ทั่วโลกให้ทิปกันอย่างไร? บางที่อาจถือว่าเป็นการดูถูก

การให้ทิปกลายเป็นประเด็นทางการเมืองในสหราชอาณาจักร

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การให้ทิปกลายเป็นประเด็นทางการเมืองในสหราชอาณาจักร

นักการเมืองในสหราชอาณาจักรกำลังอภิปรายกันเกี่ยวกับกฎหมายที่ห้ามบาร์และร้านอาหารเก็บทิปที่ลูกค้าให้กับพนักงาน

แต่ไม่ใช่ทุกประเทศในโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เหมือนกับในอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาติที่ "ริเริ่ม" ธรรมเนียมการให้ทิปในช่วงศตวรรษที่ 17 โดยมีที่มาจากการที่คนในชนชั้นสูงมอบของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่ "ชนชั้นที่ด้อยกว่า"

การให้เงินเพื่อตอบแทนบริการที่น่าพอใจ หรือที่เรียกว่า ทิป เป็นธรรมเนียมที่มีผู้ปฏิบัติทั่วโลก แต่ว่าก็มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมและค่านิยมของแต่ละชาติ ในบางประเทศ การให้ทิปอาจถือเป็นการดูถูกเสียด้วยซ้ำ

ในหลายประเทศ อย่างสหรัฐฯ การให้ทิปเป็นส่วนสำคัญของค่าแรงคนงาน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ในหลายประเทศ อย่างสหรัฐฯ การให้ทิปเป็นส่วนสำคัญของค่าแรงคนงาน

ไทย

หลักเกณฑ์ของการให้ทิปในไทยยังดูคลุมเครืออย่างยิ่ง สิ่งที่ปฏิบัติกันทั่วไปก็คือร้านค้าจำนวนมากคิดค่าเซอร์วิสชาร์จ 10% รวมเข้าไปกับค่าอาหาร หรือค่าบริการ นฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าวกับบีบีซีไทยว่า การคิดค่าทิปหรือเซอร์วิสชาร์จของไทยนั้นไม่มีมาตรฐานมาอ้างอิง

"เหมือนกับกำหนดขึ้นตามอำเภอใจและก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันแพร่หลายไป ไม่รู้ว่า 10 %คิดจากอะไรกันแน่ และมีความซ้ำซ้อนกัน โดยที่เก็บค่าเซอร์วิสชาร์จรวมไปกับค่าอาหารหรือบริการ แต่หลายที่ก็ยังตั้งกล่องทิปบ๊อกซ์เอาไว้ให้หยอด หรือบางทีผู้รับบริการก็ยังให้ทิปเป็นการส่วนตัวต่างหาก"

ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเคยหารือเรื่องนี้กับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และกรมการค้าภายในมาแล้ว แต่ทั้งสองหน่วยงานก็มิได้มีระเบียบหรือมาตรฐานกำหนดไว้ และยังบอกอีกว่าการเก็บเซอร์วิสชาร์จ 10% เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ต้องแจ้งให้ผู้บริโภคทราบล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ อย่างเช่น ร้านอาหารติดป้ายหน้าร้านเพื่อให้คนที่จะเข้ามากินเห็นได้ชัดเจน

"ตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยเห็นร้านไหนติดป้ายบอกว่าจะมีการคิดค่าบริการ 10% แต่ว่าลูกค้าจะปฏิเสธไม่จ่ายค่าเซอร์วิสชาร์จก็ได้ หากไม่พอใจในบริการหรือเห็นว่าเอาเปรียบมากเกินไป" นฤมลกล่าว นอกจากนี้นฤมลก็กล่าวอีกว่าเท่าที่สำรวจดูข้อมูล ยังไม่เห็นว่าในไทยมีการศึกษาเรื่องค่าทิป/เซอร์วิสชาร์จอย่างจริงจังในแง่มุมที่สำคัญ อย่างเช่น ค่าทิป/เซอร์วิสชาร์จคิดเป็นมูลค่าเท่าไรในรายได้ของธุรกิจค้าปลีกและบริการของไทย การคิดอ้างอิงมาตรฐานอะไร รวมทั้งค่าเซอร์วิสชาร์จที่คิดรวมมาแล้วนั้นตกถึงมือพนักงานที่ให้บริการ หรือไม่ หรือเป็นเพียงกลเม็ดในการหารายได้เพิ่มของร้านต่าง ๆ เท่านั้นเอง

