รัสเซีย ยูเครน : ชาวยูเครนประท้วงการรุกราน รัสเซียเตือนคนไทยที่จะไปรบให้ยูเครน

ที่มาของภาพ, EPA
ประชาชนราว 2,000 คนในเมืองเคียร์ซอน (Kherson) ซึ่งตกอยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซียเมื่อไม่กี่วันก่อนได้ออกมาประท้วงบนท้องถนนเมื่อเช้าวันที่ 5 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น โดยโบกธงและร้องเพลงชาติยูเครน พร้อมกับร้องตะโกนว่า "พวกรัสเซียกลับบ้านไป" "เคียร์ซอนคือยูเครน"
ทั่วทั้งเมืองมีการตั้งจุดตรวจ ทหารรัสเซียจะเรียกตรวจรถทุกคันที่สัญจรผ่าน ชาวเมืองหลายคนบอกกับบีบีซีว่าทหารรัสเซียมีรายชื่อของนักเคลื่อนชาวยูเครนที่จะต้องจับตัวให้ได้อยู่

ในวันที่ 10 ของการรุกรานยูเครน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียประกาศหยุดยิงในสองเมืองคือ มาริยูโปล (Mariupol) และเมืองวอลโนวากา (Volnovakha) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน และเปิดระเบียงมนุษยธรรม (humanitarian corridor) หรือเขตพื้นที่ปลอดภัยเป็นเส้นทางออกจากเมืองทั้งสองขึ้น "เพื่อมนุษยธรรม" แต่เมื่อถึงเวลาอพยพจริง รัสเซียกลับยังคงระดมยิงและไม่เปิดทางให้ผู้อพยพตามที่แถลงไว้
มาริยูโปล ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญนั้นถูกรัสเซียโจมตีมาติดต่อกันหลายวัน ส่วนที่วอลโนวากาก็มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงของกองกำลังรัสเซียและกองกำลังยูเครน อาคารหลายแห่งในเมืองวอลโนวากาได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ร่างของผู้เสียชีวิตก็ยังคงอยู่ที่เดิมเพราะไม่มีใครกล้าไปเก็บ
ช่วงเวลาหยุดยิงถูกกำหนดไว้ในระหว่างเวลา 9.00 - 16.00 น. ของเวลาท้องถิ่นในวันที่ 5 มี.ค. โดยรองนายกรัฐมนตรีของยูเครน อิรีนา เวเรชชุก ระบุว่า คณะกรรมการกาชาดสากลดำเนินการประสานงานในการเจรจาเพื่อหยุดยิงครั้งนี้เพื่อให้ชาวเมืองสามารถอพยพออกมาจากเขตที่มีการสู้รบกันดุเดือดได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
"ระเบียงมนุษยธรรม" ที่ไม่เป็นจริง
เมืองมาริยูโปลซึ่งมีประชากรราว 450,000 คน ขณะนี้ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ เนื่องจากตกเป็นเป้าโจมตีที่กองกำลังรัสเซียพยายามเข้ายึดครองให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อระหว่างเขตอิทธิพลรัสเซียสองแห่ง ซึ่งก็คือคาบสมุทรไครเมียทางตอนใต้กับภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮานสก์ทางตะวันออก
ล่าสุด สภาเมืองมาริยูโปลต้องยกเลิกการอพยพผู้คนออกนอกเมือง เนื่องจากกองทัพรัสเซียไม่ยอมหยุดยิงชั่วคราว โดยประกาศให้ประชาชนที่รวมตัวกันเพื่อรอออกเดินทางให้แยกย้ายกันไปหาที่หลบภัยไปก่อน และรอฟังข่าวคืบหน้าต่อไป
การหยุดยิงที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่ามีจุดประสงค์เพื่อมนุษยธรรมนั้นกลับไม่ได้รับการตอบสนองจากทหารรัสเซียในแนวหน้า เพราะยังมีการยิงถล่มอย่างต่อเนื่องในหลายจุดจนไม่สามารถเดินทางออกจากเมืองทั้งสองแห่งไปตามแนวของการหยุดยิงที่รัสเซียเรียกว่า "ระเบียงมนุษยธรรม" ได้เลย
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมของรัสเซียออกมาให้ข่าวกับสื่อของรัฐบาลตนเองตอบโต้การรายงานข่าวของสื่อตะวันตกกรณีนี้ โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ของยูเครนและกลุ่มชาตินิยมต่างหากที่พยายามสกัดกั้นไม่ให้คนออกจากเมือง
