รัสเซีย ยูเครน : สหรัฐฯ เตรียมส่งขีปนาวุธพิสัยไกลป้องกันดอนบาส

ที่มาของภาพ, AFP
มีแนวโน้มว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ใกล้ที่จะส่งมอบระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) ให้ยูเครน ซึ่งรัสเซียมองว่าเป็นการยั่วยุและยกระดับการทำสงคราม
ประธานาธิบดีโวโรดีมีร์ เซเลนสกี และเจ้าหน้าที่ทางการยูเครนหลายคนเรียกร้องให้ส่งมอบเครื่องยิงจรวด MLRS เพื่อต่อกรกับการระดมยิงของรัสเซียในพื้นที่ทางตะวันออกของภูมิภาคดอนบาส แต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า สหรัฐฯ จะไม่ส่งระบบการยิงจรวดที่ "สามารถโจมตีได้ถึงดินแดนรัสเซีย" ให้กับยูเครน
หลายฝ่ายกังวลว่าการกระทำเช่นนั้นอาจส่งผลให้สหรัฐฯ และพันธมิตรนาโต (Nato องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ) กลายเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรงกับรัสเซีย
กองทัพรัสเซียยังคงเดินหน้าทำลายล้างเมืองเซเวโรโดเนตสก์และพื้นที่อื่นๆ ในดอนบาส ด้วยจรวด รถถัง และการโจมตีทางอากาศ
ขณะนี้กองทัพยูเครนในกรุงเคียฟใช้ปืนครก เอ็ม 777 พิสัยการยิงไกล 25 กิโลเมตร ที่สหรัฐฯ ส่งมอบให้ก่อนหน้านี้ ในการโจมตี แต่ระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง MLRS จะช่วยให้ยูเครนสามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ไกลกว่าเดิมได้ โดยแบตเตอรี่ของระบบยิงจรวดหลายลำกล้องรุ่น เอ็ม 270 สามารถโจมตีเจาะเป้าหมายที่อยู่ออกไปได้ไกลถึง 300 กิโลเมตร และสามารถโจมตีเป้าหมายระยะใกล้ราว 70 กิโลเมตร ได้เช่นเดียวกัน
การจำกัดขีดความสามารถของอาวุธที่ส่งให้ยูเครนอาจเป็นหนทางที่ทำให้สหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งกับรัสเซียแต่ในเวลาเดียวกันยังสามารถเสริมกำลังให้กองทัพยูเครนได้
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์อ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่อาวุโสรายหนึ่งของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า ทำเนียบขาวพร้อมที่จะส่งมอบระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง MLRS ให้ยูเครน แต่จะไม่ส่งมอบยุโธปกรณ์ที่มีวิถีทำลายล้างได้ไกลที่สุด ที่สามารถใช้ได้กับระบบยิงยุทโธปกรณ์หลายลำกล้องนี้
สหราชอาณาจักรมีระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง MLRS เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน กล่าวว่ายูเครนควรใช้จรวด "เพื่อปกป้องตัวเองจากปืนใหญ่ที่โหดร้ายของรัสเซีย" แต่นายจอห์นสัน ไม่ได้ระบุว่าสหราชอาณาจักรจะส่งอาวุธดังกล่าวให้ยูเครนแต่อย่างใด
สหรัฐฯ เคยใช้ระบบยิงจรวดหลายลำกล้องนี้ในการโจมตีเป้าหมายสำคัญหลายแห่งในอิรัก ช่วงสงครามอ่าวเปอร์เชียร์ (Gulf War) ระหว่างปี 1990-1991 และอีกครั้งในปี 2003

รัสเซียมองเป็น 'สงครามตัวแทน'
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวโจมตีชาติตะวันตกว่าคอย "สนับสนุนอาวุธให้กลุ่มชาตินิยมชาวยูเครน" และ "กำลังทำสงครามตัวแทน" กับรัสเซีย และเตือนว่า สิ่งนี้หมายถึง "การยกระดับ [การสู้รบ] อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประกาศข่าวรายหนึ่งของสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลรัสเซีย ระบุว่า หากสหรัฐฯ ส่งมอบระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง MLRS ให้ยูเครน "ก็ถือได้ว่าสหรัฐฯ ได้ 'ล้ำเส้นแดง' แล้ว" และอาจมองได้ว่าพยายาม "ยั่วยุให้รัสเซียตอบโต้อย่างรุนแรง"
ขณะนี้เดนมาร์กได้ส่งขีปนาวุธฮาร์พูน (Harpoon) พิสัยยิงไกล 130 กิโลเมตร เพื่อเสริมกำลังให้ยูเครนใช้ในการปกป้องเมืองท่าโอเดซา โดยสามารถใช้ขีปนาวุธนี้ร่วมกับขีปนาวุธเนปจูน (Neptune) ซึ่งสามารถจมเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี "มอสควา" (Moskva) ของรัสเซียได้เมื่อเดือนที่แล้ว

ที่มาของภาพ, กระทรวงกลาโหมรัสเซีย
ที่ผ่านมารัสเซียได้ใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเส้นทางทางรถไฟ คลังน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ในภาคตะวันตกของยูเครนตะวัน ซึ่งถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการขัดขวางการขนส่งอาวุธของชาติตะวันตกให้ยูเครน
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ารัสเซียได้ใช้ระบบจรวดหลายลำกล้องโจมตีเป้าหมายในเมืองคาร์คีฟ โดยสำนักข่าวรัสเซีย (TASS) รานงานอ้างอิงคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่รัสเซียที่ระบุว่าอาวุธดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับเครื่องพ่นไฟขนาดใหญ่
ทีโอเอส-2 โทสโซกา (Tosochka) เป็นอาวุธเทอร์โมบาริกหรือเครื่องระเบิดสุญญากาศประเภทหนึ่ง ซึ่งเมื่อถูกยิงออกไปแล้วจะทำให้เกิดการจุดชนวนระเบิดขนาดใหญ่ ปลดปล่อยละอองลอยที่ติดไฟลุกไหม้ และดูดเอาออกซิเจนรอบเข้าเข้าไปจนเกิดภาวะสุญญากาศซึ่งคร่าชีวิตผู้คนได้
ที่ผ่านมารัสเซียยังใช้จรวดร่อน (Cruise Missiles) พิสัยไกล ซึ่งบางส่วนยิงออกมาจากเรือรบ โจมตีสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงให้ยูเครนด้วย