สหรัฐฯ

คนอเมริกันมีมุกตลกบอกว่า มีเพียงการยื่นภาษีเท่านั้นที่ดูสับสนมากกว่าการให้ทิป

การให้ทิปถูกนำเข้ามาในสหรัฐฯ ในช่วงศตวรรษที่ 19 เมื่อชาวอเมริกันที่ร่ำรวยเริ่มเดินทางไปยังยุโรป เริ่มแรกธรรมเนียมการให้ทิปไม่เป็นที่ยอมรับในสหรัฐฯ และคนที่ไม่เห็นด้วยบอกว่า เป็นการต่อต้านประชาธิปไตย และกล่าวหาผู้ให้ทิปว่า ทำให้เกิดชนชั้นแรงงานที่ "ขอเงินจากการเอาอกเอาใจ"

จนเวลาผ่านพ้นมาถึงช่วงศตวรรษที่ 21 ก็ยังคงเห็นชาวอเมริกันถกกันเรื่องข้อดีและข้อเสียของการให้ทิปอยู่ แต่ปัจจุบันการให้ทิปกลายเป็นสิ่งที่ฝังแน่นอยู่ในจิตสำนึกของพวกเขาไปแล้ว โอเฟอร์ อาซาร์ นักเศรษฐศาสตร์ ประเมินไว้ในปี 2007 ว่า ธุรกิจร้านอาหารเพียงอย่างเดียว พนักงานบริการได้รับเงินจากทิปราว 4.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.37 ล้านล้านบาท โดยเงินที่ได้จากทิปเป็นส่วนสำคัญของค่าแรง

บริกรชาวจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การให้ทิปเป็นเรื่องที่ยังไม่มีการยอมรับในจีน

จีน

จีนก็เหมือนกับหลายชาติในเอเชีย ที่ไม่มีวัฒนธรรมการให้ทิป และจีนได้ห้ามการให้ทิปมานานหลายสิบปีแล้ว นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการติดสินบนด้วย จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่ค่อยมีการให้ทิปในประเทศจีน

โดยร้านอาหารที่มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีน ลูกค้าจะไม่ให้ทิป เว้นแต่เป็นร้านอาหารที่ให้บริการแก่ลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ส่วนโรงแรมที่มีแขกเป็นชาวต่างชาติมีเพียงการให้ทิปแก่คนช่วยถือกระเป๋าเท่านั้นที่เป็นเรื่องที่ยอมรับได้

ส่วนที่เป็นข้อยกเว้นคือ การให้ทิปแก่ไกด์นำเที่ยว และคนขับรถบัสนำเที่ยว สามารถทำได้

บริกรชาวญี่ปุ่น

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การให้ทิปแก่พนักงานเสิร์ฟ อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการกระทำผิดขึ้นได้ในญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น

ธรรมเนียมปฏิบัติเกี่ยวกับมารยาทที่ค่อนข้างซับซ้อนในญี่ปุ่น ทำให้เกิดการให้ทิปขึ้น ในทางสังคมการให้ทิปในหลายโอกาสเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ เช่น งานแต่งงาน, งานศพ, และโอกาสพิเศษอื่น ๆ แต่ในสถานการณ์ธรรมดาทั่วไป การให้ทิปอาจทำให้ผู้รับรู้สึกว่าถูกดูถูก

แนวคิดของญี่ปุ่นคือ ควรจะมีการให้บริการที่ดีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แม้ว่าจะมีการให้ทิปเป็นครั้งคราวแล้วแต่โอกาส แต่ก็มีแนวปฏิบัติที่ต้องยึดถือ รวมถึง การนำเงินใส่ซองพิเศษ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงความขอบคุณ

บุคลากรในโรงแรมมักจะมีความสุภาพนอบน้อม และให้บริการตามความต้องการของแขกอย่างไม่รอช้า เกือบจะเหมือนกันทุกที่ในโลก แต่ในญี่ปุ่นพวกเขาจะได้รับการฝึกให้ปฏิเสธการรับทิปอย่างสุภาพ

บริกรชาวฝรั่งเศส

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่นำการคิดค่าบริการมาใช้ในร้านอาหาร

ฝรั่งเศส

ในปี 1955 ฝรั่งเศสได้ผ่านกฎหมายที่กำหนดให้ร้านอาหารต่าง ๆ เพิ่มค่าบริการไว้ในใบเสร็จ ซึ่งเป็นแนวทางที่หลายประเทศทั่วยุโรปและหลายประเทศในโลกได้ทำตาม การทำเช่นนี้ เป็นการช่วยเพิ่มค่าแรงของพนักงานเสิร์ฟ และทำให้พวกเขาพึ่งทิปน้อยลง

อย่างไรก็ตาม การให้ทิป ยังคงเป็นธรรมเนียม แม้การสำรวจจะพบว่า คนรุ่นใหม่ในฝรั่งเศสไม่ค่อยให้ทิป โดยในปี 2014 มีลูกค้าชาวฝรั่งเศสราว15% ที่บอกว่า "ไม่เคยให้ทิป" ตัวนี้เลขนี้เพิ่มเป็น 2 เท่าของปีก่อนหน้า

แอฟริกาใต้

ในแอฟริกาใต้มีการให้ทิปเฉพาะงานบริการบางอย่างที่อาจจะไม่มีในประเทศอื่น ๆ นั่นก็คือ "การเฝ้ารถ"

การเฝ้ารถเป็นอาชีพที่ไม่เป็นทางการที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นตามอัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้นในแอฟริกาใต้ ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ 25% ลักษณะของงานนี้คือ การที่มีคนมาช่วยผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะหาจุดจอดรถ และคอยเฝ้ารถให้ โดยจากสถิติของทางการระบุว่า ปีที่แล้วในแอฟริกาใต้มียานพาหนะเกือบ 140 คันถูกขโมยในแต่ละวัน

การจ่ายเงินไม่ถึง 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32 บาท เพื่อให้คนช่วยเฝ้ารถ จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่ในประเทศนี้ แต่ก็มีการถกเถียงกันถึงกระบวนการที่เกือบจะไม่มีกฎเกณฑ์ใด ๆ มาควบคุม และไม่มีการรับประกันว่า ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการจะทำตามข้อตกลง

คนเฝ้ารถ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การให้ทิปแก่คนเฝ้ารถ ทำให้เกิดการถกเถียงกันในแอฟริกาใต้

สวิตเซอร์แลนด์

ว่ากันว่า ผู้คนในสวิตเซอร์แลนด์ มักจะปัดเศษขึ้นในการชำระค่าบริการ และมักจะให้ทิปแก่พนักงานโรงแรม หรือผู้ทำงานบริการอย่างช่างทำผม แต่สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีค่าแรงขั้นต่ำสูงที่สุดในโลก ยกตัวอย่าง พนักงานเสิร์ฟ มีรายได้ถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 131,000 บาท ต่อเดือน พวกเขาไม่ได้พึ่งพาเงินจากทิปมากเหมือนพนักงานเสิร์ฟในสหรัฐฯ

อินเดีย

ร้านอาหารจำนวนมากในอินเดียเรียกเก็บค่าบริการในใบเสร็จ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องให้ทิปอีก แต่ถ้าจะให้ทิปก็อยู่ที่ประมาณ 15-20% การเห็นร้านอาหารแสดงป้ายไม่รับทิปถือเป็นเรื่องปกติในอินเดีย ในการสำรวจปี 2015 พบว่า ชาวอินเดียอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการให้ทิปในระดับสูงสุด ตามหลังเพียงบังกลาเทศและไทย

