โควิด-19: เยอรมนีอาจจำกัดการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าให้แก่คนที่อายุน้อยกว่า 65 ปี เท่านั้น

ที่มาของภาพ, EPA
คณะกรรมการวัคซีนของเยอรมนี ระบุแล้วว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ควรให้แก่คนที่อายุไม่ถึง 65 ปีเท่านั้น
คณะกรรมการนี้ได้อ้างว่า มี "ข้อมูลไม่เพียงพอ" ที่แสดงถึงประสิทธิผลของวัคซีนในคนอายุมากกว่า 65 ปี
หน่วยงานกำกับดูแลของสหภาพยุโรป ระบุว่า การศึกษาด้านประสิทธิภาพของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จนถึงขณะนี้ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กของประชากรผู้สูงอายุ
ท่าทีนี้เกิดขึ้นขณะที่ประเทศในสหภาพยุโรปหลายประเทศเผชิญกับการขาดแคลนวัคซีน และการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความล่าช้าในการฉีดวัคซีน
แอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า ปัญหาด้านการผลิตที่โรงงานต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ในยุโรป ทำให้ทางบริษัทไม่สามารถที่จะส่งมอบวัคซีนให้แก่สหภาพยุโรปได้ตามจำนวนที่รับปากไว้
แต่ทางสหภาพยุโรป ระบุว่า ทางบริษัทต้องรักษาคำมั่นสัญญาและส่งมอบวัคซีนด้วยการนำวัคซีนที่อยู่ในสหราชอาณาจักรมาส่งให้
ด้านบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค (Pfizer-BioNTech) ก็ได้ตัดลดจำนวนโดสที่กำลังส่งมอบให้แก่ทางสหภาพยุโรปเช่นกัน
คณะกรรมการของเยอรมนีพูดว่าอย่างไร
คณะกรรมการวัคซีนอิสระที่ให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเยอรมนี ระบุเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) ว่า "ปัจจุบันมีข้อมูลที่ไม่เพียงพอในการใช้ประเมินประสิทธิภาพของวัคซีนในคนอายุ 65 ปีขึ้นไป"
"วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า... ควรจะฉีดให้แก่คนอายุ 18-64 ปี ตามช่วงอายุเท่านั้น"
คาดว่า สำนักงานการแพทย์แห่งยุโรป (European Medicines Agency--EMA) จะตัดสินในวันนี้ (29 ม.ค.) ว่าจะอนุมัติวัคซีนนี้หรือไม่
เมื่อวันอังคาร (26 ม.ค.) EMA ได้แสดงสัญญาณว่า อาจจะรับรองวัคซีนนี้สำหรับคนที่อายุน้อยกว่า เพราะว่ายังขาดข้อมูลสำหรับคนอายุมากกว่า 65 ปี
ส่วนเมื่อวันพฤหัสบดี (28 ม.ค.) นายเยนส์ ชปาห์น รัฐมนตรีสาธารณสุขของเยอรมนี เตือนถึงการขาดแคลนวัคซีนว่า "เราจะยังมีเวลาที่ลำบากอีกอย่างน้อย 10 สัปดาห์" เขาเขียนข้อความนี้ทางทวิตเตอร์
อัตราการให้วัคซีนของเยอรมนีถูกวิพากษ์วิจารณ์ และทางเยอรมนีไม่สามารถที่จะทำตามเป้าหมายการให้วัคซีนรายวันได้
นายชปาห์น ยังเรียกร้องให้บริษัทยา ผู้ผลิตวัคซีน และนักการเมือง เข้าร่วมการประชุมสุดยอดว่าด้วยการเรื่องวัคซีนเพื่อประเมินว่าจะเร่งการให้วัคซีนได้อย่างไรบ้าง
"เมื่อนั้นเราจะได้รู้ว่า.... เราสามารถสนับสนุนอุตสาหกรรมได้ตรงไหน" เขากล่าว
นอกจากนี้ เยอรมนีกำลังเตรียมที่จะห้ามผู้เดินทางมาจากสหราชอาณาจักร บราซิล และแอฟริกาใต้ เข้าประเทศ เพราะกังวลเกี่ยวกับไวรัสกลายพันธุ์ นายโฮร์สต์ เซโฮเฟอร์ รัฐมนตรีมหาดไทยของเยอรมนี กล่าวว่า "เรากำลังประสานงานกันอยู่ โดยมีเป้าหมายในการห้ามเดินทางเข้ามาจากพื้นที่ที่มีการกลายพันธุ์"

ความล่าช้าในการให้วัคซีนของเยอรมนีกลายเป็นเรื่องการเมือง
บทวิเคราะห์โดย เจนนี ฮิลล์ ผู้สื่อข่าวประจำกรุงเบอร์ลิน

