เงินประกันคนละ 1 แสน ปล่อยตัว 3 แกนนำ "คนอยากเลือกตั้ง"

ที่มาของภาพ, JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI
พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ปล่อยตัว รังสิมันต์-สิริวิชญ์-อานนท์ 3 แกนนำการชุมนุม "หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง" หลังจากถูกคุมตัวจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยหลังยุติการชุมนุมวานนี้ โดยใช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท ขณะที่รังสิมันต์ โรม ถูกนำตัวส่งต่อไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามหมายจับในคดีพูดเพื่อเสรีภาพ
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า เมื่อเวลา 01.45 น. วันนี้ (11 ก.พ.) พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ได้อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มชุมนุมเรียกร้องการเลือกตั้ง 3 คน คือ นายรังสิมันต์ โรม นายอานนท์ นำภา และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว โดย.ช้หลักทรัพย์ประกันตัวคนละ 1 แสนบาท และให้มารายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 20 ก.พ.2561
แต่นายรังสิมันต์ โรม เจ้าหน้าที่ได้อายัดตัว เพื่อส่งต่อไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น เนื่องจากมีหมายจับจากการร่วมกิจกรรมเสวนา "พูดเพื่อเสรีภาพ รัฐธรรมนูญกับคนอีสาน? " ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตั้งแเต่เดือน ก.ค.2559
เมื่อเวลา 09.30 น. พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหานายรังสิมันต์ ในความผิดฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/58 โดยนายรังสิมันต์ให้การปฏิเสธข้อหา ล่าสุด ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้อนุญาตประกันตัวนายรังสิมันต์ด้วยเงินสด 10,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไข และนัดหมายส่งตัวให้อัยการทหารขอนแก่น พร้อมกับผู้ต้องหาอีก 8 คน ในวันที่ 23 มี.ค.นี้
สำหรับการยื่นประกันตัว ตัวแทนนักวิชาการเครือข่ายนักวิชาเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เป็นผู้ทำเรื่องยื่นประกันตัว โดยหลักทรัพย์ที่ยื่นประกันเป็นเงินที่ได้จากการระดมทุนสำหรับการประกันผู้ต้องหากลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "MBK39" ที่ถูกดำเนินคดีจากกรณีร่วมกิจกรรม "นัดรวมพลประชาชนอยากเลือกตั้ง แสดงพลังต้านสืบทอดอำนาจ คสช." เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่บริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
วานนี้ (10 ก.พ.) หลังจากที่แกนนำกลุ่มชุมนุมเรียกร้องเลือกตั้งยุติกิจกรรมเมื่อเวลาประมาณ 19.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพวกเขาไปยังสถานีตำรวจในทันที ท่ามกลางผู้สนับสนุนตะโกนขับไล่ คสช.
ก่อนขึ้นรถตู้ไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายรังสิมันต์ โรม หนึ่งในแกนนำการชุมนุมครั้งนี้ได้ชูสามนิ้วเพื่อแสดงสัญลักษณ์ การทวงคืนการเลือกตั้ง ข้อเรียกร้องให้ยุติการสืบทอดอำนาจของ คสช. และการทวงคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชน
นอกจากนายรังสิมันต์ แล้วยังมีแกนนำอีก 2 คนคือ นายอานนท์ นำภา และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ที่ถูกส่งตัวไปยัง สน. สำราญราษฎร์ ในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ชุมนุมในวันนี้ เพื่อทำบันทึกการจับกุม ล่าสุดเวลา 21.50 น. ทั้งหมดถูกคุมตัวไปที่ สน.ปทุมวัน ซึ่งเป็นเจ้าของคดีตามหมายจับของบุคคลทั้ง 3 ใน 3 ข้อหา ได้แก่ 1. ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 2. กระทำการยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ 3. ฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีร่วมกันชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หลังศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ 4 แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" ค่ำวานนี้ โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายเอกชัย หงส์กังวาน ไปตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนโดยวางหลักทรัพย์ประกันตัว 1 แสนบาท

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
อย่างไรก็ตาม ก่อนถูกควบคุมตัวไป แกนนำทั้ง 3 คนปฏิเสธข้อทุกข้อกล่าวหา หลังจากที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ
สำหรับการชุมนุมที่ใช้ชื่อว่า "หยุดยื้ออำนาจ หยุดยื้อเลือกตั้ง" ในวันนี้ใช้เวลาทั้งหมดเกือบ 4 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 16.00 น. คาดการณ์ว่ามีผู้ร่วมชุมนุมราว 100 - 200 คน จัดขึ้นโดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และกลุ่ม START UP PEOPLE
นัดพบกันอีกครั้ง
"นี่จะไม่ใช่วันสุดท้าย แต่เป็นวันเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ และจะเป็นปีสุดท้ายของ คสช." นายรังสิมันต์ หนึ่งในแกนนำการชุมนุมวันนี้กล่าว
นายรังสิมันต์ ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ และสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG)

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
ขณะที่นายสิรวิชญ์ สรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า START UP PEOPLE และประชาธิปไตยศึกษา บอกกับผู้ชุมนุมในช่วงท้าย ๆ ว่าจะมีการชุมนุมอีกครั้ง

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
ส่วนนายอานนท์ นำภา ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในแกนนำ กล่าวอธิบายเพิ่มว่า การชุมนุมวันนี้ บรรดานักศึกษาได้ทำเรื่องขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการชุมนุมครั้งหน้าคาดว่าจะเป็นสถานที่เดิม แต่จะแจ้งวันและเวลาให้ทราบอีกครั้ง โดยจะดึงแนวร่วมในภูมิภาคมาสมทบอีกด้วย
นอกจากนี้ยังได้กล่าวชวนประชาชนไปให้กำลังใจ นายเอกชัย หงส์กังวาน ที่ถูก ตำรวจคุมตัวไปช่วงเช้าที่ผ่านมา จากคดีดังกล่าว โดยในระหว่างการชุมนุมได้มีการเรี่ยไรเงิน ด้วยการนำกล่อง "หีบเลือกตั้ง (จำลอง)" มาเป็นกล่องรับบริจาคเงินช่วยผู้ต้องหาคดีนี้รวม 39 คนอีกด้วย