พนักงานโรงแรมในสิงคโปร์

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ทางการสิงคโปร์ ไม่สนับสนุนการให้ทิป

สิงคโปร์

แม้การให้ทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามโรงแรม, ร้านอาหาร หรือคนขับแท็กซี่ ไม่ได้ถือว่าเป็นการทำอะไรผิด แต่เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันในสิงคโปร์ เว็บไซต์รัฐบาลระบุว่า "การให้ทิปไม่ใช่วิถีชีวิต" ของคนในสิงคโปร์

อียิปต์

การให้ทิปเป็นเรื่องที่ฝังแน่นอยู่ในสังคมอียิปต์ และเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "บักชีช" (baksheesh) คนร่ำรวยในอียิปต์มีการให้ทิปแก่คนทำงานบริการทุกประเภทเป็นประจำ ตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟ ไปจนถึงพนักงานปั๊มน้ำมัน การให้ทิปเป็นเรื่องที่ยอมรับในอียิปต์ซึ่งมีอัตราการว่างงานสูงกว่า 10% และการทำงานในภาคที่ไม่เป็นทางการมีส่วนสำคัญต่อจีดีพีเกือบ 40%

คนขายของใกล้กับพีระมิดในกรุงไคโร

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การพึ่งพางานที่ไม่เป็นทางการของอียิปต์ ทำให้วัฒนธรรม "บักชีช" (baksheesh) มีความสำคัญมากขึ้น

อิหร่าน

ผู้ไปเยือนอิหร่านอาจจะเคยพบเห็น ธรรมเนียมที่เรียกว่า ทารูฟ (taroof) หรือการปฏิเสธรับเงินค่าตอบแทนเพื่อแสดงมารยาทอันดี ซึ่งอาจจะพบเห็นได้ทั้งจากการนั่งแท็กซี่ โดยคนขับจะปฏิเสธรับเงินในตอนแรก ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปครั้งแรกอาจจะไม่คุ้นกับธรรมเนียมแบบนี้ แต่จริง ๆ ก็คือพวกเขาต้องการเงินค่าตอบแทนและผู้รับบริการก็ต้องให้พวกเขาเหมือนที่อื่น ๆ ทั่วโลก แต่ถ้าให้ทิปจะไม่มีการปฏิเสธ เพราะถือว่าเป็นการแสดงน้ำใจและความรู้สึกขอบคุณต่อผู้ให้บริการ

ร้านกาแฟในอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ธรรมเนียมที่เรียกว่า ทารูฟ (taroof) จะไม่เกิดขึ้นเมื่อมีการให้ทิปในอิหร่าน

รัสเซีย

ในสมัยโซเวียต การให้ทิปเป็นเรื่องต้องห้ามในรัสเซีย ถือว่าเป็นการดูถูกคนชนชั้นแรงงาน แต่ชาวรัสเซียมีคำที่เรียกว่า "ค่าน้ำชา" (chayeviye)

ในช่วงทศวรรษ 2000 การให้ทิปกลับมาเป็นที่ยอมรับในรัสเซีย แต่ผู้สูงอายุอาจจะยังคงเห็นว่า การให้ทิปเป็นเรื่องไม่สมควรอยู่

อาร์เจนตินา

การให้ทิปพนักงานเสิร์ฟหลังจากรับประทานอาหาร ไม่ถือเป็นปัญหาในอาร์เจนตินา แม้ว่าจริง ๆ แล้ว การให้ทิปถือเป็นการทำผิดกฎหมาย ภายใต้กฎหมายแรงงานปี 2004 สำหรับอุตสาหกรรมโรงแรมและจัดเลี้ยง

กระนั้น ก็มีการให้ทิป และรายได้ของพนักงานเสิร์ฟอาจจะมาจากเงินที่ได้จากทิปในสัดส่วนสูงถึง 40%