เดือนไพรด์กลับมาอีกครั้ง กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยใกล้เป็นจริงหรือยัง

ที่มาของภาพ, GETTY IMAGES
เดือนแห่งความภูมิใจ หรือ Pride Month ที่บุคคลเพศหลากหลายจะเฉลิมฉลองร่วมกันวนกลับมาอีกครั้งในเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ของไทย มีกำหนดประชุมพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายก่อนที่จะประกาศใช้กฎหมาย
ตอนนี้ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่...) พ.ศ. .... อยู่ในชั้นการพิจารณาของ สว. ซึ่งรับร่างกฎหมายวาระแรกไปแล้ว และ สว. ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณากฎหมายอีกขั้น
ที่ประชุม สว. ซึ่งเป็น สว. ชุดรักษาการ เตรียมพิจารณาร่างกฎหมายในวาระ 2-3 ในวันที่ 18 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ตามการเปิดเผยของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา)
ในโอกาสนี้ บีบีซีไทย ได้พูดคุยกับหนึ่งในกรรมาธิการวิสามัญของ สว. ที่ร่วมพิจารณาร่างกฎหมาย
สว. แก้ไขเรื่องใดหรือไม่
น.ส.นัยนา สุภาพึ่ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมของวุฒิสภา สัดส่วนภาคประชาชน กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ทางคณะกรรมาธิการของ สว. มีมติไม่แก้ไขเนื้อหาของร่างกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในเรื่องใดเลย ยังคงเนื้อหาไว้เช่นเดิม ทั้งอายุสมรส 18 ปี ถ้อยคำของสถานะหลังจดทะเบียนที่ระบุให้เป็นคู่สมรส (เดิมระบุเป็นสามี-ภริยา) หรือถ้อยคำที่ระบุถึงการสมรสระหว่างบุคคลทั้งสองฝ่าย (เดิมเป็นการสมรสระหว่างชาย-หญิง)
อย่างไรก็ตาม นัยนา เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า ในการพิจารณาวาระ 2 ซึ่งจะเป็นการให้ความเห็นรายมาตรา ทั้งหมด 68 มาตรา มีสมาชิก สว. 2-3 คน ที่เห็นต่างกับ กมธ. ขอแปรญัตติในที่ประชุมในบางประเด็น
ประเด็นแรก ได้แก่ เสนอให้บรรจุคำว่า สามี-ภริยา และคำว่า ชาย-หญิง เข้าไปในร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ควบคู่กับคำว่า คู่สมรส และบุคคล
"ผู้แปรญัตติ 2-3 คน อยากจะให้คำว่า หญิง-ชาย และคำว่า สามี-ภรรยา กลับเข้ามาพร้อม ๆ กับคำว่า คู่สมรส และบุคคล คือเขารู้ว่าผมนี่เป็นสามีนะ งั้นสามีก็จะหายไปจากกฎหมายนี้เลย ไม่มีคำว่าสามีอยู่อีกเลย เวลาผมไปออกงานสังคมว่า ภรรยาก็แนะนำว่านี่คือสามีเขา ผมก็แนะนำว่าเป็นภรรยาผม แล้วคำเหล่านี้มันจะหายไปเลยหรือ" นัยนา เล่าถึงความเห็นของ สว. ที่เห็นต่าง พร้อมแสดงความเห็นแย้งว่า "ภาษากฎหมายและภาษาที่พูดไม่ได้หายไป เพียงแต่คำว่าคู่สมรส หมายถึงสามีภรรยาอยู่แล้ว และหมายถึงหญิงชายอยู่แล้ว และแอลจีบีทีด้วย เพราะใช้คำ ๆ เดียวหมายถึงทุกคนอยู่แล้ว"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นอกจากนี้ ยังมี สว. อีกส่วนหนึ่ง ที่ต้องการให้กฎหมายใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขรอให้หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ แก้ไขกฎหมายลำดับรองและทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 180 วัน ตามร่างกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร
นัยนา ซึ่งเป็นอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ประเด็นนี้ภาคประชาชนเห็นด้วยว่า รัฐบาลสามารถมีคำสั่งให้ราชการเตรียมพร้อมปรับระบบการให้บริการประชาชนได้ทันทีที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา อย่างเช่น การจดทะเบียนสมรส ต้องมีแบบฟอร์มรองรับคนทุกคน การแจ้งเกิด การรับบุตรบุญธรรม แต่กรรมาธิการจากหน่วยงานราชการระบุว่า ไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อน เพราะต้องให้เวลาหน่วยงานราชการไปปรับเปลี่ยนกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง
"แต่จริง ๆ แล้ว สมรสเท่าเทียม เป็นกฎหมายที่บุคคลเพศหลากหลาย น่าจะได้รับการชดเชยเยียวยาด้วยซ้ำ ไม่ควรจะให้เขารอต่อไป" นัยนาเห็นแย้ง
ทั้งนี้ การสงวนคำแปรญัตติก็ต้องผ่านการโหวตของที่ประชุม สว. ว่าจะเห็นชอบกับข้อเสนอของ สว. ที่ยื่นแปรญัตติหรือไม่
ไม่บรรจุ "บุพการีลำดับแรก" ในกฎหมาย
นัยนา กล่าวถึง การบัญญัติคำว่า "บุพการีลำดับแรก" ที่ถูกตีตกไปในสภาผู้แทนราษฎรว่า มติของกรรมาธิการ สว. ไม่ปรับแก้เรื่องนี้เช่นกัน แต่กรรมาธิการของ สว. ได้จัดทำข้อสังเกตโดยละเอียดไปยังคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับความกังวลต่อปัญหาในทางปฏิบัติ หากเริ่มใช้กฎหมาย เช่น เอกสารทางราชการให้มีการใช้ถ้อยคำที่มีความเป็นกลางทางเพศ เพื่อรองรับบุคคลเพศหลากหลาย และการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ
"มันไม่ได้ยุ่งแค่อำเภอ มันจะยุ่งไปถึงโรงเรียน โรงพยาบาล" นัยนากล่าวและบอกว่า "เอกสารหลักฐานต่าง ๆ การแจ้งเกิด ทะเบียนราษฎร เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินโดยเร็ว"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
นอกจากนี้ ข้อสังเกตที่เตรียมส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ยังรวมถึงการเร่งแก้ไขกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิบุคคลเพศหลากหลาย เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม และทำให้บุคคลเพศหลากหลายสามารถก่อตั้งครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์ เช่น พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศ-คำนำหน้า และกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีทางการแพทย์
"พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีการเจริญพันธุ์ กฎหมายฉบับนี้เขียนว่าสามี ภรรยา ที่จะใช้วิธีตั้งครรภ์ด้วยเทคโนโลยีการแพทย์ ต้องจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ซึ่งครอบครัวเพศหลากหลายมีแนวโน้มจะใช้วิธีนี้เยอะ แต่ถ้ากฎหมายนี้ไม่ใช้คำที่เป็นกลางทางเพศ มันก็จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวหลากหลายทางเพศ"
สิทธิที่จะได้จากสมรสเท่าเทียม
- การแต่งงานจดทะเบียนเป็นคู่สมรสตามกฎหมาย - การหย่า
- การจัดการทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสที่ทำมาหาได้ร่วมกันหรือดูแลผลประโยชน์จากทรัพย์สิน
- สิทธิได้รับประโยชน์และสวัสดิการจากรัฐในฐานะคู่สมรส
- การให้ความยินยอมต่อการรักษาพยาบาล
ส่วนการรับบุตรบุญธรรมนั้น ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เคยระบุกับบีบีซีไทยว่า “คู่สมรสตามกฎหมายสมรสเท่าเทียมก็สามารถตั้งครอบครัวและรับบุตรบุญธรรมได้ตามกฎหมายการรับบุตรบุญธรรมที่มีอยู่ ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อีกหมวดหนึ่ง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสมรสเท่าเทียม”
สำหรับช่วงเวลาที่คาดว่ากฎหมายจะถูกประกาศใช้ หลังจากที่ประชุม สว. ให้ความเห็นชอบในวันที่ 18 มิ.ย. แล้ว จะเป็นขั้นตอนของการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายในราชกิจจานุเบกษาต่อไป











