โควิด-19: แอสตร้าเซนเนก้ามีปัญหาอะไรในการจัดหาวัคซีนให้อียู

ที่มาของภาพ, Reuters
สหภาพยุโรป (อียู) ตกเป็นเป้าวิจารณ์เรื่องการจัดหาวัคซีนในหมู่ประเทศสมาชิกที่ดำเนินไปอย่างล่าช้า และต้นตออย่างหนึ่งของปัญหาเกิดจากความขัดแย้งกับแอสตร้าเซนเนก้าบริษัทผู้ผลิตวัคซีน ถึงขั้นที่ว่าสหภาพยุโรปอาจจะจำกัดการส่งออกวัคซีนที่ผลิตจากประเทศสมาชิกอียูไปยังประเทศอื่น อียูระบุว่า "จะดำเนินการใด ๆ ที่จำเป็นเพื่อปกป้องพลเมืองของตัวเอง"
ทั้งนี้ ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่จะได้รับวัคซีนที่ผลิตในอิตาลี หนึ่งในประเทศสมาชิกอียู โดยเมื่อวันที่ 20 ม.ค. นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยบอกกับสื่อมวลชนว่าได้ลงนามขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า รุ่นการผลิตในประเทศอิตาลี เป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากบริษัทฯ ส่งเอกสารเกือบ 10,000 หน้า มาขอขึ้นทะเบียนในไทย โดยวัคซีนดังกล่าวจะจัดส่งถึงไทยในเดือน ก.พ. นี้ จำนวน 50,000 โดส ก่อนจะทยอยส่งวัคซีนที่เหลืออีก 150,000 โดส ตามมาภายในเดือน มี.ค. และ เม.ย.
โครงการวัคซีนของอียูเป็นอย่างไร
สหภาพยุโรปใช้วิธีจัดหาวัคซีนร่วมกันในหมู่สมาชิกอียู 27 ประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่าการดำเนินการเช่นนี้จะป้องกันปัญหาการแข่งขันกันในหมู่สมาชิกอียู เพราะทุกชาติสมาชิกจะเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียมภายใต้เงื่อนไขเดียวกันและกำลังซื้อของแต่ละชาติที่แตกต่างกันจะไม่มีผลต่อการได้รับวัคซีนเลย นอกจากนี้การเจรจาต่อรองในฐานะกลุ่มประเทศและซื้อในปริมาณมากจะช่วยให้ได้วัคซีนในราคาถูกลง และเมื่อได้รับวัคซีนแล้วก็จะกระจายไปให้ประเทศสมาชิกอียู

ที่มาของภาพ, Getty Images
นอกจากโครงการจัดหาวัคซีนในหมู่อียูแล้ว บางประเทศก็สามารถทำความตกลงกับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นได้เช่นกัน แต่ต้องไม่ใช่คู่สัญญาที่ทำร่วมกับอียู ยกตัวอย่าง ฮังการี ลงนามสัญญาซื้อวัคซีน Sputnic-V ของรัสเซีย 2 ล้านโดส เป็นต้น
แอสตร้าเซนเนก้ามีปัญหาอะไร
นายปาสกาล ซอริออต หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของแอสตร้าเซนเนก้า ให้สัมภาษณ์ นสพ. La Repubblica ของอิตาลีว่า เกิดปัญหาซับซ้อนในกระบวนการผลิตวัคซีนที่โรงผลิตสองแห่งในเนเธอร์แลนด์และเบลเยียมซึ่งบริษัทกำลังเร่งมือจัดการแก้ไข แต่นั่นจะทำให้การจัดหาวัคซีนให้อียูต้องล่าช้าออกไปราวสองเดือน และจะทำให้อียูไม่ได้รับวัคซีนในปริมาณที่กำหนด ปัญหาในลักษณะเดียวกันนี้ยังเกิดกับโรงผลิตวัคซีนในสหราชอาณาจักรด้วย แต่แอสตร้าเซเนก้าระบุว่าสหราชอาณาจักรได้เซ็นสัญญาก่อนอียูราว 3 เดือน บริษัทจึงมีเวลาที่จะจัดการปัญหาในส่วนของสหราชอาณาจักรได้
รายงานหลายกระแสชี้ว่าอียูจะได้รับวัคซีนน้อยกว่าที่แอสตร้าเซนเนก้ามีกำหนดจัดส่งให้ 80 ล้านโดส ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 2021 ราว 60% สร้างความไม่พอใจให้อียู ซึ่งได้ลงนามสั่งซื้อวัคซีนจากแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว จำนวน 300 ล้านโดส
ล่าสุดกรรมาธิการด้านสาธารณสุขของอียูและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าได้ประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกัน อย่างไรก็ดี กรรมาธิการด้านสาธารณสุขฯ ยังแสดงความไม่พอใจ และยืนกรานให้แอสตร้าเซนเนก้านำส่งวัคซีนจากโรงผลิตแห่งอื่นมาให้สมาชิกอียูได้ตามกำหนด และยังเตือนว่าหากจำเป็นอียูก็จะจำกัดการส่งออกวัคซีนที่ผลิตจากประเทศสมาชิกอียูไปยังประเทศอื่นเพื่อปกป้องพลเมืองของตน
ทั้งนี้ หากอียูจำกัดการส่งออกวัคซีนจากประเทศสมาชิกจริง ก็จะส่งผลกระทบต่อสหราชอาณาจักร เพราะโรงงานผลิตวัคซีนของไฟเซอร์ในเบลเยียม จะเป็นผู้จัดส่งวัคซีนให้สหราชอาณาจักรด้วย
ก่อนหน้านี้ อียูเคยจำกัดการส่งออกอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ (พีพีอี) นานสองเดือน เมื่อเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว เพื่อให้ชาติสมาชิกอียูมีพีพีอีเพียงพอใช้ก่อนที่จะอนุญาตให้ส่งออกไปนอกอียู

ที่มาของภาพ, EPA
ในขณะนี้สำนักงานเวชภัณฑ์แห่งยุโรป (อีเอ็มเอ) ยังไม่ได้อนุมัติให้มีการใช้วัคซีนของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในอียู แต่คาดว่าจะอนุมัติในวันศุกร์นี้ (29 ม.ค.)
เยอรมนีชี้ไม่ควรฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าให้ผู้สูงอายุเกิน 65 ปี
ด้านคณะกรรมการวัคซีนของเยอรมนี หนึ่งในประเทศสมาชิกอียู ออกมาชี้ว่าวัคซีนที่ผลิตโดยแอสตร้าเซนเนก้า ควรฉีดให้เฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี เนื่องจาก "ไม่มีข้อมูลเพียงพอ" ที่ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิผลของวัคซีนนี้ในผู้ที่มีอายุเกินกว่านั้น ดังนั้น จึงควรฉีดให้เฉพาะผู้มีอายุระหว่าง 18-64 ปีเท่านั้น
ขณะที่ในสหราชอาณาจักรมีการฉีดวัคซีนนี้ในวงกว้างมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเชื่อว่ามีความปลอดภัย และ "ให้การคุ้มกันสูง"
นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า เขาไม่กังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจของเยอรมนีในเรื่องวัคซีน "เพราะทางการของเราระบุชัดแจ้งว่าเชื่อได้ว่าวัคซีนของออกซ์ฟอร์ดและแอสตร้าเซเนก้านั้นดีมีประสิทธิภาพสูง ให้การคุ้มกันสูงหลังการฉีดเพียงเข็มเดียว และจากหลักฐานที่มีเจ้าหน้าที่ของเราเชื่อว่าวัคซีนมีประสิทธิผลในทุกกลุ่มอายุ"
ด้าน ดร. แมรี แรมเซย์ หัวหน้าฝ่ายภูมิคุ้มกันของหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษ กล่าวว่า ทั้งวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และไฟเซอร์-ไบออนเท็ค "ต่างมีความปลอดภัยและให้การคุ้มกันจากโรคโควิด-19 สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการลดความรุนแรงจากอาการของโรค"












