"นายจ้างเห็นเราเป็นแค่เบี้ยตัวนึง" ฟังเสียงไรเดอร์ไทย คาดหวังอะไรกับการเลือกตั้ง 2569

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
อากาศช่วงเที่ยงของวันที่ 23 ธ.ค. บริเวณถนนด้านหน้าอาคารอนาคตใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยรามคำแหง 42 กรุงเทพมหานคร ถือว่าร้อนจัดมาก ทว่าเหล่าไรเดอร์ที่มารวมตัวกันเรียกร้องให้มีการถอดถอนชื่อของ นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ หรือ มาร์ค อดีตรองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ ของแพลตฟอร์ม LINE MAN Wongnai จากรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน กลับปักหลักไม่หวั่นไหว
ขณะที่แสงแดดยังคงสาดลงมาอย่างต่อเนื่อง ไรเดอร์หญิงคนหนึ่งที่กำลังจับไมค์พูดถึงความอัดอั้นของตัวเองว่า ที่ผ่านมานั้นไรเดอร์ทุกคนต้องเผชิญกับความร้อนแบบนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ร้อน "แต่วันนี้พวกเขาร้อนใจมากกว่า" ที่พรรคซึ่งพวกเขาเคยคิดว่ายืนอยู่ข้างแรงงาน โดยเฉพาะกับกลุ่มไรเดอร์ กลับเลือกที่จะอ้าแขนรับอดีตผู้บริหารแพลตฟอร์มที่ "ขูดรีด" พวกเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
เรวิกา น้ำใจดี วัย 32 ปี คือไรเดอร์หญิงคนนั้น เธอบอกกับบีบีซีไทยว่าตัวเองประกอบอาชีพนี้มาแล้วอย่างน้อย 7 ปี โดยเริ่มขับมาตั้งแต่ตอนอยู่ต่างจังหวัดที่ได้ค่าตอบแทนเพียง 15 บาท/รอบ แต่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการร่วมถนนกับรถบรรทุกขนาดใหญ่
หลังย้ายเข้ามาแสวงหาโอกาสในเมืองหลวง ด้วยภาระความจำเป็นทางครอบครัว เธอจำเป็นต้องหารายได้ให้เพียงพอวันละ 1,000 บาท ก่อนหักค่าใช้จ่าย เธอบอกว่าในอดีตต้องใช้เวลาราว ๆ 12 ชั่วโมง/วัน แต่เมื่อตัวเลขผู้เข้ามาทำอาชีพไรเดอร์เยอะขึ้น ขณะที่ค่าตอบแทนต่อรอบน้อยลง ทุกวันนี้เธอจึงต้องขยับเวลาทำงานขึ้นไปเป็น 14-16 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้ได้รายได้เท่าเดิม
"เราต้องเติมน้ำมันเอง 200-300 บาทต่อวัน ไหนจะค่าสึกหรอของรถยิ่งเราวิ่งเยอะ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ วันนึงที่หาได้หนึ่งพันบาท จริง ๆ ไม่เคยเหลือเลย บอกตรง ๆ" เธอเริ่มแจกแจงค่าใช้จ่ายให้เราฟัง
เธอเล่าด้วยว่าเม็ดเงินที่วิ่งรถหามาได้นั้น ยังต้องถูกหักเอาไปจ่ายสินเชื่อจากแอปพลิเคชันเองด้วย
เมื่อเราถามว่า เงินที่เธอกู้จากแพลตฟอร์มมานั้นนำไปใช้จ่ายเรื่องอะไรบ้าง เธอตอบกลับมาทันทีว่า "อันดับแรกคือกู้มากินค่ะ ค่าใช้จ่าย ไหนจะค่าเทอมลูกพวกเรา ไหนจะค่ารักษาพยาบาล ซึ่งไรเดอร์เราไม่เคยมีสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลเลย"
ไรเดอร์อีกอย่างน้อยสามคนที่บีบีซีไทยได้มีโอกาสพูดคุยด้วย ต่างเล่าเรื่องราวที่ไม่แตกต่างไปจากนี้ให้เราฟัง แม้เส้นทางชีวิต ช่วงอายุ และภาระหน้าที่ของแต่ละคนจะแตกต่างกัน
ค่ารอบที่น้อยลงและความเสี่ยงจากการเป็นไรเดอร์
สันติ เหมลม ไรเดอร์วัย 45 ปี เป็นอีกคนที่เล่าเรื่องชีวิตการเป็นไรเดอร์ของเขาให้บีบีซีไทยฟัง
