สหรัฐฯคว่ำบาตรบริษัทจีน-รัสเซีย ช่วยเกาหลีเหนือพัฒนาอาวุธ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐฯ ประกาศรายชื่อบุคคลและกิจการที่เป็นของจีนและรัสเซียจำนวนหนึ่ง ให้เป็นบุคคลและกิจการต้องห้ามในการทำธุรกรรมกับสหรัฐฯ โดยการคว่ำบาตรนี้มีขึ้นเพื่อลงโทษกลุ่มผู้ให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือในโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์
มีบริษัท 10 แห่งและบุคคลอีก 6 รายที่ถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรในครั้งนี้ โดยนายสตีเวน มนูคิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯแถลงว่า ทางกระทรวงการคลังจะยังคงเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่อเกาหลีเหนือต่อไป โดยมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าในเทคโนโลยีด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ของเกาหลีเหนือ และจะโดดเดี่ยวคนกลุ่มนี้จากภาคการเงินและธุรกิจของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้แถลงตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐในทันที โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ "แก้ไขความผิดพลาด" ในเรื่องที่ลงโทษกิจการหลายแห่งของจีนเป็นการด่วน
แม้ในสัปดาห์ที่แล้วผู้นำเกาหลีเหนือจะได้สั่งระงับแผนการยิงขีปนาวุธโจมตีโดยรอบเกาะกวมเอาไว้ก่อน โดยอ้างว่าเพื่อรอดูท่าทีของสหรัฐฯ แต่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศยังคงไม่คลายความร้อนแรงลงมากนัก โดยในการประชุมของสหประชาชาติที่นครเจนีวาวานนี้ (22 ส.ค.) นายจู ยอง ชอล นักการทูตของเกาหลีเหนือได้กล่าวประณามภัยจากอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯที่ยังคงมีมาโดยตลอด ซึ่งทำให้เกาหลีเหนือต้องพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปและอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง

ที่มาของภาพ, Getty Images
เกาหลีเหนือยังออกวิดีโอโฆษณาชวนเชื่อชุดใหม่ ซึ่งมีภาพของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯอยู่ที่สุสานแห่งหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นสุสานบนเกาะกวม และยังมีภาพของนายไมค์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ท่ามกลางไฟลุกท่วม

ที่มาของภาพ, NORTH KOREA
อย่างไรก็ตาม นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แสดงการชื่นชมเกาหลีเหนือที่ "ควบคุมตนเองได้ในระดับหนึ่ง" โดยระบุว่าไม่มีการทดสอบขีปนาวุธเกิดขึ้นอีก นับแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมีมติออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ซึ่งพฤติกรรมที่ดีขึ้นดังกล่าวอาจปูทางไปสู่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีเหนือได้ในอนาคตอันใกล้นี้