ช่วงบ่ายวันที่ 10 การรุกรานยูเครน กองกำลังรัสเซียยังคงโจมตีเมืองต่าง ๆ ของยูเครน และมีการรายงานว่ามีการต่อสู้ระยะประชิดระหว่างกองกำลังสองฝ่ายในหลายที่อีกด้วย ข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมของอังกฤษระบุว่ารัสเซียน่าจะล้อมเมืองหลัก 4 เมือง คือ คาร์คีฟ, ซูมี, แชร์นิฮิฟ และมาริยูปอลเอาไว้แล้ว
ภาคธุรกิจมีส่วนร่วมในการคว่ำบาตร
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ย่ำแย่ลงในยูเครน โลกธุรกิจก็เข้ามามีส่วนร่วมในการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มขึ้น ZARA เสื้อผ้าแบรนด์ระดับโลกก็ประกาศปิดร้านของตนเองทั้งหมด 500 สาขาในรัสเซีย บริษัทซัมซุงของเกาหลีใต้ และ PayPal ของสหรัฐฯ ก็หยุดการดำเนินงานของตนในรัสเซียเช่นเดียวกัน
มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของนานาชาติเริ่มส่งผลต่อภาคธุรกิจของรัสเซียแล้ว แอโรฟลอต สายการบินแห่งชาติรัสเซียออกมาประกาศ เมื่อ 5 มี.ค. ว่าจะยุติการบินระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค. เป็นต้นไป เหลือแต่การบินในประเทศรวมทั้งเที่ยวบินไปเบลารุสเท่านั้น เนื่องเพราะก่อนหน้านี้อียู อังกฤษ สหรัฐฯ แคนาดา และประเทศอื่น ๆ ได้ออกคำสั่งห้ามเครื่องบินรัสเซียบินเข้าน่านฟ้า ทำให้รัสเซียประกาศปิดน่านฟ้าของตนเองเป็นการตอบโต้ ซึ่งส่งผลให้แอโรฟลอตและสายการบินของรัสเซียอื่น ๆ ไม่สามารถดำเนินธุรกิจตามปกติได้
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษได้ออกประกาศเตือนให้คนสัญชาติอังกฤษที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในรัสเซียให้พิจารณาเดินทางออกมา
ขณะที่ในหลายประเทศก็มีทำกิจกรรมเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เช่น สวิตเซอร์แลนด์, โครเอทีย, อังกฤษ รวมทั้งในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้นางลินดา โทมัส-กรีนฟีลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ ระบุว่าขณะนี้กองทัพรัสเซียได้เคลื่อนกำลังพลเข้าประชิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยาชูเครนสก์ (Yazhukrainsk) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของยูเครน และอยู่ห่างจากกรุงเคียฟไปทางตอนใต้ราว 322 กิโลเมตร
ผู้แทนสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ อ้างถึงรายงานข่าวกรองล่าสุดที่ชี้ว่า กองกำลังรัสเซียอยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้เพียง 32 กิโลเมตร และดูเหมือนว่ามีเจตนาจะเข้าโจมตีและยึดครอง เพื่อตัดลดกำลังการผลิตไฟฟ้าของยูเครน เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอนิชเชียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ซึ่งกองกำลังรัสเซียได้ยิงโจมตีจนเกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อวานนี้
"ภยันตรายใกล้ตัวยังคงมีอยู่" นางโทมัส-กรีนฟีลด์ กล่าว "ประชาคมนานาชาติต้องร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว โดยเรียกร้องให้รัสเซียหยุดการโจมตีที่เป็นภัยร้ายแรงนี้ หลังโลกหลบเลี่ยงหายนะมาได้อย่างเฉียดฉิวเมื่อวาน"
ด้านนายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในรายการข่าวของบีบีซีว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการโค่นล้มรัฐบาลรัสเซีย หรือระบอบการปกครองภายใต้อำนาจของประธานาธิบดีปูตินแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับประชาชนชาวรัสเซียที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยกับวุฒิสมาชิกชาวอเมริกันผู้หนึ่งที่ทวีตข้อความเรียกร้องให้ชาวรัสเซียลอบสังหารนายปูติน เพื่อยุติสงคราม

