค. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเอกฉันท์ชี้ว่า หัวหน้า คสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ โดยอ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ก็สามารถรับรอง พล.อ. ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีได้
ต่อมาในวันที่ 20 มี.ค. กกต.มีมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ เห็นว่าการประกาศชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 88 และมาตรา 89 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 13 และมาตรา 14
แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยปรากฏกายในการรณรงค์หาเสียงของ พปชร.มาก่อน แต่ได้ "ร่วม" เวทีปราศรัยของพรรคมาหลายครั้งแล้วในหลายพื้นที่ ผ่านบทกลอนและคลิปวิดีโอ อาทิ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่นครราชสีมา นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้า พปชร. ได้ยกบทกลอนจาก พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งมีข้อความตอนหนึ่งว่า "อย่ายอมให้คนพาลมาผลาญชาติ" ฝากไว้บนเวทีที่โคราช
วันที่ 14 มี.ค. พล.อ. ประยุทธ์ ปรากฏตัวผ่านคลิปวิดีโอเป็นครั้งแรกบนเวทีหาเสียงของพรรคที่ จ.สุโขทัย จากนั้น กลยุทธ์ส่ง "คลิปลุงตู่" ขึ้นเวทีปราศรัยก็ปรากฏในแทบทุกเวทีในทุกภูมิภาคที่พลังประชารัฐไปเปิดปราศรัย
"พรรคร่างทรงทหาร"
หลังพรรคพลังประชารัฐเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ย. โดยมีอดีตรัฐมนตรีรัฐบาลประยุทธ์สี่คน ร่วมก่อตั้งโดยมี นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าพรรค ในเบื้องต้น พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เปิดเผยว่าจะรับคำเชิญให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
"ขอให้ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติให้ประสบความสำเร็จ และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ" คือคำกล่าวของ พล.อ. ประยุทธ์ ในการอวยพรรัฐมนตรีทั้งสี่ในระหว่างเดินทางมายื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งในรัฐบาล เมื่อปลายเดือน ม.ค.
มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากตำแหน่ง และให้ปรับสถานะเป็นรัฐบาลรักษาการในระหว่างนี้ เนื่องจากการเป็นนายกฯ และ หัวหน้า คสช. เป็นสิ่งหนึ่งที่อาจลดทอนการจัดการการเลือกตั้ง เรื่องของความโปร่งใสและความเป็นธรรมได้ อย่างไรก็ดี พล.อ.ประยุทธ์ ยืนกรานว่าจะต้องทำหน้าที่ต่อไป
"คุณลองไปดูผู้นำของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซิว่ามีใครลาออกระหว่างช่วงมีการเลือกตั้งบ้าง โอบามา ก็ไม่ได้ลาออก สี จิ้นผิง ก็ไม่ได้ลาออกช่วงทำการเลือกตั้ง ขนาดตอนคุณอภิสิทธ์ลงรับสมัครเลือกตั้ง พร้อมนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เค้ายังไม่ลาออกจากตำแหน่งเลย และคุณอภิสิทธ์ก็ไม่ได้ชนะการเลือกตั้งด้วย ฉะนั้นการมีอยู่ซึ่งอำนาจไม่ใช่ข้อได้เปรียบเลย และรัฐธรรมนูญไทยก็ไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าต้องลาออก เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ลาออก"
ก่อนพ้น "เส้นตาย" ที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องเสนอรายชื่อ "นายกรัฐมนตรีในบัญชี" ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายในเวลา 16.30 น. ของวันที่ 8 ก.พ. พล.อ. ประยุทธ์ งดให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน แต่ได้ออกแถลงการณ์ตอบรับการเป็นแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคพลังประชารัฐ ในเวลาไล่เลี่ยกันกับที่พรรคไทยรักษาชาติเสนอพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ที่มาของภาพ, Wasawat lukharang/bbc thai


ที่มาของภาพ, BBC Thai
คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562









