รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียยิงขีปนาวุธจากทะเลโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองโอเดซา

ที่มาของภาพ, AFP
รัสเซียยิงขีปนาวุธความแม่นยำสูงทำลายโรงกลั่นน้ำมันในเมืองโอเดซา นอกจากนี้ยังโจมตีโรงกลั่นน้ำมันอีกหนึ่งแห่งในเมืองเครเมนชุกด้วย ส่วนที่เมืองบูชามีการจุดไฟเผารถถังและศพผู้เสียชีวิตบนท้องถนน
สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองทัพรัสเซียได้ยิงขีปนาวุธที่มีความแม่นยำสูงจากทะเลสู่อากาศ ทำลายโรงกลั่นน้ำมัน 1 แห่ง และคลังเก็บเชื้อเพลิงอีก 3 แห่ง ในเมืองโอเดซา
กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า ยูเครนใช้โรงกลั่นน้ำมันและคลังเชื้อเพลิงเหล่านี้ในการสนับสนุนทหารใกล้กับเมืองมิโคลายีฟ
เจ้าหน้าที่ทางการยูเครนระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงเช้าวันนี้ (3 เม.ย.)
โอเดซา เตรียมพร้อมแค่ไหน
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เมืองโอเดซา เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน ซึ่งเกิดเหตุระเบิดในช่วงเช้าวันอาทิตย์ (3 เม.ย.)
โอเดซา ได้เตรียมพร้อมรับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดมานานหลายสัปดาห์แล้ว ขณะที่เรือรบจำนวนมากของรัสเซียได้ล้อมชายฝั่งทะเลดำไว้

ที่มาของภาพ, Getty Images
ชาวเมืองได้อพยพออกจากเมืองแล้ว ร้านอาหารและรถรางร้างราผู้คน ขณะที่ท้องถนนเต็มไปด้วยกับดักรถถัง และมีการนำกระสอบทรายไปวางไว้โดยรอบอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสียหาย
แต่แอนดรูว์ ฮาร์ดิง ผู้สื่อข่าวของบีบีซี รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เมืองโอเดซากลับมาเปิดอีกครั้งอย่างระมัดระวัง ทั้งที่มีเสียงสัญญาณเตือนภัยการโจมตีทางอากาศ มีการลาดตระเวนตามย่านต่าง ๆ และผู้คนต่างหวาดกลัวการโจมตีของรัสเซีย
คาดว่า ความมั่นใจในการกลับมาเปิดเมืองอีกครั้ง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการหยุดชะงักของกองทัพรัสเซียตามแนวชายฝั่งทะเลดำ
แต่เมืองโอเดซาเตรียมพร้อมแค่ไหน เมื่อประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนว่า กองทัพรัสเซียน่าจะมุ่งเน้นไปที่การยึดพื้นที่ทางตะวันออกและทางใต้ของยูเครน
นักวิเคราะห์เชื่อว่า เป็นเรื่องยากที่รัสเซียจะยึดเมืองโอเดซาทางทะเล โดยไม่ตั้งฐานทัพทหารบนบกก่อน
ขณะที่สุสานขนาดใหญ่ของยูเครน ซึ่งเป็นอุโมงค์ใต้ดินระยะทางราว 2,500 กิโลเมตร ถูกนำมาใช้เป็นหลุมหลบภัยการโจมตีทางอากาศ

ที่มาของภาพ, AFP
โจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเครเมนชุก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ว่าการภูมิภาคโปลตาวา กล่าวทางโทรทัศน์ว่า โรงกลั่นน้ำมันอีกแห่งหนึ่งในเมืองเครเมนชุกทางตอนกลางของยูเครน ถูกรัสเซียโจมตีจนพังย่อยยับ
"ได้มีการดับเพลิงที่ลุกไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมันแล้ว แต่โรงกลั่นน้ำมันถูกทำลายจนย่อยยับ และไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว" ลูนิน ดมีโทร ลูนิน กล่าวตามรายงานของรอยเตอร์
หนังสือพิมพ์เคียฟ อินดิเพนเดนต์ (Kyiv Independent) ได้ทวีตข้อความว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธเมื่อ 1 เม.ย. ได้ทำลายโรงกลั่นน้ำมันแห่งนี้ ซึ่งใหญ่ที่สุดในยูเครน
เครเมนชุกเป็นเขตอุตสาหกรรมที่สำคัญทางตอนกลางของยูเครน
"หลักฐานการก่ออาชญากรรมสงคราม"
นายเซอร์เกย์ นิกิโฟรอฟ ที่ปรึกษาของนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ให้สัมภาษณ์บีบีซีว่า กองทัพรัสเซียอาจทิ้งหลักฐานการก่ออาชญากรรมสงคราม ขณะที่ถอยทัพออกจากพื้นที่ต่าง ๆ รอบกรุงเคียฟ

ที่มาของภาพ, BBC/LEE DURANT
นายนิกิโฟรอฟ พูดถึงภาพที่มาจากเมืองบูชา เมืองฮอสโตเมล และเมืองเอียร์ปิน ใกล้กรุงเคียฟว่า "ใจสลาย"
เขาบอกว่า กองทัพยูเครนได้พบหลุมฝังศพหมู่จำนวนมาก หลายคนถูกมัดขาและมือไว้ พบศพของพลเรือนที่ถูกสังหารด้วยกระสุนปืนที่ยิงเข้าที่ด้านหลังศีรษะ
"มันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้ว่า ทำไมจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น" เขากล่าว "มันคือความโหดเหี้ยม ไม่มีความจำเป็นทางการทหารใด ๆ ที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้"
เจเรมี โบเวน ผู้สื่อข่าวของบีบีซี อยู่ในเมืองบูชา ซึ่งเขารายงานว่า ตามท้องถนนเต็มไปด้วยซากศพและรถถังที่ถูกจุดไฟเผา
"มีศพผู้ชายอย่างน้อย 20 คน นอนอยู่บนถนนขณะที่ทหารยูเครนเข้ามาในเมืองนี้ ศพบางส่วนถูกมัดมือไพล่หลัง" ผู้สื่อข่าวบีบีซีกล่าว
ลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า "การโจมตีโดยไม่เลือกหน้า" โดยกองทัพรัสเซียต่อพลเรือนยูเครน ควรถูกสอบสวนในฐานะอาชญากรรมสงคราม
เธอเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "การกระทำที่น่าตกใจ" ของรัสเซียในเมืองต่าง ๆ อย่าง เอียร์ปินและบูชา โดยนางทรัสส์รับปากว่า สหราชอาณาจักรจะสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศในการสอบสวนอย่างเต็มที่
"เราจะไม่ปล่อยให้รัสเซียปกปิดการเกี่ยวข้องกับความโหดเหี้ยมเหล่านี้ ด้วยข้อมูลเท็จเพื่อประโยชน์ส่วนตัว และจะทำให้เกิดความมั่นใจว่า จะมีการเปิดเผยความจริงของการกระทำของรัสเซีย" เธอกล่าว
สหราชอาณาจักรต้องการส่งขีปนาวุธต่อต้านเรือให้ยูเครน
ซันเดย์ ไทม์ รายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักร ต้องการส่งขีปนาวุธต่อต้านเรือรบให้กับยูเครน เพื่อใช้ในการโจมตีเรือรบของรัสเซีย และบรรเทาแรงกดดันในเมืองต่าง ๆ ที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง ที่กำลังเผชิญกับการระดมยิงจากทะเล

ที่มาของภาพ, EPA
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ระบุว่า แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "การเปลี่ยนเกียร์" ในการรับมือกับสงครามนี้ของชาติตะวันตก
โดยซันเดย์ ไทม์ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร บอกกับบรรดารัฐมนตรีว่า เขาต้องการส่งขีปนาวุธนี้เพื่อใช้ป้องกันรัสเซียไม่ให้บุกเข้ามาในเมืองโอเดซา เมืองท่าทางตอนใต้ของยูเครน











