จะเกิดอะไรขึ้นต่อเมื่อ "ดอลลาร์สหรัฐ" อ่อนค่าต่อเนื่อง และภาคส่งออกไทยจะเจอศึกหนักแค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, บีบีซีนิวส์
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐร่วงลงอย่างหนักในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้เป็นข้อเท็จจริงอยู่ว่าค่าเงินนั้นขึ้นและลงตลอดเวลา อย่างไรก็ดี เทรนด์การร่วงแรงของดอลลาร์สหรัฐครั้งนี้พิเศษกว่าปกติ
อะไรคือเหตุผลของการอ่อนค่าลง และเหตุใดมันจึงสำคัญต่อทุกคน ?
เกิดอะไรกับดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ทรัมป์กลับมาเป็นผู้นำสหรัฐฯ อีกครั้ง
ดอลลาร์สหรัฐเคยแข็งค่าขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 จากแรงหนุนของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแข็งแกร่งของสหรัฐฯ และยังคงแข็งค่าต่อเนื่องหลังทรัมป์คว้าชัยชนะในเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว โดยนักลงทุนคาดหวังว่าเขาอาจสานต่อนโยบายเศรษฐกิจที่เป็นผลดีต่อการเติบโต
แน่นอนว่านโยบายการค้าของเขาส่งผลกับสกุลเงินเช่นกัน เพราะนักลงทุนจำนวนไม่น้อยมองว่า มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าที่เขาสัญญาจะนำมาใช้อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งจะผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต้องขึ้นดอกเบี้ย หรืออย่างน้อยก็จะยังไม่ลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาดไว้
แนวโน้มดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ ทำให้เงินดอลลาร์ดูน่าดึงดูดมากขึ้น เพราะนักลงทุนจะได้ผลตอบแทนจากเงินฝากหรือสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์มากกว่าสกุลเงินอื่น ๆ
แต่สมการนี้เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อรายละเอียดของมาตรการภาษีที่ทรัมป์เริ่มเปิดเผยออกมา โดยหลายครั้งตามมาด้วยการชะลอหรือเลื่อนระยะเวลาบังคับใช้ เช่น ในกรณีของจีน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งผลอย่างไรในที่สุด
ปัจจุบัน นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลง และนั่นก็ส่งผลกระทบต่อดอลลาร์โดยตรง ทำให้ค่าเงินร่วงลงอย่างมาก
นอกจากนี้ การที่ทรัมป์โจมตีนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ยังไม่ยอมลดดอกเบี้ย ก็ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย

มูลค่าของสกุลเงินทั่วโลกผันผวนขึ้นลงอยู่ตลอดเวลา โดยได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ และนโยบายของธนาคารกลาง
แต่ในขณะนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของดอลลาร์เมื่อเทียบกับกลุ่มสกุลเงินหลัก กลับร่วงลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลงส่งผลอย่างไร ?
คนอเมริกันทั่วไปอาจไม่รู้สึกถึงผลกระทบของค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง จนกระทั่งพวกเขาเดินทางไปต่างประเทศ และพบว่าเงินดอลลาร์ของตัวเองแลกเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้น้อยลง
ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวสหรัฐฯ จะพบว่าเงินของพวกเขาใช้จ่ายได้มากขึ้น
แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์ไม่ได้กระทบแค่ระดับบุคคล เพราะมันส่งผลในระดับโลกมากกว่าสกุลเงินอื่น ๆ
เหตุผลก็คือ ดอลลาร์สหรัฐเป็น "สกุลเงินสำรองหลักของโลก" หมายความว่า ธนาคารกลางในหลายประเทศถือดอลลาร์ไว้ในปริมาณมากเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ โดยธนาคารกลางจะใช้ดอลลาร์สหรัฐในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ ใช้ชำระหนี้ต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งใช้เพื่อพยุงค่าเงินในประเทศของตนเอง
เจน โฟลีย์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารราโบแบงก์ (Rabobank) ชี้ว่าดอลลาร์ยังเป็นสกุลเงินหลักในการค้าระหว่างประเทศ โดยประมาณครึ่งหนึ่งของใบแจ้งหนี้การค้าทั่วโลกออกในรูปดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง สินค้าส่งออกของสหรัฐฯ จะมีราคาถูกลง ทำให้แข่งขันได้ดีขึ้นในตลาดโลก
แต่ในทางกลับกัน สินค้านำเข้าจะมีราคาสูงขึ้น เพราะดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงแลกเงินอื่นได้น้อยลง และยังอาจเจอผลกระทบจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดโลกอย่างน้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็ล้วนตั้งราคาด้วยดอลลาร์ ดังนั้นเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคาน้ำมันดิบจะถูกลงสำหรับประเทศที่ถือสกุลเงินอื่น ทำให้ต้นทุนนำเข้าของประเทศเหล่านั้นลดลงด้วย
เงินบาทแข็ง-ดอลลาร์อ่อน: ไทยอยู่ตรงไหนในสมการนี้ ?
อย่างที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมีอิทธิพลที่ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก สำหรับไทย หากดูกราฟเงินบาทในรอบหนี่งเดือน จะพบว่า ณ วันที่ 8 เม.ย. ค่าเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในรอบเดือน ในสถิติราว 34.84 ดอลลาร์สหรัฐ/บาท ก่อนจะทยอยแข็งค่าขึ้นเป็น 33.44 ดอลลาร์สหรัฐ/บาท ตามข้อมูล ณ วันที่ 23 เม.ย. หรือคิดเป็นการแข็งค่าขึ้น 4.18%
เมื่อสกุลเงินบาทแข็งค่าขึ้น ผู้ประกอบการในไทยก็จะมีทั้งภาคส่วนที่ได้ประโยชน์และภาคส่วนที่อาจเสียประโยชน์ ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้ อาจกล่าวได้ว่าภาคการส่งออกของไทยอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เสียประโยชน์ที่สุด
อย่างที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าคำสั่งซื้อขายทั่วโลกส่วนใหญ่ดำเนินการด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น เมื่อดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงและบาทไทยแข็งค่าขึ้นจะทำให้สินค้าส่งออกของไทยดูมีราคาแพงขึ้น จนอาจทำให้สู้คู่แข่งประเทศอื่น ๆ ไม่ได้
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ส่งออกสินค้าไทยที่รับการชำระเงินเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐก็ยังแลกเม็ดเงินดังกล่าวกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลงด้วย
ภัคธร เนียมแสง ผู้จัดการฝ่ายวิชาการ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับบีบีซีไทยว่า สรท. พยายามเตือนสมาชิกกลุ่มผู้ส่งออกให้ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์ที่ผันผวนอยู่ตลอด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับผลกระทบที่คาดไม่ถึงจากการขึ้นหรือร่วงลงของสกุลเงิน
ภัคธร มองว่าดอลลาร์สหรัฐเผชิญความผันผวนโดยมีเหตุผลหลักมาจากความไม่ชัดเจนของนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องมาตรการภาษี เช่นเดียวกับข่าวลือการปลดนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
สำหรับภาคการส่งออกของไทย เขายอมรับว่าปัจจุบันคาดการณ์ได้ยากมาก แต่ผลกระทบย่อมมีแน่นอนโดยเฉพาะในกลุ่มของยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้การปรับอัตราภาษีนำเข้าเป็น 36% จะยังไม่มีการบังคับใช้จริง จนกว่าจะถึงกำหนดวันที่ 27 พ.ค. นี้
อย่างไรก็ดี ภัคธรชี้ว่ายังมีภาคการส่งออกบางส่วนของไทยตอนนี้ที่ได้รับคำสั่งซื้อเข้ามาแบบไม่คาดคิด โดยเป็นในกลุ่มที่เป็นสินค้าไทยเอง อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงสินค้าอย่างเครื่องสำอาง หรือสินค้าที่จ้างให้บริษัทในไทยเป็นผู้ผลิตก่อนนำไปจัดจำหน่ายในแบรนด์ของตัวเอง (OEM)
เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แถลงการวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายการค้าโลกต่อเศรษฐกิจไทย ซึ่งมุ่งเน้นไปถึงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ โดยชี้ว่า ผลกระทบจากเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลง ยังไม่สร้างความผิดปกติให้กับภาคตลาดการเงินของไทย อย่างไรก็ดี ต้องติดตามผลกระทบในเชิงการเงินของภาคธุรกิจที่อาจได้รับผลรับจากนโยบายภาษี
ธปท. ระบุว่า การลงทุนของธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักร และยานยนต์ ถูกชะลอออกไป เพื่อรอมาตรการที่ชัดเจน ขณะที่ภาคการส่งออกจะเริ่มเห็นผลกระทบที่ชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
บทวิเคราะห์ของ ธปท. คล้ายคลึงกับความเห็นของภัคธร ที่มองว่าในช่วงไตรมาสที่สองนี้ อาจเห็นการเร่งตัวของการส่งออกบางบางประเภท เช่น อาหารแปรรูป แต่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญนั้นจะได้รับผลกระทบ และสินค้าไทยจะเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
สำหรับสถานการณ์ของภาคส่งออกตอนนี้ ภัคธรชี้ว่ามีความเปราะบางและอ่อนไหวอย่างมาก ทั้งยังต้องรอการเจรจาระหว่างประเทศอยู่ ทว่ากลับไม่เห็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้ประกอบการจากรัฐบาลแต่อย่างใด
"อยากทราบเหมือนกันว่า [รัฐบาล] จะมีมาตรการช่วยเหลืออะไรยังไงบ้าง นอกจากที่เตรียมไปคุยกับสหรัฐฯ" ภัคธร ระบุ
เมื่อถามว่านอกจากกลยุทธ์กรอบเจรจา 5 ข้อ ภาคส่งออกของไทยอยากได้อะไรจากรัฐบาล ภัคธร ตอบบีบีซีไทยว่า "ทุกอย่าง" ทั้ง การลดภาษี ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือซอฟต์โลน และการเจรจาความตกลงทางการค้า (FTA) กับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ
นี่เป็นเรื่องปกติหรือไม่ ?
โดยปกติแล้วดอลลาร์สหรัฐมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน ดังนั้น การที่ค่าเงินดอลลาร์ร่วงลงอย่างรุนแรง รวมถึงการเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนมักถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นกัน จึงถือเป็นสิ่งที่ผิดปกติ
เจน โฟลีย์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารราโบแบงก์ (Rabobank) กล่าวว่าการร่วงลงของดอลลาร์หลังการประกาศ "วันปลดแอกทางเศรษฐกิจ" ของทรัมป์ ซึ่งเป็นการขึ้นภาษีถ้วนหน้า ถือว่า "ค่อนข้างน่าตกใจ"
"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตลาดเชื่อมั่นในเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ทำผลงานดีกว่าประเทศอื่น ๆ แต่จู่ ๆ ก็มีนักเศรษฐศาสตร์จำนวนมากเริ่มมองว่ามาตรการภาษีเหล่านี้จะทำให้สหรัฐฯ เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอย" เธอกล่าว พร้อมชี้ไปที่การเทขายครั้งใหญ่ในตลาดหุ้น พันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสคาดการณ์ว่า อาจไม่ใช่แค่การอ่อนค่าชั่วคราวของดอลลาร์เท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่โลกเริ่มเบนเข็มออกจากสหรัฐฯ และจากดอลลาร์สหรัฐด้วย
จะเกิดอะไรขึ้นหากดอลลาร์สหรัฐร่วงต่อเนื่อง ?
ในสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่งมักถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางการเมืองของประเทศ แนวคิดที่ว่าดอลลาร์อาจสูญเสียสถานะ "สกุลเงินสำรองของโลก" เคยเป็นสิ่งที่แทบไม่มีใครกล้าคิดถึง
เจน โฟลีย์ กล่าวว่า แม้อาจมีสกุลเงินอื่นที่มีบทบาทมากขึ้น แต่ดอลลาร์ก็ยังไม่สูญเสียตำแหน่งผู้นำในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ คนหนึ่งเคยเตือนเมื่อปีที่แล้วว่า สหรัฐฯ ไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นสิ่งที่แน่นอนอีกต่อไป
โฟลีย์เชื่อว่าค่าเงินดอลลาร์น่าจะฟื้นตัวกลับมาได้บ้างในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า แต่ก็คงไม่สามารถกลับไปอยู่ในระดับสูงเท่าเดิม
นั่นเป็นเพราะว่าในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูงเช่นนี้ มักจะมีนักลงทุนบางส่วนที่ "ขายทำกำไร" เช่น หากยูโรแข็งค่ามากเกินไป นักลงทุนอาจเริ่มขายยูโร ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินยูโรอ่อนลงและดอลลาร์แข็งขึ้นได้บ้าง
ตลาดทั่วโลกกำลังจับตามองว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินหน้ากดดันประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ต่อหรือไม่ ทรัมป์เคยเรียกนายเจอโรม พาวเวลล์ ว่า "ผู้แพ้ตัวพ่อ" และเคยเรียกร้องให้มีการ "ปลดออกจากตำแหน่ง" อย่างเปิดเผย
หากทรัมป์เดินหน้ากดดันให้พาวเวลล์ลาออก ตลาดก็อาจเริ่มตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของเฟด ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญยิ่งของะบบเศรษฐกิจ
"ความเป็นอิสระของธนาคารกลางถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว และปกป้องผู้กำหนดนโยบายจากแรงกดดันทางการเมืองในระยะสั้น" ซูซานนา สตรีตเตอร์ หัวหน้าฝ่ายการเงินและตลาดของบริษัท ฮาร์กรีฟส์ แลนส์ดาวน์ (Hargreaves Lansdown) กล่าว
รายงานเพิ่มเติมโดย ปณิศา เอมโอชา ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย











