การเจรจาการค้าหลัง "เบร็กซิท" อาจใช้เวลาถึง 10 ปี

ธงสหภาพยุโรปหน้าหอนาฬิกาบิ้กเบน

ที่มาของภาพ, PA

ทูตอังกฤษประจำสหภาพยุโรป (อียู) เตือนรัฐบาลว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าหลังสหราชอาณาจักรถอนตัวจากอียูอาจใช้เวลาถึง 10 ปี และอาจล้มเหลวในท้ายที่สุด

บีบีซี ได้รับเอกสารยืนยันว่า เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เซอร์ อีแวน โรเจอร์ส เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอียู ได้ส่งคำเตือนถึงรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลอังกฤษว่าการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหราชอาณาจักรกับสมาชิกอียูอีก 27 ประเทศ เพื่อให้ได้ข้อยุติอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายนั้นอาจใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี โดยยังไม่รวมประเด็นที่น่าวิตกด้วยว่าท้ายที่สุดแล้วอาจมีรัฐสภาของสมาชิกอียู บางประเทศปฏิเสธไม่ยอมให้สัตยาบัน ซึ่งจะทำให้ข้อตกลงทั้งหมดล้มเหลว

อย่างไรก็ดีโฆษกรัฐบาลอังกฤษแสดงความมั่นใจว่าจะทำความตกลงซึ่งเป็นที่พอใจทั้งสองฝ่ายกับอียูได้โดยเร็ว

ธงสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป
คำบรรยายภาพ, อังกฤษหวังว่าจะเจรจาข้อตกลงทางการค้าได้ภายใน 2 ปี

เซอร์อีแวนยังได้สรุปความเห็นของผู้นำอียูหลายประเทศด้วยว่าสหราชอาณาจักรจะพ้นจากการเป็นสมาชิกของตลาดร่วมยุโรปและต้องเจรจาการค้าเสรีกับแต่ละประเทศ หลังจากถอนตัวจากอียู

ข้อสรุปของเซอร์อีแวน มีทิศทางที่ต่างไปจากท่าทีอย่างเป็นทางการของรัฐบาลอังกฤษที่ยืนยันว่าจะสรุปข้อตกลงทางการค้าได้ภายใน 2 ปี หลังจากรัฐบาลอังกฤษใช้สิทธิตามมาตรา 50 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการถอนตัวจากอียู โดยโฆษกรัฐบาลอังกฤษแถลงว่าข้อมูลของเซอร์อีแวน เป็นเพียงการถ่ายทอดความเห็นของผู้นำประเทศสมาชิกอียู ไม่ใช่ความเห็นของเซอร์อีแวนเองหรือของรัฐบาลอังกฤษ

ป้ายด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน

ที่มาของภาพ, PA

ลอรา คินสเบิร์ก บรรณาธิการข่าวการเมืองของบีบีซี รายงานว่ารัฐบาลอังกฤษต้องการดำเนินขั้นตอนถอนตัวจากอียูอย่างราบรื่นและตรงตามกรอบเวลา ดังนั้นการที่มีข้อมูลดังกล่าวรั่วไหลออกมาอาจสร้างความกังวลใจให้รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาล

ส่วนนายโดมินิค ราแอป ซึ่งสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรถอนตัวจากอียู ให้สัมภาษณ์วิทยุบีบีซีว่า เซอร์อีแวน เคยทำงานให้กับนายคาเมรอน และเคยให้ความเห็นในทางลบเช่นนี้มาก่อน เขาเห็นว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่จะมองสถานการณ์ไปในทำนองเลวร้ายที่สุดสำหรับการเจรจาข้อตกลงการค้า ในช่วง 5 หรือ 10 ปี แต่สิ่งสำคัญคือการเปิดการค้าเสรีเสียตั้งแต่ตอนนี้ซึ่งไม่น่าจะเป็นปัญหา จากนั้นเมื่อถอนตัวออกจากอียูแล้ว จึงเจรจาข้อตกลงทางการค้าในภายหลัง

อย่างไรก็ดี ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกอียูต่อไปอย่างนายนิค เคลก อดีตรองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคลิเบอรัล เดโมแครต กล่าวว่าจากประสบการณ์การทำงานกับเซอร์อีแวน ในเรื่องการเจรจาการค้ามากว่า 20 ปี เห็นว่าเซอร์อีแวนเข้าใจประเด็นปัญหาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งรัฐบาลอังกฤษควรรับฟัง

นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, สมาชิกอียู 27 ประเทศ จะหารือกันโดยปราศจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมานาย เดวิด เดวิส รัฐมนตรีที่รับผิดชอบการเจรจาถอนตัวจากอียู แถลงว่าขณะนี้คณะทำงานยังคงร่างรายละเอียดแผนงานการถอนตัวจากอียู และยังคงต้องมีการศึกษารายละเอียดอีกหลายด้านก่อนจะได้ข้อสรุป โดยรัฐบาลอังกฤษจะยังไม่เปิดเผยแนวทางการเจรจาจนกว่าจะถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอียูได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า สมาชิกอียู 27 ประเทศก็มีนโยบายว่า จะไม่มีการเจรจาใดๆ จนกว่ารัฐบาลอังกฤษจะยื่นเจตจำนงใช้สิทธิตามมาตรา 50 อย่างเป็นทางการเสียก่อน ด้านนายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษเคยประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะแสดงเจตจำนงดังกล่าวในราวปลายเดือนมีนาคมปีหน้า