เยอรมนีเริ่มโครงการให้วัคซีนช้า โดยนับตั้งแต่เริ่มขึ้นในช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว มีการให้วัคซีนไปแล้วเพียงกว่า 2 ล้านโดส เท่านั้น โดยขณะนี้ ได้ใช้วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค บริษัทของสหรัฐฯ และเยอรมนี รวมถึงวัคซีนของโมเดอร์นา
ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ไบออนเทค มีกำหนดที่จะเริ่มผลิตวัคซีนเพิ่มขึ้นที่โรงงานผลิตแห่งใหม่ในเมืองมาร์บวร์กทางตะวันตกของเยอรมนี โดยเพิ่งมีการส่งคนงานไปสร้างศูนย์วัคซีนขนาดใหญ่ที่นั่นเพียงไม่กี่วัน
แต่เนื่องจากปัญหาหลายอย่างในการผลิต และการค้างชำระค่าวัคซีนเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ปัจจุบันศูนย์วัคซีนแห่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถฉีดวัคซีนได้มากถึง 1,200 โดสต่อวัน ยังคงว่างเปล่า
อย่างไรก็ตาม ยังพอมีข่าวดีอยู่บ้าง ทีมให้วัคซีนเคลื่อนที่ในพื้นที่กำลังให้วัคซีนโดสที่ 2 แก่ผู้ที่พักอาศัยในบ้านพักคนชราและคนป่วย
ปัญหาตอนนี้กลับกลายเป็นการต่อสู้กันทางการเมืองอย่างไม่น่าเชื่อ รัฐบาลเยอรมนีและรัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งคนบางส่วนมองว่า เขามีโอกาสที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เผชิญกับการโจมตีอย่างหนัก จากการที่ไม่ยอมอนุมัติวัคซีนเพิ่ม

เกิดอะไรขึ้นในการให้วัคซีนในประเทศอื่น
โครงการให้วัคซีนของสหภาพยุโรป ถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความล่าช้าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีหลายประเทศที่ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เจ้าหน้าที่ทางการได้อ้างถึงปัญหาจำนวนวัคซีนที่มีและการจัดส่งวัคซีน
ในสเปน เจ้าหน้าที่ทางการในกรุงมาดริด ได้ระงับการให้วัคซีนโดสแรกออกไปอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากการขาดแคลนวัคซีนที่กำลังเกิดขึ้น
ภูมิภาคอื่น ๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงคาตาลูญญาทางตะวันออกเฉียงเหนือ กำลังเผชิญปัญหาคล้ายคลึงกัน เจ้าหน้าที่ทางการของคาตาลูญญา เชื่อว่า วัคซีนที่เหลืออยู่ 30,000 โดส จะหมดลงในสัปดาห์นี้
หลายประเทศกำลังเผชิญการขาดแคลนที่คล้ายคลึงกันเนื่องจากการล่าช้าในการจัดส่งทั้งจากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค และบริษัทโมเดอร์นา ซึ่งเป็นเพียงสองบริษัทที่ได้รับการรับรองให้ใช้ได้ในสหภาพยุโรปในขณะนี้
ในสาธารณรัฐเช็ก มีความสับสนเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ (27 ม.ค.) หลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขเรียกร้องให้มีการระงับการให้วัคซีนใหม่นาน 2 สัปดาห์ เนื่องจากปัญหาเรื่องจำนวนวัคซีน แต่นายกรัฐนตรีปฏิเสธแถลงการณ์นี้
"นี่ [แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุข] ไม่มีความจำเป็น" นายกรัฐมนตรีอันเดรจ์ บาบิช กล่าว "ศูนย์วัคซีนจำเป็นต้องจัดการเรื่องนี้เอง"
ส่วนในโปรตุเกส กำลังมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น และรายงานหลายแห่งระบุว่า โรงพยาบาลในกรุงลิสบอน กำลังเผชิญปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล
ในวันพุธ (27 ม.ค.) มีผู้เสียชีวิต 293 คน ในโปรตุเกส และแพทย์จากกองทัพเยอรมนีได้ถูกส่งไปยังกรุงลิสบอนเพื่อช่วยเหลือในช่วงที่ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้น
หลายส่วนของฝรั่งเศสพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น และมีรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กำลังพิจารณาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดมากขึ้น
เบื้องหลังของปัญหาปริมาณวัคซีนคืออะไร
สหภาพยุโรปลงนามในข้อตกลงกับแอสตร้าเซเนก้าเมื่อเดือน ส.ค. จำนวน 300 ล้านโดส โดยสามารถเพิ่มได้อีก 100 ล้านโดส แต่บริษัทของสวีเดนและสหราชอาณาจักร ได้แจ้งถึงความล่าช้าในการผลิตที่โรงงานหลายแห่งในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม
นายปาสกาล ซอรีโอต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอสตร้าเซนเนก้า กล่าวว่าการผลิต "ล่าช้ากว่าที่เราต้องการให้เป็น 2 เดือน"
สหภาพยุโรป หวังว่า เมื่อมีการอนุมัติวัคซีน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในวันนี้ (29 ม.ค.) การสามารถส่งมอบวัคซีนได้ในทันที โดยวัคซีนราว 80 ล้านโดส จะส่งไปถึง 27 ชาติสมาชิกภายในเดือน มี.ค. แต่ปัญหาด้านการผลิตทำให้ความหวังนี้พังทลาย
หลายงานหลายแห่งระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหภาพยุโรปจะได้วัคซีนน้อยลงกว่าจำนวนที่ตกลงกันไว้ว่าจะส่งมอบในไตรมาสแรกของปีนี้ 60% หรือราว 50 ล้านโดส
นอกจากนี้ สหภาพยุโรป กำลังเผชิญกับความล่าช้าของวัคซีนจากบริษัทไฟเซอร์-ไบออนเทค ด้วย ขณะที่ทางแอสตร้าเซนเนก้าและสหภาพยุโรปรับปากว่า จะร่วมมือกันในการแก้ปัญหาต่าง ๆ และได้มีการจัดการพูดคุยเพื่อแก้วิกฤตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (27 ม.ค.)











