เยาวชนอเมริกันหลายแสนคนเดินขบวนเรียกร้องควบคุมอาวุธปืน

เดินขบวนเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ ควบคุมอาวุธปืน

ผู้ประท้วงหลายแสนคนพากันออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในเมืองหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ ในการรณรงค์ "เดินเพื่อชีวิตของเรา" (March for our lives) ซึ่งเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมการซื้อขายและครอบครองอาวุธปืนอย่างเข้มงวดขึ้น หลังเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนหลายแห่งติดต่อกัน

มีการเดินขบวนและชุมนุมปราศรัยดังกล่าวในเมือง 800 แห่งทั้งในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงที่กรุงลอนดอนและเมืองเอดินบะระของสหราชอาณาจักร ที่นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ นครซิดนีย์ของออสเตรเลีย และกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นด้วย

ที่เวทีชุมนุมใหญ่ซึ่งจัดตั้งขึ้นหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน บรรดาผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและเยาวชนต่างชูป้ายข้อความที่ระบุว่า "ปกป้องเด็กไม่ใช่ปืน" และ "ฉันคือเหยื่อคนต่อไปหรือเปล่า ?"

นางสาวเอ็มมา กอนซาเลซ นักเรียนผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมในเมืองพาร์กแลนด์ รัฐฟลอริดา เมื่อเดือนที่แล้ว ขึ้นกล่าวปราศรัยในฐานะผู้นำคนหนึ่งของขบวนการต่อต้านอาวุธปืน โดยได้ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 6 นาที 20 วินาที ซึ่งเท่ากับช่วงเวลาที่มือปืนไล่ยิงสังหารเพื่อนนักเรียนในโรงเรียนของเธอ ส่วนผู้ขึ้นกล่าวปราศรัยคนอื่น ๆ ย้ำว่าจะยังคงต่อสู้เพื่อเพื่อนที่เสียชีวิตจากอาวุธปืนต่อไป

คำบรรยายวิดีโอ, เอ็มมา กอนซาเลซ นักเรียนผู้รอดชีวิตจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมในเมืองพาร์กแลนด์ ยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 6 นาที 20 วินาที

ขบวนการ "เดินเพื่อชีวิตของเรา" เกิดขึ้นหลังเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมปลายมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 คน บรรดานักเรียนผู้รอดชีวิตจึงรวมตัวกับญาติมิตรของเหยื่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนทั่วสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมการซื้อขายและครอบครองอาวุธปืนอย่างเข้มงวดขึ้น โดยได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมากทั่วประเทศ

นับแต่เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเมื่อเดือนที่แล้ว รัฐฟลอริดาได้ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เพิ่มอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อปืนให้สูงขึ้น และให้เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนพกพาอาวุธปืนได้ กิจการขนาดใหญ่หลายแห่งยังตัดความสัมพันธ์กับสมาคมปืนไรเฟิลแห่งชาติ (NRA) ที่คัดค้านการควบคุมอาวุธปืนอย่างเข้มงวด

เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เจนนิเฟอร์ ฮัดสัน ซึ่งสูญเสียแม่ น้องชาย และหลานชาย ไปในเหตุรุนแรงที่มีการใช้อาวุธปืน ร้องเพลง The Times They Are a-Changin

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์ว่า การชุมนุมประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการที่เยาวชนอเมริกันผู้กล้าหาญออกมาใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ และทางรัฐบาลจะดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน เช่น จะสั่งห้ามการขายอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติยิงได้เหมือนปืนกล ออกกฎหมายยุติความรุนแรงในโรงเรียน และจะปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้ชื้อปืนให้ละเอียดถี่ถ้วนขึ้น