มัมมี่หญิงท้องแก่ “สตรีปริศนา” อาจป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูก

นักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องซีทีสแกนตรวจสอบร่างมัมมี่ "สตรีปริศนา"

ที่มาของภาพ, WMP

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องซีทีสแกนตรวจสอบร่างมัมมี่ "สตรีปริศนา"

ทีมนักวิทยาศาสตร์และนักโบราณคดีในโครงการมัมมี่วอร์ซอ (Warsaw Mummy Project) ของโปแลนด์ เผยผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับสาเหตุการตายของ "สตรีปริศนา" มัมมี่หญิงท้องแก่ที่ยังมีซากทารกในครรภ์หลงเหลืออยู่ร่างแรกของโลก โดยพบว่าเธออาจป่วยด้วยมะเร็งหลังโพรงจมูก (nasopharynx cancer)

มัมมี่ของหญิงชาวอียิปต์คนดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ 2,100 ปี ถูกพบอยู่ในโลงที่จารึกชื่อนักบวชชายผู้หนึ่ง ทำให้ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วเธอเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ทำให้เป็นที่มาของฉายา "สตรีปริศนา" นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่า ภายในมดลูกของเธอมีซากทารกอายุ 7 เดือนหลงเหลืออยู่ โดยร่างของเด็กไม่เน่าเปื่อยเพราะถูกดองด้วยกรดอ่อนตามธรรมชาติ

ล่าสุดมีการค้นพบเพิ่มเติมว่า สตรีปริศนาผู้นี้อาจเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นโรคที่เนื้อร้ายจะแพร่กระจายตัวไปในช่องปาก โพรงจมูก และหลอดลม โดยในกรณีของมัมมี่ร่างนี้พบรอยโรคปรากฏเป็นรูโหว่ความกว้าง 7 มิลลิเมตร ที่บริเวณด้านหลังเบ้าตาข้างซ้าย

ดร. มาร์ซีนา โอซาเร็ก-ซิลเก ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวอร์ซอบอกว่า ผลการตรวจสอบด้วยซีทีสแกนกับกะโหลกศีรษะของสตรีปริศนา พบว่ามีรูโหว่ที่น่าจะเกิดจากเนื้องอกหรือบาดแผลบางอย่าง เบียดกระดูกเบ้าตาบางส่วนให้แยกออกเป็นช่องว่าง แต่อาการนี้ก็อาจเกิดจากซีสต์ (cyst) หรือโรคโลหิตจางที่ทำให้มีรอยพรุนในกระดูกเบ้าตา ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในหญิงมีครรภ์ก็เป็นได้

WMPWMP

ที่มาของภาพ, WMP

คำบรรยายภาพ, ภาพสแกนภายในกะโหลกศีรษะ พบรูโหว่ที่หลังเบ้าตาซ้าย (ด้านขวาของมัมมี่) ซึ่งอาจเป็นร่องรอยของเนื้อร้าย

อย่างไรก็ตาม ดร. โอซาเร็ก-ซิลเก แสดงความมั่นใจว่า รอยโรคดังกล่าวรวมทั้งความผิดปกติของรูปทรงกระดูกที่พบเพิ่มเติมบริเวณขากรรไกร โพรงจมูก และไซนัส (sinus) ชี้ว่าเป็นอาการของโรคมะเร็งอย่างแน่นอน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุการเสียชีวิตหลักของสตรีปริศนา นอกเหนือไปจากความผิดปกติในการตั้งครรภ์

ผลการศึกษานี้ยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เพราะยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำลงตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ ทั้งยังไม่ได้ตรวจสอบทางเคมีกับเนื้อเยื่ออ่อนติดกระดูกที่หลงเหลืออยู่ว่าเป็นมะเร็งจริงหรือไม่ด้วย แต่ทีมผู้วิจัยมีแผนจะทำการตรวจสอบดังกล่าวเพิ่มเติม และคาดว่าจะทราบผลได้ในช่วงปลายปีนี้

WMP )

ที่มาของภาพ, WMP

คำบรรยายภาพ, นักวิทยาศาสตร์ใช้เครื่องซีทีสแกนตรวจสอบร่างมัมมี่ "สตรีปริศนา"

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผลการศึกษาร่างของสตรีปริศนาถูกตั้งคำถามจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้มีผู้ตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่อยู่ในท้องของสตรีปริศนาอาจไม่ใช่ทารก แต่เป็นเพียงถุงที่ผู้ทำมัมมี่ใช้ยัดเข้าไปในท้องศพ หลังนำอวัยวะภายในออกแล้วเท่านั้น ซึ่งข้อสันนิษฐานนี้ช่วยตอบคำถามที่ว่า เหตุใดผู้ทำศพไม่ผ่าเอาร่างของทารกออกเหมือนกับอวัยวะอื่น ๆ ตามวิธีการทำมัมมี่อียิปต์ทั่วไป