เขาบอกกับเราว่า ช่วงแรก ๆ ที่เขาเริ่มเข้ามาเป็นไรเดอร์ขับรถส่งพัสดุกับแบรนด์ Lalamove รวมถึงช่วงที่แบรนด์เป็นพันธมิตรกับ LINE MAN นั้น เขาเคยมีรายได้อยู่ราว ๆ 30-60 บาท/เที่ยว ซึ่งถือว่า "อยู่ได้" และก็เป็นช่วงที่คนจำนวนไม่น้อยลาออกจากการเป็นพนักงานประจำมาทำอาชีพไรเดอร์กันจริงจัง
"ผมถือว่าเป็นรุ่นบุกเบิกเลย คือเขาจ้างผมไปวิ่งที่อยุธยา งานเปิดตัวของไลน์แมน เขาจ้างวันละ 1,400 บาท 4 วัน แล้วจะได้เสื้อ ได้กล่องออกมา โปรโมทว่ามีไลน์แมนที่อยุธยานะ แล้วราคาเริ่มต้นตอนนั้น 62 บาท" สันติเริ่มเล่า ก่อนที่จะอธิบายต่อไปว่าตัวเลขค่ารอบค่อย ๆ ลดลงมาเป็น 50 บาท 42 บาท "จนตอนนี้เหลือประมาณ 28 บาท"

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
สันติไม่ใช่ไรเดอร์คนเดียวที่เล่าประสบการณ์เช่นนั้น พงศ์ธร ตั้งบวรไพศาล วัย 32 ปี ที่แม้จะทำงานอยู่บนคนละแพลตฟอร์ม ก็เล่าถึงสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน
เขาบอกกับเราว่า สมัยก่อนนั้นช่วงที่ยังมีคนขับไรเดอร์ไม่มาก "ช่วงพีค ๆ ชั่วโมงนึง 200-300 บาท น่าจะพอหาได้ครับ… บนท้องถนนก็อยู่ว่าเราทำงานกี่ชั่วโมง เดือนนึง 30,000-40,000 บาท เป็นจุดเริ่มต้นของการเริ่มผ่อนบ้าน ผ่อนรถกันตอนนั้นเลยครับ เป็นรายได้ที่เกือบ ๆ จะได้เป็นชนชั้นกลางเลยครับ"
ไรเดอร์อีกคนอย่าง สมัย โกมล ที่ปัจจุบันอายุกว่า 50 ปี ก็บอกเล่าประสบการณ์ที่รายได้จากการวิ่งรถของเขาลดลงเช่นกัน เขาบอกว่าเคยวิ่งรถตั้งแต่หกโมงเช้าถึงสองทุ่ม ได้เงินสูงสุดเกือบ ๆ 2,000 บาท แต่ทุกวันนี้รายได้เฉลี่ยของเขาลดลงมาเหลือ 700 บาท/วัน
เราถามเขาต่อว่า ในฐานะหัวหน้าครอบครัว เขาจัดการอย่างไรกับรายได้ต่อรอบที่ลดลงโดยที่แทบจะไม่สามารถต่อรองกับแพลตฟอร์มได้เลย
"ก็วิ่งประมาณเกือบถึงห้าทุ่ม ลากยาวเลย มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมคล้ายว่าเหมือนหลับในเลยน่ะ มีรถคันหลังเขาบีบแตรใส่ ผมก็สะดุ้งขึ้น เกือบรถตกคลองครับ ร่างกายเรามันคล้าย ๆ ว่าเพื่อที่จะเลี้ยงครอบครัวเราไง เราต้องออกแต่เช้า ขับถึงดึก ๆ" สมัยเล่าให้บีบีซีไทยฟัง

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
ทว่าสำหรับเรวิกา ความเสี่ยงต่อชีวิตและความปลอดภัยในฐานะไรเดอร์หญิงไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนและสภาพอากาศย่ำแย่เท่านั้น เธอบอกกับบีบีซีไทยว่า สำหรับผู้หญิงที่ทำงานเป็นไรเดอร์ "เราเสี่ยงทั้งภัยคุกคาม เราโดนลูกค้าคุกคาม เราโดนประทุษร้าย เราอาจจะโดนจี้ชิงปล้นง่ายกว่าไรเดอร์ผู้ชาย"
เธอเล่าให้เราฟังต่อว่า ทุกวันนี้เธอยังต้องหาเลี้ยงลูกชายวัย 18 ปี ซึ่งใกล้จะจบออกมาทำงานแล้ว และเธอก็ได้ถามลูกชายของตัวเองว่า "โตขึ้นอยากทำอะไร"
"น่าตกใจตรงที่ว่าลูกชายพี่อยากเป็นไรเดอร์ พี่ถามว่าทำไมถึงอยากเป็นไรเดอร์ เขาบอกว่าแม่เป็นฮีโร่ของเขา แม่เก่งมาก ๆ ทำงานหาเงินแบบหามรุ่งหามค่ำ แต่พี่บอกลูกเสมอว่าอย่าทำเลย เพราะว่าแม่ก็ไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าออกสตาร์ทรถออกมาจากบ้านเนี่ยจะได้กลับบ้านหรือเปล่า" เธอเล่าพร้อมน้ำตาคลอ