ที่มาของภาพ, Reuters
รัสเซียหวนคืนสู่ยุค "หลังม่านเหล็ก" ควบคุมสื่อเบ็ดเสร็จทุกช่องทาง
สื่อรายใหญ่ของชาติตะวันตก ซึ่งรวมถึงบีบีซี, ซีเอ็นเอ็น, ซีบีเอส, เอบีซี, และบลูมเบิร์ก ต่างยุติการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศรัสเซียเป็นการชั่วคราว หลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ลงนามออกกฎหมายห้ามเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับสงครามในยูเครน ซึ่งผู้กระทำผิดอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลา 15 ปี

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากนี้ทางการรัสเซียยังจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์, ยูทิวบ์, รวมทั้งช่องทางเข้าถึงสื่อและสำนักข่าวอิสระภายในประเทศ ทำให้การแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารจากโลกภายนอกถูกรัฐบาลรัสเซียควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนกับในยุคของสหภาพโซเวียต
ทั่วโลกชุมนุมต่อต้านสงคราม

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อคืนวันศุกร์ (4 มี.ค.) ผู้คนในหลายประเทศทั่วโลกได้พร้อมใจกันออกมาชุมนุมต่อต้านสงคราม รวมทั้งแสดงการสนับสนุนประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน โดยประชาชนหลายพันคนได้เข้าร่วมการชุมนุมดังกล่าวที่นครหลวงและเมืองใหญ่หลายแห่ง ทั้งที่โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร เม็กซิโก เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย
ส่วนที่กรุงทบิลิซีของจอร์เจีย กรุงปรากของสาธารณรัฐเช็ก กรุงบราติสลาวาของสโลวาเกีย และนครแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี ประธานาธิบดีเซเลนสกีได้กล่าวปราศรัยต่อผู้ชุมนุมผ่านทางวิดีโอลิงก์ด้วย
ก่อนหน้านี้เขาได้กล่าวตัดพ้อและตำหนิชาติตะวันตกที่ไม่ยอมให้น่านฟ้าเหนือยูเครนเป็นเขตห้ามบิน เพื่อยับยั้งการโจมตีทางอากาศของรัสเซีย "ผู้เสียชีวิตทุกคนต้องตายก็เพราะพวกคุณ" ผู้นำยูเครนกล่าว

อย่างไรก็ตาม ที่กรุงเบลเกรดของเซอร์เบียกลับมีการชุมนุมสนับสนุนผู้นำรัสเซีย โดยประชาชนราว 4,000 คน รวมตัวกันหน้าอนุสาวรีย์พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่สองและตามท้องถนน ต่างชูธงชาติรัสเซียรวมทั้งภาพและข้อความที่แสดงความเป็นบ้านพี่เมืองน้องระหว่างสองประเทศ
เตือนคนไทยจะสมัครไปรบให้ยูเครน
เพจเฟซบุ๊ก สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความเตือนคนไทยไม่ให้สมัครเข้าร่วมกองกำลังอาสาสมัครนานาชาติเพื่อช่วยกองทัพยูเครนรบกับรัสเซีย หลังจากสถานทูตยูเครนประจำประเทศไทยได้โพสต์ข้อความเชิญชวนก่อนหน้านี้
สถานทูตรัสเซียได้อ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียที่เตือนไว้ว่า "ภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทหารรับจ้างชาวต่างชาติไม่ได้จัดให้เป็นทหารและไม่มีสิทธิ์ได้รับสถานะเชลยศึก พวกเขาจะต้องเผชิญกับการดำเนินคดีตามมา กระทรวงกลาโหมขอเตือนว่าไม่ให้เข้าร่วมในการกระทำดังกล่าว"
นอกจากนี้ สถานทูตรัสเซียในไทยเผยในอีกโพสต์ว่าได้รับจดหมายจากผู้ที่ให้การสนับสนุนต่อรัสเซีย ซึ่งมาจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มาอยู่ที่ประเทศไทย บางคนได้ประกาศความพร้อมในการลงทะเบียนเข้าร่วมกองทัพรัสเซีย อย่างไรก็ตาม กฎหมายของรัสเซียในปัจจุบันไม่ได้ให้การมีส่วนร่วมของชาวต่างชาติที่พำนักถาวรนอกสหพันธรัฐรัสเซียเข้าร่วมทางการทหาร แต่ก็รู้สึกขอบคุณทุกคนสำหรับความเห็นอกเห็นใจและการสนับสนุนที่ส่งถึงรัสเซีย

คุณมีคำถาม เราหาคำตอบ: ผลกระทบของสงครามในยูเครนต่อประเทศไทย














