ผู้นำสหรัฐฯ และรัสเซีย หารือกันในสวิตเซอร์แลนด์ ช่วงที่ความสัมพันธ์ตกต่ำ

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย กำลังจะหารือกันเป็นครั้งแรกในการประชุมสุดยอด
การหารือในนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์เกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างกันอยู่ที่ระดับต่ำสุด
ประเด็นที่จะหารือกันรวมถึงการควบคุมอาวุธ และข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า รัสเซียปฏิบัติการโจมตีทางไซเบอร์
คาดว่า จะไม่มีข้อสรุปในเรื่องสำคัญใด ๆ เกิดขึ้น แต่หวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะมีความเห็นตรงกันในเรื่องเล็ก ๆ
การประชุมนี้จัดขึ้นอย่างระมัดระวัง โดยประธานาธิบดีรัสเซียเดินทางโดยเครื่องบินไปยังนครเจนีวาเมื่อวันพุธ (16 มิ.ย.) ก่อนที่ขบวนรถจะนำเขาไปยังบ้านพักริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งจะเป็นที่ใช้จัดการประชุมสุดยอด
ส่วนนายไบเดนเดินทางไปถึงนครเจนีวาเมื่อวันอังคาร จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้านพักที่ผู้นำทั้งสองได้จับมือกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ผู้นำทั้งสองประเทศต่างมีเจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสติดตามเพื่อเข้าร่วมการประชุมด้วยหลายคน
การหารือนี้เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของนายไบเดน ซึ่งเขาได้เข้าร่วมการประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (จี 7) และหารือกับบรรดาผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) การเข้าร่วมประชุมสุดยอดกับผู้นำรัสเซียครั้งนี้ นายไบเดนได้เน้นย้ำว่า เขาได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรชาติตะวันตกของเขา
การเลือกนครเจนีวาเป็นเมืองในการจัดประชุม ทำให้หวนนึกถึงการประชุมสุดยอดสงครามเย็นระหว่างประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ และนายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำโซเวียตในปี 1985

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขณะนี้สหรัฐฯ และรัสเซียยังไม่มีเอกอัครราชทูตประจำในประเทศของอีกฝ่าย และเมื่อไม่นานนี้ รัสเซียได้บรรจุสหรัฐฯ ไว้ในบัญชีรายชื่ออย่างเป็นทางการของ "รัฐที่ไม่เป็นมิตร" ด้วย
อย่างไรก็ตาม นายไบเดน กล่าวว่า การหารือกันครั้งนี้เป็นขั้นตอนสำคัญว่า ทั้งสองฝ่ายจะมีความสัมพันธ์ "ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้" ระหว่างกันหรือไม่ ขณะที่นายปูติน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า มี "หลายปัญหาที่เราสามารถร่วมมือกันได้"
แต่นายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านกิจการต่างประเทศของนายปูติน กล่าวกับนักข่าวว่า ด้านดีของการประชุมนี้ "มีไม่มากนัก" ขณะที่นายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าวว่า การหารือกันครั้งนี้ "จะยากลำบากมาก"
เมื่อถูกถามว่า ผู้นำทั้งสองชาติ ซึ่งเคยพบหน้ากันมาก่อนในสมัยที่นายไบเดนเป็นรองประธานาธิบดี จะรับประทานอาหารร่วมกันหรือไม่ เจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสของสหรัฐฯ คนหนึ่ง บอกกับ สำนักข่าวเอเอฟพีว่า "จะไม่มีการรับประทานอาหารร่วมกัน"

