เอเปค : กลุ่ม “ราษฎร” ประกาศเคลื่อนขบวนไปใกล้เวทีประชุม 18 พ.ย. พร้อมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นักกิจกรรมการเมืองและประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” นัดชุมนุมขับไล่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง 3 วันนี้หลังจากห่างหายไปหลายเดือน โดยหวังส่งสารไปถึงผู้นำระดับโลกที่เข้าร่วมการประชุมเอเปค
ตลอดสัปดาห์นี้ ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค)
วันที่ 16 พ.ย. เป็นการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมรัฐมนตรีเอเปคที่จะมีขึ้นในวันที่ 17 พ.ย. และการประชุมระดับผู้นำที่จะมาขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. ซึ่งผู้นำหลายชาติทยอยเดินทางมาถึงไทยแล้ว
ขณะที่เครือข่ายภาคประชาชนและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองภายใต้ชื่อกลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” ได้ประกาศเคลื่อนไหวคู่ขนานระหว่าง 16-18 พ.ย. โดยหนึ่งในข้อเรียกร้องคือให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยุติบทบาทในการเป็นประธานการประชุมเอเปคโดยทันที เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อประชาชนและประเทศชาติ
นอกจากนี้ยังออกแถลงการณ์เมื่อ 16 พ.ย. เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกประกาศห้ามชุมนุม และต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ภาคประชาชนแสดงออกในช่วงประชุมเอเปคอย่างมีศักดิ์ศรี ทั้งนี้นายสมบูรณ์ คำแหง ประธานกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) หนึ่งในภาคีเครือข่าย “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” กล่าวว่า การแสดงออกของภาคประชาชนและภาคประชาสังคมถือเป็นเรื่องสากลที่สามารถทำได้ การสั่งห้ามชุมนุมในหลายพื้นที่ของ กทม. สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดของเผด็จการที่ยังหลงเหลืออยู่ ต้องการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสร้างความชอบธรรมด้วยคำว่า “ต้องการเห็นการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่สงบเรียบร้อย”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ห้ามชุมนุม 20 สถานที่รอบกรุง
รัฐบาลประกาศห้ามชุมนุม 20 สถานที่รอบกรุงเทพฯ คือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และ 19 โรงแรมที่เป็นที่พำนักของผู้นำ/ผู้เข้าร่วมประชุม ในระหว่าง 14-19 พ.ย.
เมื่อ 11 พ.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่ตามนัยมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ระบุว่า โดยที่การชุมนุมสาธารณะต้องไม่กีดขวางทางเข้าออก หรือรบกวนการปฏิบัติงาน หรือการใช้บริการสถานที่ จึงสมควรกำหนดสถานที่จัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค และสถานที่พำนักของผู้แทนประเทศที่เข้าร่วมประชุม ตาม พ.ร.บ.เอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับองค์การระหว่างประเทศและการประชุมระหว่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ. 2561 เป็นสถานที่ตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขของกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ
อาศัยตามความในมาตรา 5 และมาตรา 8 (5) แห่ง พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ นายกรัฐมนตรีจึงออกประกาศให้สถานที่และถนนบริเวณอาณาโดยรอบตามแนวท้ายประกาศนี้ให้เป็นสถานที่ตามนัยมาตรา 8 (5) ตั้งแต่วันที่ 14-19 พ.ย. โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วางระเบียบหรือคำสั่งกำหนดหลักเกณฑ์และพื้นที่ถนน และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้เป็นไปตามประกาศนี้
สำหรับสถานที่แนบท้ายประกาศสำนักนายกฯ มี 20 สถานที่ ดังนี้
- สถานที่จัดการประชุมระหว่างประเทศภาครัฐ : ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
- สถานที่พำนักผู้แทนประเทศในการประชุม : โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ, โรงแรม อนันตรา สยาม, โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพ, โรงแรมโรสวูด กรุงเทพ, โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพ, โรงแรมดิ แอทธินี, โรงแรมคอนราด กรุงเทพ, โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพ, โรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพ, โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท, โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพ, โรงแรมโซ แบงคอก, โรงแรมวอลดอร์ฟแอสโทเรีย, โรงแรมเดอะเซนต์รีจิส, โรงแรมแบงคอก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ ปาร์ค, โรงแรมสุโขทัย กรุงเทพ ,โรงแรมบันยันทรี, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ และโรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
หากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำทั้งปรับ นอกจากนี้เจ้าพนักงานฯ อาจกำหนดเงื่อนไขหรือมีคำสั่งให้ถือปฏิบัติ หากฝ่าฝืนโทษ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตร. ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20,000 นาย เข้าดูแลความสงบเรียบร้อยรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เฉพาะที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีกำลังพลราว 3,000 นาย คอยดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารราว 2,000 นาย สนธิกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจในช่วงเอเปคด้วย
ปิดถนน 4 วัน
ภาพรวมด้านการจราจรในวันที่ 16 พ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษในพื้นที่ กทม. นนทบุรี และสมุทรปราการ อีกทั้งยังเป็นวันแรกที่ประกาศข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในเขต กทม. ว่าด้วยการจัดการจราจรการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ พบว่า ปริมาณรถน้อยเคลื่อนตัวได้อย่างคล่องตัว
ในระหว่างวันที่ 16-19 พ.ย. มีคำสั่งปิดการจราจรและขนส่งในหลายเส้นทาง ดังนี้
- ห้ามรถทุกชนิดเดินรถในถนนตลอด 24 ชม. - ถ.รัชดาภิเษก (ตั้งแต่แยกอโศกมนตรี ถึงแยกพระรามที่ 4) และ ถ.ดวงพิทักษ์ (ตลอดสาย)
- ห้ามรถทุกชนิดเดินรถในถนน เฉพาะเวลา 18.00–06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ในถนน 5 สาย - ถ.เพลินจิต (ขาเข้า), ถ.วิทยุ (ช่องทางหลัก ตั้งแต่แยกเพลินจิต– แยกสารสิน), ถ.ราชดำริ (ฝั่งขาเข้า ตั้งแต่แยกราชประสงค์–แยกราชดำริ), ซอยต้นสน ตลอดสาย และซอยร่วมฤดีตลอดสาย
- ให้เดินรถทางเดียวในถนน เฉพาะเวลา 18.00–06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ในถนน 3 สาย - ถ.ราชดำริ (ขาออก ตั้งแต่แยกราชดำริ–แยกราชประสงค์), ถ.วิทยุ (ขาออกช่องคู่ขนาน ตั้งแต่แยกสารสิน–แยกเพลินจิต) และ ถ.เพลินจิต (ฝั่งขวา ตั้งแต่แยกใต้ด่วนเพลินจิต–แยกราชประสงค์)
- ปิดให้บริการสถานีรถไฟฟ้า MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 16-19 พ.ย.

ที่มาของภาพ, กองบัญชาการตำรวจนครบาล
อย่างไรก็ตาม ในกรณีผู้พักอาศัยบริเวณถนนที่งดการใช้การจราจร ตร. เปิดให้ลงทะเบียนขอผ่านทางได้จนถึง 19 พ.ย. ซึ่งขณะนี้มีประชาชนกว่า 48,000 รายในพื้นที่ สน.ลุมพินี และ สน.ทองหล่อ ลงทะเบียนมาแล้ว
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ขนส่งพัสดุ ไปรษณีย์ อาหาร สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณจุดตรวจและแสดงเอกสารหลักฐานเพื่อขอเข้าพื้นที่ได้ตามแต่กรณี
กลุ่มไหน นัดต้านเอเปคบ้าง
ตลอดสัปดาห์นี้ มีเครือข่ายประชาชนและนักกิจกรรมทางการเมืองหลายภาคส่วนนัดจัดกิจกรรมเพื่อแสดงออกในเชิงคัดค้านการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคโดยรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ. ประยุทธ์
หนึ่งในพื้นที่หลักที่ใช้จัดการชุมนุมคือ ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม. เป็นผู้ออกมาเปิดเผยข้อมูลไว้เองว่ามี 3 กลุ่มที่ขออนุญาตจัดชุมนุม ได้แก่ กลุ่มของ “ไผ่ดาวดิน”, กลุ่มทะลุฟ้า และกลุ่มราษฎร
“ขอร้องว่าไม่ให้มีการเคลื่อนพล ให้อยู่ในพื้นที่ที่ที่กำหนดไว้ และประสานตำรวจให้มาดูแลด้วย” ผู้ว่าฯ ชัชชาติกล่าวเมื่อ 14 พ.ย.
16 พ.ย.
กลุ่ม “ทะลุฟ้า” โดยนายพีรพงศ์ เพิ่มพูล สมาชิกกลุ่ม ซึ่งหนึ่งในภาคีเครือข่าย “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” ยื่นเรื่องต่อสำนักงานเขตพระนคร เพื่อขออนุญาตจัดการชุมนุมที่ลานคนเมือง เป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่ 10.00 น. ของวันที่ 16 พ.ย. ถึง 23.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย. โดยแจ้งวัตถุประสงค์ว่า เป็นการจัดกิจกรรมปราศรัยเพื่อสื่อสารถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละภูมิภาค และสื่อสารถึงความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เบื้องต้นแจ้งว่าจะไม่มีการเคลื่อนขบวนออกนอกพื้นที่ และประมาณการณ์ยอดผู้เข้าร่วมชุมนุมไว้ที่ 500 คน
นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม “ราษฎร” นัดหมายร่วมชุมนุมที่ลานคนเมือง ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันที่ 16 พ.ย.
เช่นเดียวกับ “เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย” ที่ประกาศเข้ากิจกรรมด้วย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
17 พ.ย.
กลุ่ม “สหภาพคนทำงาน” นัดหมายรวมตัวกันที่แยกอโศก เวลา 12.00 น. ของวันที่ 17 พ.ย. ก่อนเดินขบวนไปยื่นหนังสือถึงผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมประชุมเอเปค ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายใต้กิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า “What happened in Thailand” หรือ “เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย”
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่มีผู้ชุมมุมราว 50 คน ไม่อาจเคลื่อนขบวนไปได้ เนื่องจากมีการปิดการจราจรบริเวณแยกอโศกมนตรี และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) ตรึงกำลังสกัดกั้นตลอดเส้นทางตั้งแต่ ถ.รัชดาภิเษก ไปจนถึง ถ.พระรามสี่ พร้อมนำเครื่องกีดขวางมาวาง ทั้งลวดหนามหีบเพลง แผงเหล็ก และแบริเออร์
เวลา 13.55 น. แกนนำได้ประกาศยุติการชุมนุม พร้อมฉีกหนังสือที่จะนำไปยื่นต่อผู้นำเอเปค และมีการสาดสีใส่ป้ายคัดค้านเอเปค จนสีกระเด็นไปโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วน และเกิดเหตุชุลมุนเล็กน้อย

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
18 พ.ย.
กลุ่มราษฎรระบุว่าจะเคลื่อนไหว แต่ยังไม่เปิดเผยรูปแบบ เส้นทาง และสถานที่จัดกิจกรรม
น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำกลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” กล่าวยอมรับว่า มีโอกาสเคลื่อนขบวนออกจากลานคนเมือง เพราะต้องการนำข้อเรียกร้องไปให้ใกล้เวทีการประชุมให้ได้มากที่สุด
“เตรียมกำลังพลไว้ให้พร้อม วันที่ 18 พ.ย. เราจะไปส่งเสียงให้ได้ใกล้ที่สุด วันที่ 18 พ.ย. จะเริ่มตั้งแต่เช้า” มายด์ระบุ
อย่างไรก็ตามในแฟนเพจราษฎรระบุว่า มายด์-ภัสราวดี นัดหมาย 18 พ.ย. เตรียมเดินเท้าไปยังศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
“ราษฎร” กลับมารอบใหม่ ด้วยข้อเรียกร้องอะไร
กลุ่มราษฎรหวนกลับมาจัดกิจกรรมขับไล่รัฐบาลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในรอบหลายเดือน หลังแกนนำไม่อาจเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ตามเงื่อนให้ประกันตัวของศาล
จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวรอบใหม่เกิดขึ้นเมื่อ 10 พ.ย. ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ถ.เพลินจิต โดยมีจัดเสวนาในหัวข้อ “เอเปค 2022 ฟอกเขียวกลุ่มทุนผูกขาด เอื้อรัฐแย่งยึดทรัพยากรประชาชน” พร้อมเปิดตัวกลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022”
ในวันนั้นมีการออกแถลงการณ์ 3 ข้อ สรุปเนื้อหาได้ ดังนี้
1. เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ยกเลิกนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG) รวมถึงระเบียบกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายนี้ที่พยายามนำเสนอให้ที่ประชุมเอเปครับรอง โดยให้เหตุผลว่า “เป็นแนวคิดที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนชั้นนำในประเทศ และสร้างผลกระทบมหาศาลให้กับประชาชนไทยและประชาคมโลกในอนาคต”
2. เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ยุติบทบาทในการเป็นประธานการประชุมเอเปคโดยทันที เพราะ “ไม่มีความชอบธรรมที่จะลงนามข้อตกลงร่วมกับผู้นำกลุ่มเอเปค” และ “เพื่อหยุดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อประชาชน และต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ”
3. เรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ยุบสภา และเปิดทางให้มีการเลือกตั้ง พร้อมกับจัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
สำหรับข้อเรียกร้องให้ พล.อ. ประยุทธ์ยุบสภา และจัดให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นในระหว่างการชุมนุมของขบวนการนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” เมื่อปี 2563-2564 ทว่าในแถลงการณ์ฉบับ 10 พ.ย. ไม่ได้ระบุถึงข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างตัวแทนกลุ่มราษฎรเข้าเข้ายื่นหนังสือเปิดผนึกถึงสถานเอกอัครราชทูต 5 ประเทศ ประกอบด้วย แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ เมื่อ 15 พ.ย. เพื่อรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยให้รับทราบ ตัวแทนกลุ่มราษฎรได้อ่านแถลงการณ์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่หน้าสถานทูตสหรัฐฯ ถ.วิทยุ ระบุถึงความไม่ชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังการเลือกตั้งปี 2562 ของ พล.อ. ประยุทธ์ อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร พร้อมเรียกร้อง 3 ข้อคือ 1. พล.อ. ประยุทธ์และองคาพยพต้องลาออก 2. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. ปฏิรูปสถาบันฯ
กลุ่ม “ราษฎรหยุดเอเปค 2022” ประกอบด้วยภาคีหลายภาคส่วนราว 70 องค์กร ทั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG), โดมปฏิวัติ, วีโว่ (We Volunteer), นักเรียนเลว, ทะลุแก๊ส, ทะลุวัง, กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย, Supporter Thailand (SPT), กลุ่มคณะราษฎรยกเลิก 112 (ครย.112) และคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.)
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชนร่วมด้วย อาทิ คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.), ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ), เครือข่ายสมัชชาคนจน, เครือข่ายแร่, เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน, เครือข่ายโขงชีมูน และเครือข่ายสลัมสี่ภาค
รัฐพูดถึงผู้ชุมนุมว่าอย่างไร
ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปค นายกฯ ประยุทธ์ได้ขอร้องประชาชนอย่าทำให้เกิดปัญหา
ทันทีที่กลับจากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ประเทศกัมพูชา เมื่อ 13 พ.ย. พล.อ. ประยุทธ์บอกว่า “เหมือนเราไปดูงานก่อนจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเอเปค” พร้อมยอมรับว่าเป็นห่วงและกังวลในประเทศด้วย แต่ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ทั้งฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่
“สิ่งสำคัญที่สุดประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดปัญหาอะไร เวลานี้ไม่เหมาะสมที่จะทำให้เกิดปัญหาในช่วงนี้เด็ดขาด ขอร้องกัน ขอร้องว่าให้ทำวันนี้แก้ไขวันนี้เพื่อเดินไปสู่อนาคต ซึ่งใครจะอยู่ในวันนั้น หรืออะไรจะเกิดขึ้น คนที่จะได้รับประโยชน์คือประชาชนในวันข้างหน้า” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว และยังฝากประชาชนให้ ร่วมกัน “เป็นเจ้าบ้านที่ดี ทำบ้านเราให้สะอาด”

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อ 15 พ.ย. ถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมกลุ่มต่าง ๆ โดยบอกว่า หวังว่าจะไม่เป็นอย่างนั้น และสิ่งที่เห็นจากการประชุมอาเซียน ที่กรุงพนมเปญ ถือเป็นตัวอย่างที่ดี อยากเห็นเกิดในบ้านเรา
เมื่อถามว่า จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนการประชุมผู้นำอาเซียน ที่เมืองพัทยา เมื่อปี 2552 หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า คนละยุคแล้ว ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าเป็นอีกครั้ง คนไทยและประเทศไทยต้องพิจารณาตัวเองใหม่
พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอความร่วมมือกลุ่มต่าง ๆ ว่าการจะออกมาแสดงความคิดเห็นอะไรก็ตาม แม้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน แต่ขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย เนื่องจากการประชุมเอเปคเป็นการประชุมระดับประเทศ จึงอยากขอให้ทุกคนช่วยกันไม่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น อย่างไรก็ตามหากเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพ
ผบ.ตร. ย้ำว่า พื้นที่โดยรอบศูนย์ประชุมฯ ถือเป็นพื้นที่ปิด ไม่อนุญาตให้มีกลุ่มใดเข้ามาชุมนุม แต่ชุมนุมในพื้นที่ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดเตรียมไว้ได้คือที่ลานคนเมือง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix











