โควิด-19 : การค้นพบวัคซีนเกิดขึ้นได้อย่างไร
นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อคิดค้นพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วทุกแห่งในโลก และทำให้ผู้คนต้องล้มตายจำนวนมาก
ก่อนที่วัคซีนจะถือกำเนิดขึ้น โลกใบนี้คือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายยิ่งกว่าทุกวันนี้มาก ผู้คนจำนวนหลายล้านตายลงทุกปีจากโรคภัยที่ปัจจุบันเราสามารถหาวิธีป้องกันได้แล้ว
ชาวจีนในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 10 คือคนกลุ่มแรกที่ค้นพบวิธีสร้างภูมิคุ้มกันโรคซึ่งคล้ายกับการให้วัคซีน วิธีนี้เรียกว่า variolation หมายถึงการให้คนที่มีสุขภาพดีรับเนื้อเยื่อหรือสะเก็ดแผลซึ่งเกิดจากโรคของผู้ป่วยเข้าร่างกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง
800 ปีต่อมา นายแพทย์เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ ชาวอังกฤษ สังเกตเห็นว่าหญิงคนงานรีดนมวัวมักติดเชื้อฝีดาษวัว (cowpox) อย่างอ่อน ๆ แต่แทบไม่เคยป่วยเป็นโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ (smallpox) ที่รุนแรงถึงชีวิตเลยสักครั้ง
ฝีดาษเป็นโรคติดเชื้อที่ติดต่อกันได้ง่าย ผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตสูงราว 30% ส่วนคนที่รอดชีวิตก็มักจะมีแผลเป็นทั่วร่างหรือตาบอด
เมื่อปี 1796 นายแพทย์เจนเนอร์ได้ทำการทดลองบางอย่างกับเด็กชายเจมส์ ฟิปส์ วัย 8 ขวบ โดยนำหนองจากแผลของผู้ป่วยฝีดาษวัวใส่เข้าไปใต้ผิวหนังของเด็กชายฟิปส์ ทำให้ในเวลาต่อมาหนูน้อยมีอาการของโรคฝีดาษวัวไปด้วย
แต่เมื่อเด็กชายฟิปส์หายจากโรคฝีดาษวัวแล้ว มีการนำเชื้อไข้ทรพิษที่รุนแรงเข้าสู่ร่างกายของเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้ปรากฏว่าหนูน้อยไม่ล้มป่วยด้วยโรคติดต่อมรณะ ซึ่งแสดงว่าเชื้อฝีดาษวัวที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเขา
ต่อมาในปี 1798 ผลการทดลองนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่สู่วงวิชาการแพทย์ และเริ่มมีการเรียกชื่อวิธีสร้างภูมิคุ้มกันนี้ว่า "วัคซีน" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำในภาษาละตินว่า vacca ที่หมายถึงวัว


