เผยต้นกำเนิด “ฆาตกรขวาจัด” โลกออนไลน์บ่มเพาะความโหดเหี้ยมให้พวกเขาได้อย่างไร

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ชายัน ซาดาริซาเดห์
- Role, บีบีซี มอนิเทอริง
เหตุกราดยิงที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองบัฟฟาโลของสหรัฐฯ ซึ่งมือปืนเจาะจงยิงคนผิวดำจนเสียชีวิตไปถึง 10 ราย ถือเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีต้นตอมาจากการแพร่ขยายของแนวคิดสุดโต่งในโลกออนไลน์
น่าสังเกตว่าคนร้ายล้วนก่อเหตุโดยดำเนินรอยตาม "พิมพ์เขียว" ซึ่งเป็นแบบแผนที่เหล่ามือปืนกราดยิงทั่วโลกใช้ร่วมกันทั้งหมดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเหตุร้ายที่เคยเกิดขึ้นในเมืองพิตต์สเบิร์ก, โพเวย์ และเอลปาโซของสหรัฐฯ รวมทั้งเหตุกราดยิงที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ และที่เมืองฮาลเลอของเยอรมนีด้วย
ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มือปืนเหล่านี้มุ่งเป้าสังหารคนที่มีเชื้อชาติต่างออกไป หรือคนในกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ การสืบสวนของตำรวจหลังเกิดเหตุก็มักจะพบร่องรอยการแสดงความคิดเห็นแบบสุดโต่งของคนเหล่านี้ ปรากฏอยู่ทั่วไปในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปี ก่อนลงมือก่อเหตุในที่สุด
บ่มเพาะความเกลียดชังสุดขั้วทางออนไลน์
ในกรณีของนายเพย์ตัน เกนดรอน วัย 18 ปี ซึ่งเพิ่งก่อเหตุกราดยิงคนผิวดำที่เมืองบัฟฟาโลนั้น ตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากมือปืนต้นแบบที่ก่ออาชญากรรมจากความเกลียดชังมาก่อนหน้านี้ โดยเขาได้เขียนแถลงการณ์ประกาศเจตนารมณ์ ซึ่งอธิบายถึงความเชื่อส่วนตัวที่เป็นสาเหตุและแรงจูงใจให้ลงมือฆ่าคนไว้อย่างละเอียด

ที่มาของภาพ, EPA
ข้อความหลายส่วนนั้นคัดลอกจากแถลงการณ์ของนายเบรนตัน ทาร์แรนต์ มือปืนซึ่งก่อเหตุกราดยิงที่มัสยิด 2 แห่ง ในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อปี 2019 โดยนายเกนดรอนบอกว่านายทาร์แรนต์นั้นเป็นแรงบันดาลใจ และเป็น "ผู้เปิดประตู" สู่โลกของความเชื่อสุดโต่งว่าคนผิวขาวเป็นใหญ่เหนือชาติพันธุ์อื่นให้กับเขา
แถลงการณ์ลักษณะนี้มักแสดงให้เห็นถึงความรู้แตกฉาน เกี่ยวกับระบบความเชื่อของกลุ่มย่อยใต้ดินและทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ รวมทั้งแสดงถึงความเชี่ยวชาญในการใช้ข้อมูลเหล่านี้ก่อกวนปั่นหัวหรือ "โทรล" (Troll) สร้างความเข้าใจผิดให้แก่ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั่วไปด้วย
ผู้หลงใหลในแนวคิดแบบขวาจัดที่กลายมาเป็นมือปืนกราดยิงเกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นพวกต่อต้านยิวอย่างรุนแรง และปฏิเสธที่จะเชื่อว่าเคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวในอดีต อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดล้วนเชื่อในทฤษฎีสมคบคิดเรื่องแผนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว รวมทั้งหวั่นเกรงว่าสถานะที่เหนือกว่าในสังคมของคนขาวจะถูกแทนที่ด้วยชนกลุ่มน้อยและผู้อพยพจากต่างชาติ ซึ่งความเชื่อนี้เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ฆาตกรแนวคิดขวาจัดก่อเหตุสลดขึ้น
ราชัน บาสรา นักวิจัยของศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อการศึกษากระบวนการบ่มเพาะกลุ่มหัวรุนแรง (ICSR) ที่กรุงลอนดอนบอกว่า "การปักใจเชื่อในเรื่องแผนฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว ทำให้มือปืนเกิดความรู้สึกร้อนรนและต้องการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยคิดว่าตนเองต้องลงมือทำอะไรสักอย่างในทันที สิ่งนี้ถือเป็นแรงจูงใจที่ทรงพลัง ซึ่งผลักดันให้เกิดความรุนแรงครั้งแล้วครั้งเล่า"
ก่อนลงมือก่อเหตุที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองบัฟฟาโล นายเกนดรอนได้ลงข้อความจากไดอารีของเขาในบล็อกส่วนตัว โดยบันทึกที่มีความยาวเกือบ 700 หน้านี้ ย้อนรอยให้เราเห็นถึงความคิดอ่าน สภาพจิตใจ และความเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมการก่อเหตุของเขา ในช่วง 7 เดือนก่อนหน้านี้
ข้อความจากไดอารีเผยถึงความสับสนในจิตใจของหนุ่มวัยรุ่น ซึ่งเขาสารภาพบ่อยครั้งว่าตัวเองติดเล่นเกมออนไลน์อย่างหนัก และชอบท่องเว็บใต้ดินที่เป็นแหล่งชุมนุมของพวกมีแนวคิดสุดโต่งเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มย่อยของผู้สนใจเรื่องปืนในเว็บกระดานข่าวสาร 4Chan ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเป็นแหล่งรวมของประเด็นสนทนาที่ "ไม่ถูกต้องเหมาะสมทางการเมือง" รวมทั้งเข้าชมเว็บไซต์ The Daily Stormer ของกลุ่มนีโอนาซีบ่อยครั้ง

