ค้นพบซากฟอสซิลวาฬโบราณ ที่อาจเป็นสัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกตัวใหม่

ที่มาของภาพ, ALBERTO GENNARI
นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าที่สัตว์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลกตัวใหม่ ที่อาจมีขนาดใหญ่และหนักยิ่งกว่าวาฬสีน้ำเงิน สัตว์ใหญ่ที่สุดในโลกในปัจจุบัน
สัตว์ตัวนี้ คือ วาฬโบราณที่มีลักษณะลำตัวยาว และสูญพันธุ์ไปแล้ว เบื้องต้น ประเมินว่ามันมีน้ำหนักมากเกือบ 200 ตันเลยทีเดียว
นักวิจัยชี้ว่า มีตัวอย่างวาฬสีน้ำเงินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเพียงไม่กี่ตัวในโลก ที่มีน้ำหนักเทียบเคียงได้กับวาฬโบราณตัวนี้
ซากดึกดำบรรพ์ หรือฟอสซิลของวาฬตัวนี้ ถูกขุดขึ้นจากทะเลทรายทางตอนใต้ของประเทศเปรู และถูกตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า “เปรูซีตัส โคลอสซัส” (Perucetus colossus) ซึ่งเป็นสปีชีส์ก่อนหน้าของวาฬโบราณที่ชื่อ “บาซิโลเซาริด” ที่ได้รับฉายาว่า “ราชาแห่งสัตว์เลื้อยคลาน”
เมื่อตรวจสอบตะกอนที่อยู่รอบซากดึกดำบรรพ์ บ่งชี้ว่า ซากของวาฬโบราณนี้มีอายุเมื่อ 39 ล้านปีที่แล้ว
“เราค้นพบฟอสซิลเมื่อ 13 ปีก่อน แต่ขนาดและรูปร่างของมัน ทำให้ต้องใช้เวลา 3 ปี เพื่อนำมันมายังกรุงลิมา เพื่อทำการศึกษา” ดร.อีไล แอมสัน หนึ่งในทีมงานที่ค้นพบซากดึกดำบรรพ์นี้ ซึ่งนำโดยนักบรรพชีวินวิทยา ดร.มาริโอ เออร์บินา

ที่มาของภาพ, GIOVANNI BIANUCCI
ทีมนักวิทยาศาสตร์เก็บกู้กระดูกของวาฬโบราณมาได้ 18 ชิ้น คือ กระดูกสันหลัง 13 ชิ้น ซี่โครง 4 ชิ้น และกระดูกสะโพก 1 ชิ้น แต่แม้เศษซากของมันจะมีไม่มาก และมีอายุเก่าแก่ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถถอดรหัส จนค้นพบขนาดใหญ่มโหฬารของวาฬตัวนี้ได้
หลักฐานดังกล่าวคือ กระดูกของมันมีความหนาแน่นมากและใหญ่กว่าปกติ แต่กลับมีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า ภาวะกระดูกพรุน เป็นการปรับตัวของวาฬเอง เพื่อให้ขนาดตัวที่ใหญ่มหาศาลของมัน สามารถควบคุมการลอยตัวในน้ำตื้นได้

ที่มาของภาพ, GIOVANNI BIANUCCI
คุณลักษณะพิเศษของกระดูกวาฬโบราณตัวนี้ จะคล้ายคลึงกับ พะยูนแมนนาที หรือวัวทะเล ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณชายหาดในบางพื้นที่ของโลก
เมื่อต้องเผชิญกับกระดูกของสปีชีส์สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว นักวิทยาศาสตร์จึงใช้การสร้างโมเดล เพื่อจำลองรูปลักษณ์ และขนาดของวาฬ โดยอาศัยการอ้างอิงทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกันตัวอื่น ๆ
ผลการตรวจสอบ ประเมินได้ว่า เปรูซีตัส มีขนาดยาว 17-20 เมตร ซึ่งไม่ถือว่ายาวมากนัก แต่ด้วยความหนาแน่นของกระดูก ทำให้กระดูกของมันมีน้ำหนัก 5.3-7.6 ตัน และเมื่อรวมกับน้ำหนักของอวัยวะต่าง ๆ กล้ามเนื้อ เปลวไขมันระหว่างผิวหนัง นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า มันมีน้ำหนักระหว่าง 85-320 ตัน

ที่มาของภาพ, R.SALAS-GISMONDI & N.VALENCIA
ดร.แอมสัน ซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสตุทการ์ตในเยอรมนี ชี้ว่าน้ำหนักเฉลี่ยของวาฬโบราณสายพันธุ์นี้ คือ 180 ตัน ซึ่งพิจารณาได้ว่า มีขนาดและน้ำหนักเทียบเท่ากับวาฬสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่สุด ที่เคยมีการบันทึกในยุคของการล่าวาฬเชิงพาณิชย์
“สิ่งที่เราอยากบอกคือ เปรูซีตัส เป็นสัตว์ในระดับเดียวกับวาฬสีน้ำเงิน” เขาบอกกับบีบีซี
“แต่ไม่มีเหตุผลที่จะมองว่า วาฬโบราณของเราตัวนี้เพียงตัวเดียว มีขนาดใหญ่หรือเล็ก (เทียบกับตัวอื่น)... แต่น่าคิดว่า เมื่อเราใช้น้ำหนักมัธยฐานของมัน (180 ตัน) วาฬโบราณตัวนี้ ก็อยู่ในขอบเขตน้ำหนักขั้นสูงที่วาฬสีน้ำเงินสามารถวัดได้แล้ว”

หนึ่งในวาฬที่ทีมนักวิทยาศาสตร์นำมาเทียบเคียงกับวาฬโบราณที่พบในเปรู คือ วาฬสีน้ำเงิน คล้ายกับตัวที่ผู้คนจะได้พบเห็นในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอน
โครงกระดูกวาฬสีน้ำเงินนี้ มีชื่อว่า โฮป ถือเป็นโครงกระดูกวาฬที่ทางพิพิธภัณฑ์ภาคภูมิใจ มันถูกแขวนอยู่กลางเพดานของพิพิธภัณฑ์ มาตั้งแต่ปี 2017
แต่ก่อนที่จะนำมาจัดแสดง โครงกระดูกนี้ถูกนำไปสแกน และลงรายละเอียดเชิงลึก ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก

ที่มาของภาพ, TRUSTEES OF THE NHM, LONDON
หากวาฬโบราณ เปรูซีตัส ยังมีชีวิตอยู่ มวลความหนาแน่นกระดูกของมัน จะมีมากกว่าวาฬโฮป 2-3 เท่า แม้ว่าวาฬสีน้ำเงินที่อยู่ใจกลางกรุงลอนดอน จะมีความยาวมากกว่า 5 เมตร
ริชาร์ด ซาบิน ภัณฑารักษ์ แผนกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงลอนดอน รู้สึกตื่นเต้นกับการค้นพบนี้ และหวังว่า จะได้นำบางส่วนของวาฬโบราณมาจัดแสดงในลอนดอน
“สิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ เปรูซีตัส คือ มันแสดงให้เห็นถึงน้ำหนักที่มหาศาลตั้งแต่ 30 กว่าล้านปีก่อน ทั้งที่เราคิดว่า ภาวะใหญ่ยักษ์ของวาฬเพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 4.5 ล้านปีก่อนนี้เอง”

ที่มาของภาพ, SILVERBACK FILMS/BBC











