รัสเซีย ยูเครน : นานาชาติพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียมากแค่ไหน

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เจก ฮอร์ตัน, ดาเนียเล พาลัมโบ และ ทิม โบว์เลอร์
- Role, บีบีซี เรียลิตี เช็ก
สหภาพยุโรปมีแผนที่จะห้ามการซื้อน้ำมันจากรัสเซียทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้ แต่ยังไม่มีฉันทามติในหมู่ชาติสมาชิกเกี่ยวกับการยุติการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย
ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศแล้วว่า สหภาพยุโรปมีแผนห้ามการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ตั้งแต่สิ้นปีนี้ โดยชาติสมาชิกสหภาพยุโรป 2 ชาติ คือ ฮังการีและสโลวาเกีย จะสามารถซื้อน้ำมันดิบของรัสเซียต่อไป จนถึงสิ้นปี 2023 แต่แผนดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากสมาชิกแต่ละชาติ
ใครเลิกซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซียบ้าง
เมื่อเดือน มี.ค. สหภาพยุโรป รับปากว่า จะลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติลง 2 ใน 3 ภายในปีนี้ โดยขณะนี้กำลังมีการเจรจากันอยู่เกี่ยวกับการค่อย ๆ ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติลง
สหรัฐฯ ประกาศการห้ามนำเข้าน้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน จากรัสเซียอย่างสิ้นเชิง และสหราชอาณาจักรจะค่อย ๆ ลดการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียลงภายในสิ้นปีนี้
รัสเซียเตือนว่า การห้ามการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย จะนำไปสู่ "ผลกระทบที่เลวร้ายอย่างมากต่อตลาดโลก"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ศูนย์วิจัย
ศูนย์การวิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (Centre for Research on Energy and Clean Air) ระบุว่า แม้จะเผชิญการคว่ำบาตรหลายอย่าง แต่รัสเซียมีรายได้ต่อเดือนจากการขายเชื้อเพลิงฟอสซิลให้แก่สหภาพยุโรปเพิ่มเป็นเกือบ 2 เท่า
สหภาพยุโรปนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซียราว 22,000 ล้านยูโร (ประมาณ 7.96 แสนล้านบาท) ต่อเดือน นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น เพราะราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น เปรียบเทียบกับมูลค่าการนำเข้าเฉลี่ยต่อเดือนในปี 2021 อยู่ที่ 12,000 ล้านยูโร (ประมาณ 4.34 แสนล้านบาท)
รัสเซียส่งออกน้ำมันมากแค่ไหน
รัสเซียเป็นประเทศส่งออกน้ำมันมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย
ก่อนหน้าที่มีการประกาศคว่ำบาตรรัสเซีย ราวครึ่งหนึ่งของน้ำมันที่รัสเซียส่งออก ส่งไปยังยุโรป
ในปี 2020 เนเธอร์แลนด์และเยอรมนีนำเข้าน้ำมันต่อวันจากรัสเซียมากที่สุด

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency--IEA) ระบุว่า สโลวาเกียและฮังการี ซึ่งจะมีเวลามากกว่าชาติอื่น ๆ ในสหภาพยุโรป 1 ปี ในการหาผู้ขายน้ำมันรายอื่นแทนรัสเซีย ปีที่แล้วนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่ 96% และ 58% ตามลำดับ
ส่วนน้ำมันที่สหราชอาณาจักรนำเข้าทั้งหมดในปีที่แล้ว มาจากรัสเซียเพียง 8% และน้ำมันที่สหรัฐฯ นำเข้าทั้งหมดในปีที่แล้ว มาจากรัสเซียเพียง 3% เท่านั้น
ทางเลือกนอกจากน้ำมันของรัสเซีย
เบน แม็กวิลเลียมส์ นักวิเคราะห์วิจัย ระบุว่า การหาน้ำมันทางเลือกแทนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียนั้น ง่ายกว่าการหาก๊าซธรรมชาติทางเลือก เพราะว่า แม้ว่าน้ำมันบางส่วนจะมาจากรัสเซีย แต่ก็ "มีการส่งน้ำมันจากที่อื่นจำนวนมาก"
บางประเทศที่เป็นสมาชิกของ IEA ได้นำน้ำมันในคลังออกมาแล้ว 120 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปล่อยน้ำมันสำรองออกมามากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมา
ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ สั่งให้มีการนำน้ำมันจากแหล่งสำรองของสหรัฐฯ จำนวนมาก เพื่อพยายามที่จะช่วยลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงลง
สหรัฐฯ ยังต้องการให้ซาอุดีอาระเบียเพิ่มการผลิตน้ำมันของตัวเองและกำลังพิจารณาผ่อนคลายการคว่ำบาตรน้ำมันของเวเนซุเอลาด้วย