บันทึกของนายเกนดรอนยังเผยว่า เขาศึกษาและวางแผนตระเตรียมการเพื่อก่อเหตุกราดยิงมาเป็นอย่างดี โดยได้ไปสำรวจสถานที่ก่อเหตุหลายครั้งและมีการซักซ้อมด้วย เนื่องจากเคยมีความลังเลและไม่กล้าที่จะลงมือเพราะ "กลัวทำพลาด"
ข้อความในบันทึกยังเผยว่า นายเกนดรอนเคยมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของรัฐเมื่อช่วงหนึ่งปีก่อน เพราะได้เขียนข้อความแบบสุดโต่งรุนแรงที่ทำให้ทางการต้องติดตามตรวจสอบ นอกจากนี้เขายังเผยถึงความคิดที่จะก่อเหตุกราดยิงแล้วฆ่าตัวตายหนีความผิดหลายครั้ง รวมถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เขาเกือบจะฆ่าตัวตายไป หลังไม่กล้าลงมือกราดยิงตามแผนที่ได้วางไว้
ส่งต่อความรุนแรงสู่มือปืนรุ่นหลัง
แม้จะมีการลบข้อมูลที่แสดงความคิดสุดโต่งของนายเกนดรอน รวมทั้งวิดีโอถ่ายทอดสดขณะลงมือก่อเหตุบนเว็บไซต์ Twitch ออกไปแล้วก็ตาม แต่ข้อมูลออนไลน์เหล่านี้ยังคงถูกผู้สนใจเก็บไว้ตามซอกมุมต่าง ๆ ของอินเทอร์เน็ต ที่ทางการไม่อาจตรวจสอบได้อย่างทั่วถึง ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ยังคงถูกเผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้างในภายหลัง
เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่ข้อความและคลิปวิดีโอเก่าจากเหตุรุนแรงที่เมืองชาร์ล็อตต์สวิลล์ของสหรัฐฯ เมื่อปี 2017 ทุกวันนี้ก็ยังคงหาพบได้ไม่ยากทางออนไลน์ "อินเทอร์เน็ตมีพื้นที่ให้กับเนื้อหารุนแรงสุดโต่งเสมอ ไม่ว่ามันจะต้องซ่อนตัวอยู่ในส่วนเล็กย่อยเพียงใดก็ตาม" บาสรากล่าว
เขาชี้ว่าในท้ายที่สุดแล้ว เนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิดขวาจัดที่ไม่อาจจะทำลายให้หมดสิ้นไป จะหวนกลับมาเป็นเชื้อที่บ่มเพาะฆาตกรกราดยิงคนใหม่ ให้ถือกำเนิดขึ้นมาอยู่เสมอจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับที่เกนดรอนรับเอาความคิดเชิดชูคนขาว แต่เกลียดชังคนดำและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นมาจากทาร์แรนต์ ซึ่งก็สืบทอดแนวคิดเช่นนี้มาจากอันเดอร์ส เบรวิก มือปืนชาวนอร์เวย์ที่ก่อเหตุสังหาร 69 ศพ เมื่อปี 2011 เช่นกัน
เดวิด เนเวิร์ต ผู้สื่อข่าวและนักเขียนเกี่ยวกับแนวคิดขวาจัดบอกว่า "กลุ่มคนซึ่งเคยถูกกีดกันและอยู่ตรงชายขอบของโลกออนไลน์ สามารถจะสร้างชุมชนของลัทธิความเชื่อระดับโลกขึ้นมาได้ ด้วยการส่งต่อความรุนแรงเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ ผ่านการก่ออาชญากรรมสะเทือนสังคม ที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับมือปืนคนต่อ ๆ ไป อย่างไม่มีวันจบสิ้น"
"แม้เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ จะมีอำนาจในการเข้าตรวจสอบแต่เนิ่น ๆ เมื่อพบว่ามีการสนทนาทางออนไลน์เพื่อวางแผนก่ออาชญากรรม แต่พวกเขาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้มากนัก จนกว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นมาจริง ๆ " เนเวิร์ตกล่าว









