ทำไมสหรัฐฯ คว่ำบาตรจีนหลังซื้ออาวุธรัสเซีย?

ที่มาของภาพ, Reuters
จีนประกาศกร้าวให้สหรัฐฯ ยกเลิกการคว่ำบาตรต่อกองทัพจีนจากการที่ไปซื้ออาวุธจากรัสเซีย มิเช่นนั้นจะต้อง "เผชิญกับผลลัพธ์ที่จะตามมา"
ท่าทีอันเกรี้ยวกราดของจีนมีขึ้นหลังจากสหรัฐฯ ประกาศ ขึ้นบัญชีดำสำนักงานพัฒนายุทโธปกรณ์ (EDD) ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหมจีน ที่มีหน้าที่จัดซื้ออาวุธรวมทั้งเครื่องมือทางทหาร และนายหลี่ ฉางฟู่ ผู้อำนวยการ EDD ฐานซื้อเครื่องบินขับไล่ซุคฮอย ซู-35 จำนวน 10 ลำ และระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานเอส-400 จากบริษัทโรโซโบรอนเอ็กซ์พอร์ต ผู้ส่งออกอาวุธสงครามรายใหญ่ของทางการรัสเซีย
มาตรการนี้มีผลอย่างไร?
ผลจากการขึ้นบัญชีดำครั้งนี้ ทำให้ทรัพย์สินของ EDD และ นายหลี่ ฉางฟู่ ที่อยู่ในสหรัฐฯ จะถูกอายัด และพลเมืองอเมริกันจะไม่สามารถทำธุรกิจกับหน่วยงานและบุคคลนี้ได้
นอกจากนี้ EDD จะไม่ได้รับใบอนุญาตให้ส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ และถูกตัดออกจากระบบการเงินสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีดำบุคคล 33 รายที่เกี่ยวข้องกับกองทัพและหน่วยข่าวกรองรัสเซีย
สหรัฐฯ ระบุว่า จีนกระทำการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่สหรัฐฯ และชาติพันธมิตรตะวันตกเริ่มบังคับใช้เมื่อปี 2014 เพื่อตอบโต้ต่อการคุกคามของรัสเซียต่อยูเครน และการแทรกแซงการเมืองของสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
การคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ?
นายสตีเฟน แมคโดแนล ผู้สื่อข่าวบีบีซีในจีน บอกว่า แม้โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนจะใช้ถ้อยคำรุนแรงตอบโต้การประกาศคว่ำบาตรของสหรัฐฯ แต่จะได้เห็นว่าจีนโกรธเกรี้ยวต่อเรื่องนี้มากเพียงใดก็ต่อเมื่อจีนระบุชัดเจนขึ้นถึงมาตรการตอบโต้ต่อสหรัฐฯ
ด้านรัสเซีย ก็ออกมาวิจารณ์กรณีที่สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรจีนเช่นกัน โดยนายเซอร์เก ราฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ชี้ว่านี่คือ "อีกหนึ่งรูปแบบของการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม"
ขณะที่นายเซอร์เก เรียบคอฟ รมช.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย บอกว่า สหรัฐฯ กำลัง "บั่นทอนเสถียรภาพโลกอย่างไม่แยแส" ด้วยการ "เพิ่มความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์รัสเซีย-สหรัฐฯ" พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ กำลัง "เล่นอยู่กับไฟ"
ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การคว่ำบาตรครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่รัสเซีย และไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อทำลายความสามารถด้านกลาโหมของประเทศอื่น
การคว่ำบาตรนี้ช่วยลดอาวุธได้หรือไม่ ?
นายโจนาธาน มาร์คัส ผู้สื่อข่าวสายกลาโหมและการทูตของบีบีซีวิเคราะห์ว่า เป้าหมายของการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้คือรัสเซียมากกว่าจีน แต่ผลกระทบที่ตามมาก็คือจะเป็นการกระตุ้นให้รัฐบาลจีนและรัสเซียยิ่งหันมาร่วมมือกันมากขึ้น จากเดิมที่มีโลกทัศน์คล้ายกันและต่อต้านสิ่งที่ทั้งสองชาติมองว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก
จีนแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือด้านการพัฒนาทางทหารกับรัสเซียอย่างชัดเจน จากการที่ทั้งสองประเทศเพิ่งจะร่วมปฏิบัติการซ้อมรบ "วอสต็อก-2018" ในแถบไซบีเรียเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว อีกทั้งยังชัดเจนว่าจีนจะไม่ระงับการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงจากรัสเซีย
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ ยังอาจทำให้ความสัมพันธ์ด้านการค้าที่ตึงเครียดอยู่แล้วกับรัฐบาลจีนยิ่งเลวร้ายลงไปอีก ผู้สื่อข่าวบีบีซีชี้ว่า การคว่ำบาตรอาจเป็นวิธีที่ดีในการที่สหรัฐฯ จะแสดงความไม่พอใจ และสร้างความยากลำบากทางเศรษฐกิจให้กับรัสเซีย แต่คงจะไม่สามารถส่งผลในทางที่สหรัฐฯ ต้องการมากที่สุด นั่นคือ การทำให้รัสเซียเปลี่ยนแปลงด้านนโยบาย
ดุลยภาพทางเศรษฐกิจโลกกำลังค่อย ๆ เปลี่ยนไป และการใช้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ซึ่งครั้งหนึ่ง "เคยเป็นผู้นำ" จึงเป็นอาวุธที่ค่อย ๆ อ่อนแอลง และบางคนเชื่อว่าการใช้อาวุธรูปแบบนี้จะยิ่งทำให้กระบวนการที่ว่านี้เกิดเร็วขึ้น