บทวิเคราะห์
โดย ซาราห์ เรนฟอร์ด ผู้สื่อข่าวประจำกรุงมอสโก

มีการประดับธงชาติของสหรัฐฯ และรัสเซีย ในนครเจนีวา ตำรวจติดอาวุธใช้เรือเร็วออกลาดตระเวนในทะเลสาบ และได้มีการปิดชายหาดริมฝั่งทะเลสาบที่อยู่บริเวณบ้านพักที่จะใช้ในการจัดการประชุมแล้ว
นี่จะไม่ใช่การหารือกันฉันมิตร จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไรในเมื่อ โจ ไบเดน เคยเรียก วลาดิเมียร์ ปูติน ว่า ฆาตรกร และกล่าวหาว่า เขาไม่มีจิตวิญญาณ ส่วนฝ่ายรัสเซียเอง สถานีโทรทัศน์ได้รายงานการหารือในวันนี้ โดยมีการชมผู้นำสูงวัยของสหรัฐฯ ที่เดินก้าวลงจากบันไดเครื่องบินได้โดยไม่หกล้ม
มีเรื่องที่ต้องหารือกันและอาจจะต้องร่วมมือกันหลายเรื่อง ตั้งแต่การควบคุมอาวุธไปจนถึงความมั่นคงทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นสมรภูมิสู้รบใหม่
สหรัฐฯ ยังมีเรื่องที่เป็นห่วงและต้องการหารือเกี่ยวกับ "การกระทำที่มุ่งร้าย" ของรัสเซียในต่างประเทศและเรื่องสิทธิมนุษยชนในรัสเซีย ขณะที่นายวลาดิเมียร์ ปูติน ก็คงจะไม่แยแส เช่นหลายปีที่เขาทำมา
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวถึงความก้าวหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับชะตากรรมของนักโทษสหรัฐฯ ในรัสเซีย รวมถึง พอล วีแลน นาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่ถูกตัดสินว่าผิดฐานเป็นสายลับ และรัสเซียได้พยายามที่ขอแลกตัวนักโทษรายนี้กับบุคคลสำคัญของรัสเซียที่ถูกควบคุมตัวสหรัฐฯ มานานแล้ว
อาจเป็นไปได้ว่า "สงครามการทูต" ที่ดำเนินต่อเนื่องมายาวนานอาจยุติลง โดยอาจจะมีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตกลับไปประจำการในแต่ละประเทศ
การหารือกันครั้งนี้จะไม่ได้เป็นการ "ปรับความสัมพันธ์กันใหม่" การเป็นปฏิปักษ์ต่อกันยังคงอยู่ แต่จะเป็นโอกาสที่ผู้นำชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ทั้งสองชาติจะได้มาพบหน้าและมองตากันอีกครั้ง เป็นโอกาสที่จะไม่ทำให้เรื่องต่าง ๆ แย่ลงไปกว่านี้

ปัญหาใหญ่มีอะไรบ้าง
- การทูต : คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือเกี่ยวกับการเรียกทูตกลับประเทศในช่วงที่มีความตึงเครียดสูง โดยสหรัฐฯ ได้ขับเจ้าหน้าที่การทูตของรัสเซียหลายสิบคนและปิดที่ทำการด้านการทูตของรัสเซีย 2 แห่งในช่วงไม่กี่ปีนี้ ขณะที่รัสเซียได้ห้ามไม่ให้สหรัฐฯ ว่าจ้างคนในประเทศ ทำให้ภารกิจของสหรัฐฯ ในรัสเซียได้รับผลกระทบอย่างมาก ต้องมีการลดบริการลงหลายอย่าง รวมถึง การออกวีซ่า
- การควบคุมอาวุธ : เจ้าหน้าที่ทางการเชื่อว่า อาจจะมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธ โดยในเดือน ก.พ. ทั้งสองประเทศได้ขยายสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ฉบับใหม่ (New Start) ออกไปแล้ว โดยรัสเซียต้องการให้มีการขยายเวลาออกไปเพิ่มเติมอีก
- การโจมตีทางไซเบอร์ : คาดว่า นายไบเดนจะยกเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่นานนี้มาหารือ โดยสหรัฐฯ ได้กล่าวหาว่า การโจมตีเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับแฮ็กเกอร์ที่อยู่ในรัสเซีย ด้านนายปูตินได้ปฏิเสธส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
- การเลือกตั้ง : น่าจะมีการพูดคุยกันถึงเรื่องข้อกล่าวหาว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เช่นกัน และนายปูตินก็คงจะปฏิเสธเรื่องนี้อีกครั้ง
- นักโทษ : ครอบครัวของอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ 2 นาย ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำของรัสเซียได้กดดันให้มีการปล่อยตัวพวกเขาก่อนหน้าที่จะมีการจัดประชุมสุดยอด เมื่อถูกถามว่า เขาตั้งใจที่จะเจรจาเรื่องการแลกเปลี่ยนตัวนักโทษหรือไม่ นายปูตินกล่าวกับ เอ็นบีซี นิวส์ ว่า "แน่นอน"
- นาวาลนี : ฝ่ายรัสเซียระบุว่า ข้อกล่าวหาวางยาพิษและการคุมขังนายอเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้าน เป็นเรื่องการเมืองภายใน แต่เจ้าหน้าที่ทางการอาวุโสของสหรัฐฯ กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "ไม่มีประเด็นไหนที่ประธานาธิบดีถอดออกจากการหารือ"
- ยูเครน : ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ย่ำแย่ลงเมื่อรัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2014 โดยในปีนี้ได้มีการเตือนหลายครั้งว่า รัสเซียกำลังเพิ่มกำลังทหารในไครเมียและบริเวณใกล้กับพรมแดนของยูเครน ทำให้เกิดความกังวลว่า อาจจะมีการเตรียมทำสงครามขึ้น เมื่อไม่นานนี้นายปูตินยังได้คัดค้านแนวคิดให้ยูเครนเป็นสมาชิกนาโตด้วย
- ซีเรีย : คาดว่า นายไบเดนจะร้องขอให้รัสเซียอย่าปิดเส้นทางการขนส่งความช่วยเหลือของยูเอ็น









