เปิดรับสมัคร สส. 400 เขตทั่วประเทศวันแรก แคนดิเดตนายกฯ หลายพรรคนำทีมสมัคร สส.กทม.

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) นำทีมว่าที่ผู้สมัคร สส. กทม. เดินทางมายังอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง

ในวันแรกของการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขต 400 เขตทั่วประเทศ 27 ธ.ค. บรรยากาศเป็นไปด้วยความคักคัก โดยมีหัวหน้าพรรค ว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคการเมืองต่าง ๆ เดินทางไปให้กำลังใจเพื่อนร่วมพรรคขณะยื่นใบสมัครและจับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่จะใช้รณรงค์สู้ศึกเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569

อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง สถานที่รับสมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต เป็นหนึ่งในจุดที่คึกคักที่สุด โดยมีทั้งผู้สมัครและบรรดาผู้สนับสนุนได้เดินทางมารอเจ้าหน้าที่เปิดประตูสนามกีฬาตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลา 05.00 น.

เวลา 06.00 น. เศษ แกนนำพรรคการเมืองต่าง ๆ ทยอยเดินทางมาถึงศูนย์เยาวชนฯ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น โดยมีกองเชียร์นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองและดอกกุหลาบมารอมอบให้เหล่านักการเมืองจากค่ายต่าง ๆ อาทิ

  • พรรคประชาชน (ปชน.) นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ
  • พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ
  • พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รับผิดชอบพื้นที่ กทม.
  • พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค
  • พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ และ ดร.การดี เลียวไพโจน์ แคนดิเดตนายกฯ
  • พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำโดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ
  • พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.
  • พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นำโดย พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกฯ
.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) นำโดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สองแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค

นอกจากนี้ยังมี "พรรคเกิดใหม่" ที่ได้รับความสนใจ ซึ่งหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้นำทีมมาส่งผู้สมัคร สส. เมืองหลวงด้วยตนเองเช่นกัน อาทิ

  • พรรคไทยก้าวใหม่ (ทกม.) นำโดยนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
  • พรรคพลวัต นำโดยนายกัณวีร์ สืบแสง
  • พรรคเศรษฐกิจ (ศก.) นำโดย พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์
  • พรรคโอกาสใหม่ (อ.) นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์
  • พรรครักชาติ (รช.) นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

สำหรับสนาม กทม. เป็นพื้นที่ที่พรรคสีส้มชนะเลือกตั้งปี 2566 แบบ "แลนด์สไลด์" กวาด สส. เข้าสภาได้ถึง 32 คน จากทั้งหมด 33 เขต โดยมีพรรค พท. สอดแทรกเข้ามาได้เพียงคนเดียว

ในการเลือกตั้ง 2569 พรรค ปชน. ส่ง สส. หน้าเก่าลงรักษาพื้นที่เดิมเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเพียง 10 เขตที่มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ขณะที่พรรคคู่แข่งขันก็ต้องการช่วงชิงและคาดหวังจะปักธงในเมืองกรุงให้จงได้

ความเห็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ แต่ละพรรค

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน:

"พรรคประชาชนมีความมั่นใจและกำลังใจเต็มเปี่ยม เชื่อมั่นว่าเพื่อน ๆ ของผม ร่วมเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ทุกคนผ่านกระบวนการคัดสรรมาอย่างเข้มข้น ไม่ใครเกี่ยวข้องกับทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ และจะปักธงให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นภารกิจของทั้งประเทศที่จะขจัดทุนเทาออกไป"

หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา สส. กทม.ทำหน้าที่ทั้งในระดับพื้นที่และในสภาได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งผลงานที่แม้เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ได้อยู่เฉย ๆ แต่ร่วมผลักดันกฎหมายและทำหน้าที่เต็มที่เพื่อผลักดันสังคมไทย นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 กระแสที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวพรรคส่วนกลาง ไม่ได้เกิดจากกระแสจากโซเชียลมีเดีย แต่เกิดจากการทำงานอย่างหนักของผู้สมัคร

ในการเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ ส่วนของพื้นที่กรุงเทพฯ 33 เขต พรรคประชาชนเปลี่ยนตัวผู้สมัคร 10 เขต นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเป็นการปิดความเสี่ยงต่อคดีการเมือง ยืนยันการเปลี่ยนตัวไม่ได้ทำให้พรรค ปชน. มีอุปสรรคแต่อย่างใด แต่เป็นตัวเลือกที่ดีไม่แพ้กันหรือดีกว่า หลายคนร่วมกับพรรคมาอยู่ ยืนยันว่าอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแน่นอน

"มั่นใจอย่างเต็มที่ว่า 33 เขตของ กทม. เราจะทำอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นสีส้มทั้งกรุงเทพฯ แน่นอน"

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายณัฐพงษ์ แสดงความมั่นใจว่าครั้งนี้ พรรค ปชน. จะปักธงให้กรุงเทพฯ เป็นสีส้มทั้งจังหวัด

ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย:

"พรรคเพื่อไทยเรามีความมั่นใจครับว่าวันนี้เราพร้อม และผู้สมัครของเราทั้ง 33 เขตเลือกตั้งก็พร้อม เราลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะส่งมอบนโยบายต่าง ๆ" แคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ระบุ

ศ.ดร.ยศชนันให้สัมภาษณ์กับสื่อโดยเน้นย้ำถึงนโยบายต่าง ๆ ของพรรคที่เขาเชื่อว่า "จะมีประโยชน์กับชาว กทม." เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไข 3 ปัญหาหลักของคนกรุง ได้แก่ ปัญหาหนี้สิน การเดินทาง และที่อยู่อาศัย โดย "ลดรายจ่าย" ใน 3 ส่วนนี้

วิธีการแรกที่เขานำเสนอคือการ "ปลดหนี้" โดยให้ความสำคัญกับหนี้เสียและหนี้นอกระบบ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย ระบุถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยในการจะพักชำระหนี้เกษตรกร และคืนกำไรให้กับ "ผู้ที่จ่ายหนี้ได้ดี"

.

ที่มาของภาพ, thai news pix

จากนั้นเขาก็ไล่เรียงถึงนโยบายต่าง ๆ ของพรรค เช่น ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3.70 บาท โดยใช้วิธีการเพิ่มพลังงานทดแทน, ผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ต่อ, จัดทำ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย, รถเมล์ติดแอร์ 10 บาท, หาพื้นที่เปิดให้ชาว กทม. ทำการค้าขายเพิ่มรายได้ และดึงดูดการท่องเที่ยวโดยทำสนามบินและปรับปรุงเรื่องความปลอดภัย เป็นต้น

"วันนี้ สส. ทั้ง 33 คนมีความรู้ความสามารถ และในขณะเดียวกันเขาก็มีผู้มีประสบการณ์ของพรรคเพื่อไทย แล้วก็มีหลายคนที่มาจากพรรคไทยรักไทย พร้อมที่จะทำให้ตรงนี้ ส่งเสริมนโยบายตรงนี้" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว เขาเน้นย้ำว่าการผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของพรรคเพื่อไทยใน กทม. นั้น "ไม่ได้ทำคนเดียว" แต่ "ส่งเสริมร่วมกับ กทม. อย่างเป็นระบบ"

เมื่อถูกถามว่าอะไรจะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งในครั้งนี้ เขาตอบว่าคือ "ความจริงใจ" "การส่งมอบนโยบาย" และการที่ "มีผู้มีประสบการณ์" ในการจะทำนโยบายต่าง ๆ ให้สำเร็จ โดยตั้งเป้า "ชนะทุกจุด" ใน กทม.

พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ พรรคเศรษฐกิจ:

แม้วันนี้จะเป็นวันที่นำผู้สมัคร กทม. มาสมัครรับเบอร์ แต่ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเศรษฐกิจ ยังคงชูนโยบายเรื่องความมั่นคงชายแดน เพื่อซื้อใจคน กทม. เขาระบุว่า ถ้าได้บริหารประเทศจะใช้มาตรการการทูตเชิงรุกและมาตรการทางทหารเชิงรุก โดยมองว่าที่ผ่านมาข่าวสารตามหลังกัมพูชาตลอด

"ความมั่นคงพัวพันกับเรื่องเศรษฐกิจ ถ้าประเทศเราไม่มั่นคง ใครจะมาลงทุน ประชาชนจะหากินกันอย่างไร มันมีความเกี่ยวข้องเกี่ยวพันกันหมด"

พล.อ.รังษี ยังแสดงความมุ่งมั่นต่อการได้ที่นั่ง สส. ครั้งนี้ 200 ที่นั่ง รวมทั้งการเข้าไปเป็นแกนนำรัฐบาล

"ผมไม่คิดว่าผมจะร่วมรัฐบาล แต่ผมต้องการเป็นแกนนำรัฐบาล ผมมาการเมืองรอบนี้ไม่ต้องการเป็นแค่พรรคร่วม ผมลงเลือกตั้งก็มั่นใจ แต่คนตัดสินคือประชาชนกับสื่อ"

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์:

นายอภิสิทธิ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า ตอนนี้ ปชป. เดินหน้าเต็มที่ และมั่นใจว่าจุดยืนพร้อมทั้งนโยบายของพรรคจะตอบโจทย์ชีวิตของประชาชนชาวกรุงเทพฯ และชาวไทยทุกคน

จากนั้นเขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยรัฐ โดยแสดงความมั่นใจในพื้นที่ กทม. ว่าพรรคประชาธิปัตย์ "ทำเต็มที่" แม้จะ "ไม่ได้รับโอกาส" ในการเลือกตั้งทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่สมาชิกของพรรคในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็ยังทำงานการเมืองและคลุกคลีอยู่กับประชาชน

"วันนี้เราได้เติมพลังจากคนใหม่ ๆ ที่ตัดสินใจเข้ามาเพราะอยากเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ เองก็เห็นว่าเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา ในที่สุดแล้วบ้านเมืองก็ยังเหมือนจะหยุดอยู่กับที่ ดังนั้น วันนี้เราก็อาสาตัวเข้ามา เพราะว่าเราก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเห็นการเมืองเปลี่ยนแปลง" เขากล่าวกับสำนักข่าวไทยรัฐ

นายอภิสิทธิ์ยังถูกถามระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยพีบีเอสด้วยว่า เขาประเมินจำนวน สส. ที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีลุ้นจากทุกเขตทั่วประเทศอย่างไร ซึ่งหัวหน้าพรรค ปชป. ตอบว่าเขา "ยังไม่ได้ประเมิน" โดยเขาบอกว่าโจทย์ของพรรคไม่สำคัญเท่ากับโจทย์ของประเทศซึ่งพรรคต้องการให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าสามารถมีชีวิตที่ดีได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมาย

"พลเมืองกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของหลายอย่าง สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างที่จะชัด อาจจะโดยตรง อาจจะโดยอ้อม เพราะฉะนั้นนโยบายจะเป็นเรื่องสำคัญมาก ประสบการณ์ในการบริหารจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก วันนี้สิ่งเรานำเสนอก็คือความกลมกลืนระหว่างประสบการณ์กับแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ของคนทั้งประเทศ ตอบโจทย์ของคนกรุงเทพฯ" เขาระบุกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หน. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และแคนดิเดตนายกฯ มาพร้อมกับ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ อีกคนหนึ่งของ ปชป. และนายสกลธี ภัททิยกุล

นายอภิสิทธิ์ยังถูกถามระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยพีบีเอสด้วยว่าเขาประเมินจำนวน สส. ที่พรรคประชาธิปัตย์จะมีลุ้นจากทุกเขตทั่วประเทศอย่างไร ซึ่งหัวหน้าพรรค ปชป. ตอบว่าเขา "ยังไม่ได้ประเมิน" โดยเขาบอกว่าโจทย์ของพรรคไม่สำคัญเท่ากับโจทย์ของประเทศซึ่งพรรคต้องการให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าสามารถมีชีวิตที่ดีได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมาย

"พลเรือนกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของหลายอย่าง สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างที่จะชัด อาจจะโดยตรง อาจจะโดยอ้อม เพราะฉะนั้นนโยบายจะเป็นเรื่องสำคัญมาก ประสบการณ์ในการบริหารจะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก วันนี้สิ่งเรานำเสนอก็คือความกลมกลืนระหว่างประสบการณ์กับแนวคิดใหม่ ๆ เพื่อมาตอบโจทย์ของคนทั้งประเทศ ตอบโจทย์ของคนกรุงเทพฯ" เขาระบุกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคไทยก้าวใหม่:

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า "พรรคไทยก้าวใหม่ เป็นพรรคของคนที่มีความเป็นมืออาชีพ มีความเชี่ยวชาญ ที่สำคัญเราตั้งใจจะพาประเทศไทยก้าวใหม่จริง ๆ เพราะวันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้"

เขากล่าวถึงแนวคิดการทำงานการเมืองของพรรคว่าคือการทำการเมืองสร้างสรรค์ อาสาเข้ามาแก้ปัญหาหลากหลายทั้งเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ การศึกษาชายแดน และสิ่งแวดล้อม ด้วยบุคลากรของพรรคที่เต็มไปด้วยคนมีความรู้ เป็นคนมืออาชีพ ทำงานเป็น ที่พร้อมจะเข้ามาทำงานเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

"การทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ต้องเน้นเรื่องความสามัคคี ที่ผ่านมาเป็นการเมืองแบบทะเลาะกันมาตลอด ซึ่งทำให้ประเทศไทยถดถอย พรรคไทยก้าวใหม่ทำการเมืองสร้างสรรค์ แต่อยากทำงานกับคนดี ทำงานกับพรรคที่ทำงานตามหลักวิชาการ ไม่บิดเบือน พูดความจริง ไม่เอื้อผลประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือกลุ่มที่ไม่ใช่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ" นายสุชัชวีร์ กล่าว

แม้เป็นพรรคเกิดใหม่ แต่นายสุชัชวีร์แสดงความมั่นใจว่าพรรค ทกม. จะสามารถปักธงได้ในพื้นที่กรุงเทพฯ

"เราส่งที่ไหน เรามั่นใจตรงนั้น อย่าง กทม. เรามั่นใจทั้ง 33 เขต 33 คน" แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค ทกม. กล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า "คนกรุงเทพฯ เปิดโอกาสให้คนใหม่ พรรคใหม่เสมอ"

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร พรรคไทยสร้างไทย:

พล.ท.ภราดร กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยส่งผู้สมัคร สส. เขต กทม. ครบทั้ง 33 เขต โดยมีความมั่นใจ "เต็มร้อย" ว่าจะได้ สส.ครบทุกเขตที่ส่งลงสมัคร

พล.ท.ภราดร กล่าวถึงการประกาศตัวลงสนามการเมืองของตัวเองด้วยว่า เขามีความตั้งใจ 100% ในการแก้ปัญหาบ้านเมือง โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง

"สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้จะต้องแก้ปัญหาด้านความมั่นคงก่อน จะต้องแก้เรื่อง big fighting (การสู้รบครั้งใหญ่) คือปิดจบเรื่องการสู้รบไทย-กัมพูชา จัดการสแกมเมอร์ กวาดล้างการทุจริต ฉะนั้นความเร่งด่วนมันอยู่ตรงนี้ นอกนั้นขายนโยบายอื่น ไปต่อไม่ได้" เขากล่าวกับสำนักข่าววันนิวส์

"สู้รบไม่จบ การลงทุน [ก็] ไม่มา นักท่องเที่ยวไม่มา สแกมเมอร์ไม่จบ ลงทุนเท่าไหร่ [ก็] แพ้ทุนสีเทา แล้วจะเดินอะไรต่อ ประเทศนี้มีแต่ทุจริตคอร์รัปชัน มันไปต่อไม่ได้สักเรื่อง ฉะนั้นที่จะไปขายฝัน ขายนโยบายอะไรต่อ ไทยสร้างไทยเน้นว่าไปปิดจบภารกิจเร่งด่วนนี้ก่อน"

พล.ท.ภราดร เน้นย้ำถึงแนวทางของพรรคไทยสร้างไทย จะเริ่มจากการแก้ปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ให้จบก่อน จากนั้นจึงค่อยเริ่มเดินหน้าด้านเศรษฐกิจตามมา โดยจะลดความเหลื่อมล้ำและให้โอกาส "คนตัวเล็ก" คือกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (SMEs)

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ กล่าวว่าเมื่อดูผลการเลือกตั้งปี 2566 ผู้สมัคร รทสช. 12 เขตมีคะแนนมาเป็นอันดับสอง เชื่อว่าเลือกตั้งครั้งนี้ ชาว กทม. จะให้ความไว้วางใจ

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค พรรครวมไทยสร้างชาติ:

หนึ่งในสามแคนดิเดตนายกฯ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอสว่าเห็นถึงบรรยากาศความ "คึกคัก" ในวันรับสมัคร สส. วันนี้ ซึ่ง รทสช. ก็ "สู้เต็มที่"

พีระพันธุ์กล่าวถึงนโยบายต่าง ๆ ของพรรคที่เคยประกาศไว้ "เป็นนโยบายของคนไทยทั้งประเทศ" ซึ่งเขามั่นใจว่าหลายนโยบายเป็นเรื่องที่ "ถูกใจคน" โดยเฉพาะเรื่องการให้ขวัญกำลังใจทหารและการแก้ปัญหาพลังงาน ซึ่งเขาได้ทำไปบ้างแล้วในขณะที่เป็น รมว.พลังงาน

"ผมพูดได้เลยครับว่าผมเป็น รมว.พลังงานคนแรกที่ไม่เคยขึ้นค่าไฟ และประชาชนไม่ต้องห่วง ผมลดตลอด และวันนี้ก็ไม่มีใครกล้าขึ้นครับ เพราะว่าผมทำได้ ไม่มีใครกล้าบอกว่าทำไม่ได้" นายพีระพันธุ์กล่าว

เมื่อถูกถามว่าพรรคคาดหวังอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งนี้ เขาตอบว่าในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในเขตกรุงเทพมหานคร ผู้สมัครจาก รทสช. ได้รับคะแนนเป็นอันดับที่ 2 ในพื้นที่ 12 เขต ซึ่งครั้งนี้เขาเชื่อว่าจากการทำงานของพรรคที่ผ่านมาในระยะเวลา 2 ปี ที่ทำงานเพื่อประชาชนโดย "ไม่เคยมีประเด็นเรื่องการเมืองมาทำให้พรรคเสื่อมเสียชื่อเสียง" ประกอบกับผลงานต่าง ๆ นั้น ก็เชื่อว่าชาวกรุงเทพฯ จะให้ความไว้วางใจ

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รับผิดชอบพื้นที่ กทม.

ด้านพรรคภูมิใจไทย โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แสดงความมั่นใจในตัวผู้สมัครทั้ง 3 3เขต, นโยบายพรรรค, ทีมว่าที่รองนายกฯ ที่เปิดตัวไปแล้ว และยังยก "ผลงานของรัฐบาลในช่วง 73 วันที่ผ่านมา" มายืนยันว่าพรรค ภท. เป็นมากกว่าการพูดแล้วทำ และบอกด้วยว่าจะเอาใครมาทำ

นายเอกนัฏ ซึ่งย้ายมาจากพรรค รทสช. ยังปฏิเสธด้วยว่า พรรค ภท. ไม่ใช่ศูนย์รวมของบ้านใหญ่ แต่เป็นการรับคนที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศ และต้องการนำพาคนไทยกลับมาสู่จุดที่ภูมิใจอีกครั้งอย่างที่เคยมีมาก่อน

อย่างไรก็ตาม พรรค ภท. ปฏิเสธจะให้ตัวเลขเป้าหมายจำนวน สส. กทม. ซึ่งพรรคสีน้ำเงินไม่เคยปักธงในสนามนี้ได้มาก่อนเลย โดย น.ส.ศุภมาสกล่าวเพียงว่า "ทุกคนย่อมมีการตั้งเป้า แต่ในวันนี้ยังไม่สามารถพูดได้ ขอให้เวลาผู้สมัครได้ลงพื้นที่และนำเสนอนโยบายต่อพี่น้องประชาชนก่อน"

ส่วนพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ประกาศว่า พรรคของเขาคาดหวังจำนวน สส.เอาไว้สูงว่าจะได้ 100 ที่นั่ง แต่สุดท้ายอยู่ที่การเลือกของประชาชน

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

กระบวนการรับสมัคร สส. จะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเวลา 08.30 น. เริ่มต้นด้วยการให้ผู้สมัครกรอกใบสมัครและจัดเตรียมเอกสารประกอบการสมัครด้วยตนเอง ตามด้วยการลงทะเบียนการสมัครตามเขตที่ตนประสงค์จะสมัคร จากนั้นเจ้าหน้าที่จะจัดลำดับผู้สมัคร โดยผู้มาถึงก่อนเวลา 08.30 น. จะได้จับสลากลำดับที่จะได้จับสลาก แล้วจึงได้จับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครที่จะใช้ในการเลือกตั้ง โดยดำเนินการไปพร้อม ๆ กันทุกเขต

การดำเนินการของ กกต.กทม. ล้วนอยู่ในสายตาของพรรคการเมืองและประชาชนผู้สนับสนุนพรรค พวกเขาเข้าจับจองที่นั่งบนอัฒจันทร์ภายในอาคารกีฬาเวสน์ 2 เต็มพื้นที่ โดยมิลืมจัดเตรียมป้ายข้อความ ป้ายไฟ พร้อมส่งเสียงเชียร์ในระหว่างการจับสลากหมายเลข

การรับสมัคร สส.แบบแบ่งเขต จะมีไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.

สำหรับคุณสมบัติของผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด, อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง, เป็นสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 30 วัน (เนื่องจากมีการยุบสภา) และต้องแสดงหลักฐานประกอบการสมัครอย่างใดอย่างหนึ่งคือ มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครเป็น สส. เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี, เกิดในจังหวัดนั้น, เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา, เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี

เช็กเบอร์เช็คพรรค พื้นที่ กทม.

ภายหลังเสร็จสิ้นการรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตวันแรก ทางพรรคการเมืองหลายแห่งได้เปิดเผยรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.กทม. 33 เขต พร้อมเบอร์ของแต่ละคน โดยบีบีซีไทยรวบรวมมาไว้ตรงนี้

พรรคประชาชน.

ที่มาของภาพ, พรรคประชาชน กรุงเทพฯ

ปชป.

ที่มาของภาพ, พรรคประชาธิปัตย์

พรรครวมไทยสร้างชาติ

ที่มาของภาพ, พรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรคเพื่อไทย

ที่มาของภาพ, พรรคเพื่อไทย

พรรคไทยสร้างไทย

ที่มาของภาพ, พรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยก้าวใหม่

ที่มาของภาพ, พรรคไทยก้าวใหม่

บรรยากาศรับสมัคร สส. ในต่างจังหวัด

ส่วนในต่างจังหวัด บรรยากาศคึกคักไม่แพ้กัน มีหลายพรรคที่แคนดิเดตนายกฯ และแกนนำพรรคเลือกที่จะนำผู้สมัครไปยังจุดรับสมัคร สส. เขตของจังหวัดต่าง ๆ

พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นำผู้สมัคร สส.เชียงใหม่ทั้ง 10 เขต มายังสนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดรับสมัคร พร้อมแสดงความมั่นใจที่จะชิงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ กลับคืนมา

ในขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ อีกคนของ พท. นำผู้สมัคร สส. เพื่อไทยทั้ง 11 เขตของ จ.ขอนแก่น มายังจุดรับสมัครที่หอประชุม อบจ.ขอนแก่น โดยนายสุริยะแสดงความคาดหวังจะชนะการเลือกตั้งอย่างน้อย 9 จาก 11 เขต ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น

ส่วนพรรคประชาชน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อนำผู้สมัคร สส. เขตไปที่จุดรับสมัคร ขณะที่นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคอีกคน ลงพื้นที่นำผู้สมัคร สส. ที่ จ.ภูเก็ต

นอกจากนี้พรรค ปชน. ยังส่งแกนนำของพรรคคนอื่น ๆ กระจายกันไปตามจังหวัดต่าง ๆ เช่น จ.เชียงใหม่ นำโดยนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง, จ.ศรีสะเกษ และ จ.สุรินทร์ นำโดย นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรค ปชน., จ.สงขลา นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน.

ด้านหัวหน้าพรรค ภท. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ คนที่ 32 ผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย เลือกไปให้กำลังใจผู้สมัคร สส. 3 จังหวัดรวด เริ่มตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา, สุพรรณบุรี, นครปฐม

ภายหลัง "เป่ากระหม่อม" ผู้สมัคร สส.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทินกล่าวยอมรับว่าตั้งความหวังอยากจะได้ สส. เมืองเก่าครบทั้ง 5 เขต แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน

หัวหน้าพรรค ภท. ยังระบุถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเสนอตัวที่จะทำผลงานให้ประชาชนด้วยความตั้งใจ โดยเขาบอกว่าในการเลือกตั้งเขากำหนดอะไรเองไม่ได้ นอกจากการนำเสนอนโยบายและทำให้ได้ พร้อมกับยกตัวอย่างโครงการคนละครึ่งพลัส ที่นายอนุทินเชื่อว่าเป็นที่พึงพอใจของประชาชนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพรรค ภท. ว่าสามารถทำได้จริง

