รัสเซีย ยูเครน : รัสเซียค้าขายกับจีนมากแค่ไหน จะทดแทนการค้ากับชาติตะวันตกได้ไหม

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ข่าย หวัง และ หว่านหยวน ซ่ง
- Role, ทีมตรวจสอบความจริง บีบีซี
ออสเตรเลียเรียกร้องให้จีนดำเนินมาตรการเพิ่มขึ้นเพื่อโดดเดี่ยวรัสเซียหลังจากเข้ารุกรานยูเครน และให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรแบบเดียวกันกับของสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และสหราชอาณาจักร
เมื่อเร็ว ๆ นี้ นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลียได้วิจารณ์กรณีที่จีนทำข้อตกลงซื้อข้าวสาลีเพิ่มจากรัสเซีย โดยชี้ว่านี่เป็นการโยน "สายช่วยชีวิตทางเศรษฐกิจ" ให้แก่รัสเซีย
ทีมข่าวตรวจสอบความจริงของบีบีซีจะพาไปสำรวจว่าจีนจะสามารถให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่รัสเซียได้มากน้อยเพียงใด ในยามที่ประเทศกำลังเผชิญการคว่ำบาตรจากโลกตะวันตก
การคว่ำบาตรจะกระทบการค้าของรัสเซียหรือไม่
จีนระบุว่า "จะยังคงความร่วมมือทางการค้าตามปกติ" กับรัสเซียต่อไป
แต่ขณะนี้ ธนาคารรัสเซียหลายแห่งได้ถูกตัดออกจากระบบการชำระเงินระหว่างประเทศสวิฟต์ (Swift) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงินทั่วโลก และจะทำให้การชำระเงินสำหรับสินค้าส่งออกของรัสเซียทำได้ยากขึ้น
ดังนั้นจึงทำให้เมื่อเร็ว ๆ นี้ จีนต้องตัดลดการซื้อสินค้าจากรัสเซียลง เพราะผู้ค้าเผชิญความยากลำบากในการทำธุรกรรมทางการเงิน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งจีนและรัสเซียได้พยายามพัฒนาระบบการชำระเงินทางเลือกของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาระบบที่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสกุลหลักในการจ่ายเงินแบบสวิฟต์
รัสเซียมีระบบโอนเงินที่เรียกว่า System for Transfer of Financial Messages หรือ STFM ขณะที่จีนมีระบบ Cross-Border Interbank Payment System หรือ CIPS ซึ่งต่างใช้เงินสกุลของตนเอง
ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์โดยศูนย์คาร์เนกีมอสโกว ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยในรัสเซียระบุว่า ระบบชำระเงินทั้งสอง "ไม่ใช่ทางเลือกที่ทดแทนสวิฟต์ได้"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ข้อมูล ณ ปี 2021 พบว่า มีธนาคารจีนที่เข้าร่วมระบบ STFM ของรัสเซียเพียงแห่งเดียว ในขณะที่มีธนาคารรัสเซีย และสถาบันการเงินอื่น ๆ ในโลกใช้ระบบ CIPS ของจีนมากกว่า
รายงานข่าวที่อ้างอิงสถิติของทางการรัสเซียระบุว่า ปัจจุบันมีการค้าระหว่างรัสเซียและจีนเพียง 17% ที่ทำธุรกรรมโดยใช้เงินหยวน (เพิ่มขึ้นจาก 3.1% ในปี 2014)
ส่วนการค้าด้านพลังงานระหว่างสองประเทศส่วนใหญ่ใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ แม้จะเริ่มมีการใช้เงินหยวนเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ตาม
รัสเซียทำการค้ากับจีนมากเพียงใด
การค้าระหว่างสองประเทศเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ตัวเลขการค้าเมื่อปีที่แล้วสูงเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 147,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเกือบ 36% จากปีก่อนหน้า และมีสัดส่วนราว 18% ของการค้าทั้งหมดของรัสเซียในปี 2021

ระหว่างที่ประนาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เยือนกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนก่อน ทั้งสองประเทศระบุว่า จะเพิ่มการค้าระหว่างกันให้มีมูลค่าแตะ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2024
หน่วยงานด้านศุลกากรของจีนได้ประกาศยกเลิกข้อจำกัดทั้งหมดต่อการนำเข้าข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์จากรัสเซียในวันที่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครน
เมื่อปีก่อน จีนเป็นผู้ซื้อข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก และเป็นผู้ซื้อบาร์เลย์รายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่รัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตอันดับหนึ่งของสินค้าทั้งสองชนิด
นอกจากสินค้าการเกษตรแล้ว จีนยังเป็นผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ซึ่งมีทั้งน้ำมัน และก๊าซ
จีนถือเป็นผู้ซื้อถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย และทั้งสองฝ่ายก็เพิ่งจะทำข้อตกลงใหม่ที่มีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากรัสเซียบุกยูเครนได้เพียง 1 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม สหภาพยุโรป (อียู) ยังถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย โดยในปี 2021 การค้าระหว่างสองฝ่ายมีมูลค่ามากกว่าการค้าระหว่างรัสเซียกับจีนเกือบ 2 เท่า

ดร.รีเบกกา ฮาร์ดิง ระบุว่า แนวโน้มนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เพราะมาตรการคว่ำบาตรของโลกตะวันตกจะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างรัสเซียกับอียูลดลง และทำให้อียูต้องมองหาแหล่งซื้อสินค้าแห่งใหม่
ส่วนการค้าระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ยิ่งมีมูลค่าน้อยกว่า
จีนจะซื้อพลังงานจากรัสเซียเพิ่มหรือไม่
เศรษฐกิจรัสเซียต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซอย่างมาก และการคว่ำบาตรล่าสุดก็มุ่งเป้าไปที่ภาคธุรกิจนี้
รายงานระบุว่า เมื่อปีก่อน รัสเซียเป็นผู้ขายน้ำมันรายใหญ่อันดับ 2 ให้แก่จีน และเป็นอันดับ 3 ในการขายก๊าซ โดยมีมูลค่าการส่งออกที่ 41,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 4,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายปูตินเพิ่งจะเปิดเผยข้อตกลงขายน้ำมันและก๊าซฉบับใหม่กับจีนที่มีมูลค่าราว 117,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อพลังงานรายใหญ่ที่สุดของรัสเซียยังคงเป็นกลุ่มอียู โดย 40% ของก๊าซ และ 26% ของน้ำมันที่ใช้ในอียูเป็นการนำเข้าจากรัสเซีย
ข้อมูลจากทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency หรือ IEA) ระบุว่า เมื่อปีก่อน รัสเซียส่งออกน้ำมันให้จีนเพียง 20% ของยอดการส่งออกทั้งหมดของประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังยุโรป
ดร.ฮาร์ดิง ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รัสเซียมีอัตราการส่งออกน้ำมันและก๊าซให้จีนเพิ่มขึ้นปีละ 9% ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การส่งออกน้ำมันให้จีนยังมีมูลค่าเพียงครึ่งหนึ่งของตลาดอียู

คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย