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
วอนแนวร่วมแสดงพลังเรียกคืนประชาธิปไตย
ในการปราศรัยในวันนี้เป็นการเรียกร้องให้แนวร่วมสังคมประกอบด้วย ภาคประชาชน นักการเมือง ข้าราชการ ให้ร่วมแสดงความกดดันไปยังระบบเผด็จการ คสช. ให้ทำตามที่สัญญาไว้ว่าจะจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้ รวมทั้งยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 34 จาก 39 คน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "MBK39" ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 กรณีร่วมกันชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากวังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ของพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Jiraporn Kuhakan/BBC Thai
ขณะที่นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า การดำเนินคดีกลับผู้ร่วมชุมนุม เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะกิจกรรมการแสดงความคิดเห็นถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามกรอบรัฐธรรมนูญ
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อผู้ชุมนุมเรียกร้องให้บรรดานักการเมืองเข้ามาร่วมการชุมนุมกับประชาชนเพื่อกดดันให้เกิดการเลือกตั้งภายในปี 2561 ไม่เช่นนั้นประชาชนจะไม่สนับสนุนนักการเมืองในการเลือกตั้ง

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai
ประยุทธ-ประวิตร คือเป้าโจมตี
ไฮไลต์ในการปราศรัยของ นายรังสิมันต์ ครั้งนี้อยู่พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังคงเป็นเป้าในการโจมตี เนื่องจากบุคคลสำคัญในระบบเผด็จการ คสช. ซึ่งสร้างความไม่เป็นธรรม เอาเปรียบประชาชน รักษาผลประโยชน์พวกพ้อง
แกนนำทั้ง 3 คนยังต้องการให้ประชาชนแสดงพลังจนสามารถขับไล่ระบอบเผด็จการให้ได้ภายในสิ้นปี
"เสียงของประชาชนจะแผดเผาหู พล.อ. ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร "นายรังสิมันต์กล่าว
นายสุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ หนึ่งในตัวแทนขึ้นกล่าวปราศรัยต่อกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นทหาร รักษาและทำตามสัญญาด้วยการจัดการเลือกตั้งภายในปีนี้
ทั้งนี้ นายสุกฤษฎ์ เป็นหนึ่งในกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชน 34 จาก 39 คน ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "MBK39"
ภาพรวมสงบ จนท. คุมเข้ม
สำหรับบรรยากาศช่วงต้น ๆ ของการชุมนุม มีความวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการตรวจบัตรประชาชนสำหรับใครจะเข้าไปในพื้นที่จุดเฝ้ารอ ขณะที่มีประชาชนจำนวนหนึ่งตระโกนว่า "เลือกตั้ง เลือกตั้ง เลือกตั้ง" "ประชาชนอยู่ไม่ได้ ต้องการเลือกตั้ง" "อยากเลือกตั้ง" เป็นระยะๆ ขณะที่มีประชาชนบางกลุ่มรวมตัวกันไม่เกินห้าคนแสดงสัญลักษณ์ เช่น ชูสามนิ้ว มือปิดปาก ปิดหู เพื่อเลี่ยงการกระทำผิดหรือฝ่าฝืนมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558
ด้านพ.ต.ท. พิทักษ์ สิทธิกุล ผกก. สน. ชนะสงคราม เปิดเผยเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า ได้สั่งการเจ้าหน้าที่สองกองร้อยจำนวนราว 300 นาย พร้อมตั้งจุดตรวจโดยประจำการในพื้นที่มาตั้งแต่เวลา 12.00 น. มาตรการดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มที่จะเข้ามาก่อความวุ่นวายหรือมือที่สาม

ที่มาของภาพ, Watchiranont Thongtep/BBC Thai
ขณะที่ก่อนการรวมพลคนอยากเลือกตั้งในเย็นวันนี้ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้จับกุม นายเอกชัย หงส์กังวาน จากบ้านพัก เนื่องจากเขาเป็นหนึ่งใน 4 ผู้ทำกิจกรรมการชุมนุมที่บริเวณสกายวอล์ก ปทุมวัน ซึ่งศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติหมายจับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่เขายังไม่ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก 2 ครั้ง ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 3/2558 และข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่ถึง 150 เมตร ตามมาตรา 7 ของพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ประกอบด้วย 1.นายอานนท์ นำภา 2.นายรังสิมันต์ โรม 3.นายสิริวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ 4.นายเอกชัย
จากการรายงานของ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน 4 นายมารออยู่ที่บ้านตั้งแต่เวลา 7.15 น. จนกระทั่งเวลา 9.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเอกชัย จากหน้าบ้านพัก โดยมีการแสดงหมายจับที่ออกโดยศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนจะนำตัวไปที่สน.ลาดพร้าว เพื่อทำบันทึกการจับกุม และจะมีการนำตัวไปที่สน.ปทุมวัน เพื่อทำการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุอีกว่า ก่อนหน้านี้ นายเอกชัยได้รับหมายเรียกของ สน.ปทุมวันเพียงครั้งเดียว คือหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 ก.พ. เขาได้ลงชื่อรับหมายดังกล่าว พร้อมกับเขียนประกอบเพิ่มเติมในใบรับหมายว่าตนไม่เคยได้รับหมายเรียกครั้งที่ 1 และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเลื่อนไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 14 ก.พ. แทน