"จริง ๆ มันควรจะได้ทำถ้าไม่ยุบสภา ไม่งั้นป่านนี้ก็ได้คนละครึ่งพลัสเฟส 2 ไปเรียบร้อยแล้ว" นายอนุทินกล่าวก่อนจะเสริมว่าเขาขอโอกาสให้พรรค ภท. กลับมาบริหารบ้านเมืองและทำโครงการนี้ต่อ

จากนั้นนายอนุทินเดินทางไปทำพิธีเปิดป้ายที่ทำการพรรค ภท. สาขา จ.สุพรรณบุรี อย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) จะเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 3 รองจากตนที่เป็นหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค

นายอนุทิน และคณะร่วมคารวะอนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา ก่อนที่หัวหน้าพรรค ภท. จะประกาศต่อหน้าประชาชนให้นายวราวุธ บุตรชายนายบรรหาร ลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 3 จนเกิดการไหว้และสวมกอดกัน

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคภูมิใจไทย

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน และคณะร่วมคารวะอนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา ก่อนที่หัวหน้าพรรค ภท. จะประกาศต่อหน้าประชาชนให้นายวราวุธ บุตรชายนายบรรหาร ลงปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่ 3 จนเกิดการไหว้และสวมกอดกัน

แคนดิเดตนายกฯ เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ ทำประชามติแก้ รธน.

ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ประชาชนชาวไทยไม่เพียงได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. 2 ระบบคือ สส.แบบแบ่งเขตที่เปิดรับสมัครในวันนี้ และ สส.แบบบัญชีรายชื่อที่จะเปิดรับสมัครในวันพรุ่งนี้ (28 ธ.ค.) ทำให้โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) จัดกิจกรรม "ซาวด์เสียงว่าที่ สส." ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยทำบัตรออกเสียงประชามติจำลองมาสอบถามความคิดเห็นของว่าที่ผู้สมัคร สส. ว่ามีจุดยืนอย่างไรต่อคำถามประชามติ

สำหรับคำถามในการออกเสียงประชามติรอบนี้ เป็นคำถามจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาล "อนุทิน" ที่ว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่"

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค ปชน. เป็นหนึ่งในบุคคลที่กากบาทช่อง "เห็นชอบ" แต่เขาออกตัวว่าขอออกความเห็นในฐานะส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการหาเสียงของพรรค เพื่อป้องกันเรื่องความเสี่ยงที่จะมีคดีเกิดขึ้น เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้

ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค พท. "ขอไม่กากบาท" โดยให้เหตุผลว่ารู้สึกไม่สบายใจในประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพรรค พท.

"ผมกังวลหากทำในลักษณะเดียวกัน พรรคเพื่อไทยอาจได้รับผลกระทบมากกว่า" ดร.เชน-ยศชนันกล่าว และว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากช่วงรัฐประหาร แต่ในส่วนของพรรค พท. ขอรอฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก หากประชาชนเห็นควรให้มีการเปลี่ยนแปลง พรรคก็พร้อมดำเนินการ แต่มีเงื่อนไขชัดเจนว่าต้องไม่แก้ไขหมวด 1 และหมวด 2

นายยศชนันกล่าวเพิ่มเติมว่า หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา พรรคเห็นว่าควรแบ่งออกเป็น 3 เรื่องหลักคือ การบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะด้านการศึกษาและสุขภาพ

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอื่น ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมของไอลอว์ แล้วกากบาทช่อง "เห็นชอบ" อาทิ นายกัณวีร์ จากพรรคพลวัตร, พล.ท.ภราดร จากพรรคไทยสร้างไทย

ขณะที่แคนดิเดตนายกฯ บางส่วนเลือกากบาทช่อง "ไม่เห็นชอบ" อาทิ นายชัยวุฒิ จากพรรครักชาติ, นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม จากพรรคไทยภักดี

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กากบาทช่อง "ไม่เห็นชอบ" ในบัตรประชามติจำลอง

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กากบาทช่อง "ไม่เห็นชอบ" ในบัตรประชามติจำลอง

การสงวนท่าทีของนักการเมืองจากค่ายต่าง ๆ เป็นผลจากคำให้สัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เตือนพรรคการเมืองให้พูดเพียงว่า "มีนโยบายเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ไม่ใช่ไปบอกว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ"

อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 17 ระบุว่า ประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่าง ๆ มีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการออกเสียงได้อย่างเสรี เสมอภาค และเท่าเทียมกัน