วิจัยพบกลุ่มคลั่งแนวคิดแบบสุดโต่ง ใช้สมองวิเคราะห์ปัญหาซับซ้อนได้ไม่ดีนัก

หัวหน้าคิวอะนอนสวมเขาควาย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หนึ่งในผู้นำของกลุ่มคิวอะนอน (QAnon) ซึ่งเป็นชาวอเมริกันที่ยึดถือแนวคิดชาตินิยมสุดโต่ง

ทีมนักวิจัยด้านประสาทจิตวิทยา (Neuropsychology) ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ค้นพบว่า คนที่มีแนวโน้มจะเลื่อมใสศรัทธาในแนวคิดแบบสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองหรือศาสนาที่สุดขั้วไม่ประนีประนอมกับใคร มักจะมีความสามารถในการใช้สติปัญญาวิเคราะห์เรื่องยากและซับซ้อนได้ต่ำกว่าผู้อื่น

มีการทดลองกับอาสาสมัครชาวอเมริกัน 330 คน ซึ่งต่างก็มีอายุระหว่าง 22-63 ปี โดยทุกคนจะต้องทำแบบทดสอบหลายชุดที่ตรวจวัดบุคลิกภาพ รวมทั้งแนวโน้มทางประสาทจิตวิทยาของแต่ละคน ภายในระยะเวลาทั้งหมดสองสัปดาห์ เพื่อตรวจสอบว่าการทำงานของระบบประสาทและสมองมีผลต่อการใช้ความคิดและพฤติกรรมของพวกเขาหรือไม่ อย่างไร

แบบทดสอบที่ใช้ในครั้งนี้มีความเป็นกลาง โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบสมองและระบบประสาทเท่านั้น เช่นให้อาสาสมัครจำรูปทรงแบบต่าง ๆ ก่อนตอบคำถาม หรือให้มองจุดเล็ก ๆ กำลังเคลื่อนไหว แล้วให้ตอบว่ามันเคลื่อนไปทางซ้ายหรือขวา

รูปต่อจิ๊กซอว์หัวคนสีแดง

ที่มาของภาพ, Getty Images

ผลปรากฏว่ารูปแบบในการใช้สมองคิดวิเคราะห์ (cognitive disposition) ของแต่ละคน มีผลอย่างยิ่งต่อการก่อกำเนิดอุดมการณ์และวิธีการมองโลกในเรื่องต่าง ๆ เช่นจุดยืนทางการเมือง ความเป็นชาตินิยม และความเชื่อทางศาสนา ซึ่งรูปแบบในการคิดวิเคราะห์นี้เป็นตัวบ่งชี้ให้ทราบถึงอุดมการณ์ที่แท้จริงของผู้คนได้ มากกว่าการตัดสินจากข้อมูลเรื่องเพศ วัย และอาชีพเท่านั้น

รายงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Philosophical Transactions of the Royal Society B ระบุว่า รูปแบบในการคิดวิเคราะห์และตัดสินใจของมนุษย์ จะสอดคล้องกับทัศนคติและอุดมการณ์ของพวกเขาเสมอ คนที่มีแนวคิดสุดโต่งจะมองโลกโดยแบ่งแยกสิ่งต่าง ๆ เป็นสองฝ่ายที่ตรงข้ามกันอย่างเด็ดขาดชัดเจน เหมือนสีดำตัดกับสีขาว แต่คนกลุ่มนี้ทำแบบทดสอบข้อยากที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์อย่างซับซ้อนได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

ดร. เลออร์ ซมิกรอด ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า "คนที่ใช้สมองคิดแก้ปัญหายาก ๆ ไม่สำเร็จ หรือวางแผนการที่ซับซ้อนไม่ได้นั้น มักจะถูกดึงดูดให้เข้าหาแนวคิดสุดโต่งหรือแนวคิดแบบเผด็จการได้ง่าย เพราะมันลดทอนสิ่งต่าง ๆ ที่ยุ่งยากซับซ้อนในโลกนี้ให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ไม่ยาก"

งานวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางเพื่อตรวจสอบได้ว่า ใครบ้างที่มีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงในอนาคต

ที่มาของภาพ, AFP / GETTY IMAGES

คำบรรยายภาพ, งานวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางเพื่อตรวจสอบได้ว่า ใครบ้างที่มีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงในอนาคต

"คนพวกนี้มักบริหารจัดการอารมณ์ของตนเองได้ไม่ดีด้วย ชอบทำตามแรงกระตุ้นภายในมากกว่าจะไตร่ตรองใช้เหตุผล และมุ่งแสวงหาประสบการณ์ที่ปลุกเร้าอารมณ์ต่าง ๆ ทำให้มีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงและเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย"

"พวกที่ยึดมั่นกับความเชื่อทางศาสนาแบบสุดโต่ง จะคิดวิเคราะห์หาเหตุผลโดยพิจารณาหลักฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ตรงหน้าได้ช้ามาก เนื่องจากเกิดความลังเลบ่อยครั้ง ส่วนพวกอนุรักษ์นิยมก็มักจะยึดรูปแบบการคิดวิเคราะห์ที่ระแวดระวัง เชื่องช้า แต่มีความปลอดภัยและแน่นอนมากกว่าวิธีคิดของฝ่ายเสรีนิยม"

"ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบล่วงหน้าได้ว่า ใครบ้างที่มีแนวโน้มจะก่อความรุนแรงและวุ่นวายขึ้นในสังคม หรือส่อแววว่าจะเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายในอนาคต" ดร. ซมิกรอดกล่าว