ที่มาของภาพ, Getty Images
รัสเซียระงับการส่งก๊าซธรรมชาติอย่างไร
ในช่วงแรกของการบุกเข้ารุกรานยูเครน รัสเซียยังจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้ประเทศต่าง ๆ ในยุโรปอยู่
แต่หลังจากชาติมหาอำนาจในตะวันตกเริ่มใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ประกาศว่า ประเทศ "ที่ไม่เป็นมิตร" ต้องจ่ายค่าก๊าซด้วยเงินรูเบิลรัสเซีย
ก๊าซพรอม (Gazprom) บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย บอกว่า ได้ระงับการส่งก๊าซไปโปแลนด์และบัลแกเรียจนกว่าสองประเทศนี้จะสามารถจ่ายเงินให้เป็นสกุลรูเบิลได้
สหภาพยุโรป บอกแล้วว่า การกระทำของรัสเซียถือเป็นการแบล็กเมลรูปแบบหนึ่ง
หลายประเทศในสหภาพยุโรปจะเผชิญปัญหาเดียวกันนี้ในช่วงกลางเดือน พ.ค. ซึ่งถึงกำหนดจ่ายชำระค่าก๊าซธรรมชาติ
การจ่ายค่าก๊าซธรรมชาติเป็นเงินสกุลรูเบิลจะช่วยทำให้สกุลเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซีย
ใครจ่ายเป็นเงินสกุลรูเบิลบ้าง
นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ได้ออกมาเตือนบริษัทพลังงานในยุโรปว่า อย่าโอนอ่อนตามคำเรียกร้องของรัสเซีย โดยว่าบอกว่านี่น่าจะขัดต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป
ประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป กำลังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับกรอบเวลาในการลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย

บริษัทก๊าซต่าง ๆ ในประเทศในสหภาพยุโรป รวมถึงเยอรมนี ฮังการี และสโลวาเกีย เห็นตรงกันว่า จะจ่ายเงินค่าก๊าซเป็นสกุลยูโรผ่านธนาคารก๊าซพรอมแบงก์ (Gazprombank) ของรัสเซีย ซึ่งจะมีการแปลงการชำระเงินนี้เป็นเงินสกุลรูเบิล
ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานแล้วว่า บริษัทก๊าซหลายแห่งในออสเตรียและอิตาลีกำลังวางแผนที่จะเปิดบัญชีกับธนาคารก๊าซพรอมแบงก์
สหภาพยุโรป ระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ถ้าผู้ซื้อก๊าซจากรัสเซียสามารถชำระเงินเป็นสกุลยูโรและได้รับการยืนยันการชำระเงินก่อนที่จะมีการแปลงค่าเงินเป็นสกุลรูเบิล การทำเช่นนี้จะไม่ถือว่า ละเมิดการคว่ำบาตร
อย่างไรก็ตาม มีมุมมองที่แตกต่างกันในหลายประเทศเกี่ยวกับการตีความข้อแนะนำเบื้องต้นนี้ และนักการทูตสหภาพยุโรปหลายคนระบุว่า พวกเขาต้องการความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้
รัสเซียจัดส่งก๊าซให้ยุโรปมากแค่ไหน
41% ของปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ยุโรปนำเข้าทั้งหมดในปี 2019 มาจากรัสเซีย
หากไม่มีก๊าซจากรัสเซีย อิตาลีและเยอรมนีจะเดือดร้อนเป็นพิเศษเพราะสองประเทศนี้นำเข้าก๊าซมากที่สุด

อย่างไรก็ดี ก๊าซที่สหราชอาณาจักรนำเข้าจากรัสเซียคิดเป็นแค่ 5% เท่านั้น ส่วนสหรัฐอเมริกาไม่ได้พึ่งพาก๊าซจากรัสเซียเลย
รัสเซียส่งก๊าซไปยังยุโรปผ่านท่อส่งก๊าซหลักหลายท่อด้วยกัน โดยจะส่งก๊าซไปสะสมตามศูนย์ต่าง ๆ ของภูมิภาคก่อนที่จะส่งต่อไปยังประเทศในยุโรป
ตอนนี้โปแลนด์มีก๊าซในคลังสะสม 76% แต่บัลแกเรียมีเหลือแค่ 17%
"นี่ไม่ใช่ปัญหาในระยะสั้น ปัญหาจะเกิดขึ้นในฤดูหนาวหน้า ดังนั้นสำคัญมากที่ต้องหาก๊าซมาทดแทนให้ได้" ซิโมน ทาเลียเพตรา นักวิจัยด้านนโยบายพลังงาน ระบุ

ที่มาของภาพ, AFP
ทางเลือกอื่น
บัลแกเรียบอกว่ากำลังพยายามเพิ่มปริมาณก๊าซที่ได้จากอาเซอร์ไบจาน และก็จะทำข้อตกลงกับตุรกีและกรีซด้วย
โปแลนด์กำลังสร้างท่อส่งก๊าซใหม่ซึ่งจะเชื่อมกับแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติของนอร์เวย์ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จราว ต.ค. 2022 และกำลังพยายามนำเข้าก๊าซจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลิทัวเนียให้มากขึ้น
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศโปแลนด์บอกกับบีบีซีว่า ยังมีทางเลือกอื่น ๆ เช่น นำเข้าก๊าซจากประเทศอื่น อาทิ สหรัฐอเมริกาและชาติอาหรับ
ยุโรปเองก็สามารถหันไปพึ่งผู้ส่งออกรายอื่น ๆ เช่น กาตาร์ แอลจีเรีย และไนจีเรีย แต่มีปัญหาในเชิงปฏิบัติหลายอย่างในการขยายกำลังการผลิตอย่างรวดเร็ว
ด้านสหรัฐฯ ตกลงที่จะส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (liquified natural gas—LNG) เพิ่ม 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตรให้แก่ยุโรปภายในสิ้นปีนี้
ยุโรปอาจจะเพิ่มการใช้พลังงานอื่น ๆ อย่างพลังงานลม แต่การทำเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้อย่างรวดเร็ว