นับจนถึงปัจจุบัน ไรเดอร์ถือเป็นอาชีพอิสระ ไม่ถูกจัดอยู่ในประเภทลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน และยังไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่ลูกจ้างทั่วไปพึงได้รับ
บีบีซีไทยไม่พบสถิติจำนวนไรเดอร์อย่างเป็นทางการบนฐานข้อมูลของภาครัฐไทย อย่างไรก็ดี เมื่อลองค้นคว้าตัวเลขการประเมินจากสถาบันอิสระหลายแห่งจากทั้งในไทยและต่างประเทศ เราพบว่า ในปี 2020 สำนักงานบริการการเกษตรต่างประเทศของสหรัฐฯ ประเมินว่ามีประเทศไทยมีไรเดอร์ส่งอาหารซึ่งส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์ ประมาณ 225,000–250,000 คน ในจำนวนนี้มีมากกว่า 100,000 คน ปฏิบัติงานอยู่ในกรุงเทพมหานคร
ขณะที่รายงานและงานศึกษาในปีต่อ ๆ มา ล้วนระบุไปในทิศทางเดียวกันว่าจำนวนของผู้หันมาเป็นไรเดอร์นั้นมากขึ้น และจากบทสัมภาษณ์ของนายกสมาคมไรเดอร์ไทยเมื่อต้นปี 2567 ในประชาชาติธุรกิจ ระบุว่าในไทยมีไรเดอร์อยู่ประมาณ 3-4 แสนคน
ไรเดอร์ไทยหวังอะไรกับการเลือกตั้ง
พงศ์ธร ซึ่งอยู่ในวัยหนุ่มที่กำลังสร้างตัวบอกกับเราว่า เขามีความฝันว่า "ผมอยากมีชีวิตที่แบบไม่ต้องมากังวลว่า ในอีก 2-3 เดือนนี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ไม่มีพรรคการเมืองที่มีประสิทธิภาพมาทำงาน"
เขาเสริมต่อไปว่า เขาอยากให้ประเทศธรรมมีความเป็นธรรมมากขึ้นกับแรงงาน เพราะเขามองว่าทุกวันนี้ "นายจ้างเห็นเราเป็นแค่เบี้ยตัวนึงที่ใช้ในการทำงาน ไม่ได้คิดว่าเรามีความรู้สึกนึกคิด หรือว่ามีความเจ็บปวด มีความเหนื่อยล้าจากสภาพอากาศที่ประเทศไทยที่มันรุนแรง แผดเผาแรงงานทุกวันนี้"
"อยากฝากถึงผู้มีอำนาจทุกท่านให้เปิดหูเปิดตา ลองฟัง ผมคิดว่าทุกคนพูดปัญหาของตัวเองอยู่แล้วแต่ว่ายังไม่มีพรรคการเมืองที่รับฟังปัญหาแล้วเอาไป execute (ทำให้เกิดขึ้นจริง) ออกมาเป็นนโยบายที่เป็นธรรมจริง ๆ ครับ" พงศ์ธร บอกกับบีบีซีไทย
สำหรับสันติ, สมัย รวมไปถึงเรวิกา พวกเขาอยากได้เพียงสิทธิในการเป็นลูกจ้างที่ได้รับการรับรองและได้รับความคุ้มครองตามที่พวกเขาควรมี และการทำงานที่แลกมากับค่าตอบแทนที่มีการตกลงกันอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ค่าจ้างที่แพลตฟอร์มลดลงเรื่อย ๆ แบบไรเดอร์ต่อรองอะไรไม่ได้ และไม่มีการเข้ามาช่วยเหลือจากภาครัฐ

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
สำหรับสมัย ซึ่งผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้ง เห็นนโยบายก่อนและหลังการหาเสียงมาหลายหน เขาบอกกับบีบีซีไทยว่า "ผมก็มีความหวังนะครับว่า เขา[พรรคการเมือง]พูดแล้ว เขาต้องรักษาคำพูด แต่ว่าส่วนมากเขาก็หาเสียงไว้แล้วก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าเลยอีก พบยากอะไรทำนองนี้"
สำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง สมัยบอกว่าเขายังแบกความหวังเต็มเปี่ยมที่จะไปลงหนึ่งคะแนนเสียงของตัวเอง แต่สำหรับสถานการณ์ในชีวิตจริงตรงหน้า เขาก็บอกกับเราด้วยว่า "ต้องเดินหน้าต่อไป แบบว่ามันถอยหลังไม่ได้แล้ว อายุประมาณนี้แล้ว เราก็เป็นเสาหลักของครอบครัวอยู่แล้ว ผมก็จะสู้ต่อไป… ขับไรเดอร์ไปจนกว่าจะขับไม่ไหว"
กลับมาที่ไรเดอร์หญิงผู้เป็นแม่คนอย่าง เรวิกา เธอบอกกับเราว่า เธอเองก็ยังฝากความหวังไว้ที่นักการเมือง แม้วันที่เราคุยกับเธอจะเป็นวันที่เธอออกมาประท้วงพรรคที่เธอเคยสนับสนุนก็ตาม
"ก็ยังฝากความหวังไว้ที่นักการเมือง เพราะว่าตอนนี้ฝากความหวังไว้กับตัวเองอยู่ นักการเมืองที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาล เป็นภาครัฐ ควรจะเข้ามาดูแลชีวิต ประชาชน ชีวิตคนทำงาน ชีวิตแรงงาน… ถ้าเกิดว่าวันนึงข้างหน้านโยบายที่เขาผลักดันเข้าออกมามันทำให้ชีวิตคนทำงานมันดีขึ้น พี่เชื่อว่าลูกพี่คงจะสบายกว่าพี่ตอนนี้ ซึ่งตอนนี้พี่บอกตรง ๆ ว่าพี่ลำบากมาก ลำบากทั้งกายแล้วก็ลำบากทั้งใจ แต่หวังว่าถ้าวันนึงสิ่งที่เขาเคยให้สัญญากับเราแล้วเขาสามารถทำได้จริง ๆ วันนั้นมันน่าจะเป็นวันที่ดีของลูกพี่ค่ะ" เธอกล่าว พร้อมทิ้งท้ายว่า "แต่แค่ว่าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่แค่นั้นเอง"
ข้อเรียกร้องของไรเดอร์ต่อพรรคการเมือง

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
ข้อเรียกร้องสำคัญจากเครือข่ายไรเดอร์และคนทำงานแพลตฟอร์มซึ่งเป็นกลุ่มที่ไปประท้วงต่อพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา ยืนอยู่บนหลักการว่าต้องการให้อาชีพ "ไรเดอร์" ถูกบรรจุอยู่ในประเภท "ลูกจ้าง" ที่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยพวกเขามีหลักการและข้อเรียกร้องรวม 4 ข้อ ได้แก่:
- การรับรองสถานะความเป็นลูกจ้าง โดยไม่จำเป็นต้องตรากฎหมายใหม่ เพียงขยายนิยามคำว่า "ลูกจ้าง" ให้ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ยืนยันว่า "แรงงานแพลตฟอร์ม" มีลักษณะงานไม่แตกต่างจาก "ลูกจ้าง" มิใช่พาร์ทเนอร์ธุรกิจอย่างที่ผู้ประกอบการอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดสวัสดิการ
- ไรเดอร์ต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรฐานค่ารอบและงานพ่วง ซึ่งต้องมีการประกันค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง การกำหนดค่ารอบที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และต้องคำนึงต้นทุนของไรเดอร์ โดยคำนวณจากระยะทางตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเสร็จสิ้นงาน ต้นทุนพลังงาน ค่าเสื่อมสภาพของยานพาหนะ ค่าอุปกรณ์ และงานพ่วงต้องมีค่าตอบแทนในอัตราไม่น้อยกว่า 75%
- ต้องกำหนดมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงานของแรงงานไรเดอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดเพดานชั่วโมงการทำงาน และเวลาพักที่เหมาะสมตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ควบคู่กับการกำกับตรวจสอบระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม ไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติ เช่น การเลือกจ่ายงานอย่างไม่เป็นธรรม และป้องกันการจัดสรรงานที่บีบคั้นเวลา ทั้งนี้ บริษัทแพลตฟอร์มควรจัดให้มีประกันอุบัติเหตุสำหรับไรเดอร์ในรูปแบบที่สามารถเคลมได้โดยไม่มีเงื่อนไข กรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงาน เนื่องจากเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงบนท้องถนน
- สวัสดิการแรงงานและสิทธิในการรวมกลุ่มต่อรอง บริษัทแพลตฟอร์มต้องจัดสวัสดิการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการทำงานให้แก่คนทำงานไรเดอร์ เช่น อุปกรณ์ทำงาน กล่องอาหาร และ ยูนิฟอร์มของแต่ละแพลตฟอร์ม เพื่อความปลอดภัยและศักดิ์ศรีในการทำงาน ควบคู่กับการรับรองสิทธิของคนทำงานแพลตฟอร์มในการรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงานและการเจรจาต่อรองร่วม โดยไม่ถูกจำกัดด้วยรูปแบบการจ้างงานหรือสถานประกอบการ ทั้งนี้รัฐต้องรับรองและปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 อย่างแท้จริง
ปัญหาของ ร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ย้อนไปในช่วงที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาล ได้มีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. …. หรือที่รู้จักกันในชื่อ ร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระฯ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยกระทรวงแรงงานซึ่งในช่วงเวลานั้นมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมุ่งหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาสวัสดิภาพของไรเดอร์ได้
ในสายตาของไรเดอร์ ปัญหาหลักของ ร่าง พ.ร.บ.แรงงานอิสระฯ ฉบับนี้คือมาตราที่ 10 ซึ่งจัดไรเดอร์เข้าไปอยู่ในประเภทผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ โดยมีเนื้อความระบุว่า "ผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ ได้แก่ ผู้ประกอบอาชีพ ดังต่อไปนี้ (๑) รับจ้างหรือให้บริการขนส่งคนโดยสาร สิ่งของ หรืออาหาร ทำความสะอาด หรือบริการอื่น ๆ ซึ่งยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการตามที่ผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลกำหนดไว้โดยได้รับค่าตอบแทนผ่านผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล"
สำหรับกลุ่มผู้แทนไรเดอร์ อาทิ สถาบันแรงงานและเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ออกมาโต้ว่า ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ จะทำให้ไรเดอร์ไม่ได้รับสิทธิในการเป็นลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของข้อเรียกร้องของไรเดอร์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สถาบันฯ ชี้ว่า หาก ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ผ่าน และไรเดอร์กลายเป็นผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ พวกเขาจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน ไม่มีสิทธิในความปลอดภัยจากการทำงาน ไม่มีสิทธิเข้าระบบประกันสังคม มาตรา 33 ไม่มีสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ หรือสิทธิอื่น ๆ ที่แรงงานควรได้รับ
สถาบันฯ รวมถึงไรเดอร์ต่างออกมาเรียกร้องต่อกระทรวงแรงงานว่า ที่จริงแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสามารถใช้อำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อออกกฎกระทรวงมารับรองสถานะของคนทำงานแพลตฟอร์ม ซึ่งจะทำให้คนทำงานในแพลตฟอร์มได้รับการคุ้มครองเหมือนแรงงานในระบบอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านสิทธิพื้นฐานและความมั่นคงในการทำงาน แต่กระทรวงแรงงานกลับไม่ทำและเลือกพยายามจะผ่านกฎหมายฉบับใหม่ขึ้นมาแทน
หากไปดูที่หมวด 4 ผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระของ ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้ ตั้งแต่มาตรา 27 ไปจนถึง มาตรา 46 จะพบประเด็นสำคัญว่า แม้ร่าง พ.ร.บ.ฯ จะระบุถึงสิทธิและความคุ้มครองต่อผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระ อาทิ ความคุ้มครองเกี่ยวกับข้อตกลงและเงื่อนไขการให้บริการและค่าตอบแทนที่เป็นธรรม การเยียวยาจากกองทุนในกรณีผู้ประกอบธุรกิจไม่จ่ายค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนพิเศษภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือการจัดให้มีประกันภัยอุบัติเหตุในการประกอบอาชีพ แต่ทั้งหมดนี้ผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระจะได้รับก็ต่อเมื่อไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานของภาครัฐก่อน
นอกจากนี้ ในมาตราที่ 27 ของ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ฯ ยังระบุเพิ่มว่า สิทธิที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระจะได้รับยังขึ้นอยู่กับ "จำนวนเงินและทรัพย์สินของกองทุน โดยผู้ประกอบอาชีพกึ่งอิสระแต่ละรายอาจได้รับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันได้ขึ้นอยู่กับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องและจำนวนเงินสะสมที่ส่งเข้ากองทุน"
หากเปรียบเทียบกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานปี 2541 จะพบว่า มีการระบุนิยมของนายจ้าง-ลูกจ้าง ซึ่งผูกพันถึงสิทธิ ผลประโยชน์ที่พึงได้รับ และหน้าที่อย่างชัดเจน และเป็นไปโดยอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องไปลงทะเบียนเพิ่มเติม อาทิ ในหมวดที่ 2 ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตั้งแต่มาตราที่ 32-37 จะระบุอย่างชัดเจนว่าลูกจ้างมีสิทธิอะไรบ้าง เช่น มาตรา 34 ระบุว่า "ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน"
การคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ฯ ฉบับนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง และมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้วตั้งแต่ ต.ค. 2566 ทว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาแต่อย่างใด











