แพทองธาร เผยทักษิณยังอ่อนเพลีย-มีภาวะเครียด ยังไม่ยื่นขออภัยโทษ

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร เปิดเผยอาการของบิดาภายหลังเข้าเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจ ครั้งที่ 2 ว่านายทักษิณ ยังมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย และมีภาวะเครียด พร้อมเปิดเผยการทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานอภัยโทษว่า ไม่มีข้อติดขัดใด แต่นายทักษิณยังพิจารณาเงื่อนเวลาการยื่นขอ
หนึ่งสัปดาห์หลังจากนายทักษิณเดินทางกลับไทยในรอบ 15 ปี และเข้ารับโทษจำคุกก่อนถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจ นี่เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวชินวัตร เปิดเผยถึงข้อมูลสุขภาพของนายทักษิณ
อดีตนายกรัฐมนตรีพลัดถิ่น ถูกส่งตัวจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ไปยังโรงพยาบาลตำรวจ ในช่วงกลางดึกของวันที่ 23 ส.ค. ด้วยอาการแน่นหน้าอก ความดันโลหิตสูง ระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่ำ ระหว่างถูกคัมขังในแดน 7 ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นแดนพยาบาลที่นายทักษิณเข้าสู่กระบวนการกักตัว
น.ส.แพทองธาร เปิดเผยหลังจากเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา โรงพยาบาลตำรวจเป็นครั้งที่ 2 ในวันนี้ (29 ส.ค.) ว่า นายทักษิณยังคงมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อย แต่ยังพูดคุยได้ และมีภาวะเครียด ซึ่งคาดว่าเกิดจากการเปลี่ยนที่อยู่เมื่อต้องเข้าไปในเรือนจำ
น.ส. แพทองธาร กล่าวด้วยว่า อาการทางปอดที่มีภาวะพังผืดเป็นผลมาจากการติดเชื้อโควิด เมื่อปี 2563 นายทักษิณได้เข้ารับการรักษาในห้องดูแลผู้ป่วยพิเศษหรือไอซียู เป็นเวลา 9 วัน รวมเวลาอยู่โรงพยาบาล 1 เดือน และน้ำหนักลดลงไป 10 กิโลกรัม แม้จะพยายามฟื้นร่างกาย แต่ด้วยความเจ็บป่วยเรื้อรังประกอบกับเป็นคนสูงอายุและมีความเครียด จึงทำให้ยังคงมีภาวะอ่อนเพลียดังกล่าว
"คุณพ่อดีใจที่ได้เจออิ๊ง คุณพ่อมีความเครียดและเหนื่อย แต่คุณพ่อก็ยังสู้ อิ๊งว่าท่านมีความเปลี่ยนแปลงเยอะ ไม่ต้องคนอายุ 74 ใครก็ตามที่ต้องเจอสถานการณ์ที่ต้องเปลี่ยนที่ ไม่ต้องเป็นราชทัณฑ์ ไม่ต้องโรงพยาบาลก็ได้ อาจเปลี่ยนไปเรียนเมืองนอก แต่การเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความรู้สึกกับทุก ๆ คน คุณพ่อก็เช่นกัน" น.ส.แพทองธาร กล่าว

ที่มาของภาพ, thai news pix
ช่วงหนึ่ง น.ส.แพทองธารบอกว่า เธอทราบข่าวว่า นายทักษิณถูกย้ายตัวมาที่โรงพยาบาลตำรวจพร้อมกับสื่อมวลชน
ในการให้สัมภาษณ์ น.ส.แพทองธาร เปิดเผยว่าห้องพักที่นายทักษิณรักษาตัวเป็นห้องที่อยู่ฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ "เป็นห้องปกติและมีแอร์แล้ว" พร้อมยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้ขอย้ายตัวนายทักษิณไปที่โรงพยาบาลเอกชน
ส่วนระยะเวลาในการรักษาตัว น.ส.แพทองธาร ระบุว่าได้สอบถามแต่ยังไม่ได้รับคำตอบ และบอกว่ามีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์ด้วยที่หากเกิดเหตุด่วนขึ้นมาก็จำเป็น โดยส่วนตัวเป็นห่วงอาการทางหัวใจ เพราะอาการทางปอดเป็นอาการพื้นฐาน แต่สำหรับข้อมูลทางการแพทย์ ขอให้สอบถามทางแพทย์ที่จะสามารถอธิบายรายละเอียดได้
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ น.ส. แพทองธารกล่าวว่า เป็นดุลพินิจของนายทักษิณว่าจะยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเมื่อใด
"อันนี้ให้เป็นดุลพินิจของพ่อ คุณพ่อจะจัดทำเมื่อไหร่ยังไงให้คุณพ่อเป็นคนทำเอง" น.ส.แพทองธารกล่าว พร้อมบอกว่า "ไม่มีติดขัดอะไร แต่ว่าในเรื่องของเวลาการร่างจดหมายเป็นเรื่องของคุณพ่อ ที่เขาจะเลือกเวลาให้เสร็จตามกระบวนการ คุณพ่อเป็นทำคนเดียว อิ๊งไม่ได้เห็นจดหมาย"

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX
ย้อนขั้นตอนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ
ก่อนหน้านี้ กรมราชทัณฑ์ระบุว่า การยื่นขอพระราชทานอภัยโทษส่วนบุคคล สามารถทำได้ตั้งแต่วันแรกที่ถูกจำคุกในเรือนจำ
"เราพร้อมที่จะรับถ้าทางผู้เกี่ยวข้องมายื่นเอกสาร" นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวเมื่อวันที่ 22 ส.ค.
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงระยะเวลาของกระบวนการนี้ว่า โดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 เดือน จนเรื่องถึงสำนักองคมนตรี
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจะเป็นเท่าใด ขึ้นอยู่กับแต่ละขั้นตอน แต่ส่วนใหญ่แล้วจะช้าในขั้นการรวบรวมเอกสาร เมื่อยื่นมาแล้วเอกสารไม่ครบ เพราะต้องมีเอกสารประกอบเป็นจำนวนมาก
"1-2 เดือนหมายถึงเรื่องออกจากนายกรัฐมนตรี ไปถึงสำนักองคมนตรีเรียบร้อย ส่วนขั้นตอนกระบวนการวินิจฉัยข้างบนก็เป็นเรื่องที่แล้วแต่พระราชอำนาจ ไม่มีเงื่อนกำหนดเวลา" นายสิทธิ กล่าว

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
ในวันที่นายทักษิณเข้าสู่เรือนจำ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นอีกคนหนึ่งที่กล่าวถึงการขอพระราชทานอภัยโทษ
เขาระบุว่า เป็นเรื่องที่ผู้ต้องโทษต้องยื่นต่อพัศดีเรือนจำ ยื่นวันไหนเมื่อไหร่แล้วแต่สะดวก ยื่นเสร็จก็จะส่งไปราชทัณฑ์ ก่อนที่จะส่ง ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจากนั้นจึงส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นก็กราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"สุดแต่จะมีบรมราชวินิจฉัยช้าเร็วนาน ยังไงก็เป็นไปตามพระบรมราชวินิจฉัย" นายวิษณุกล่าว "ยื่นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ฎีกาจะกลับลงมาเมื่อใดแล้วแต่พระบรมราชวินิจฉัย"
นายวิษณุ ยังปฏิเสธถึงการอำนวยความสะดวกต่อนายทักษิณเกี่ยวกับการขอพระราชทานอภัยโทษ
"นักโทษที่ยื่นตั้งแต่วันแรกมีเยอะแยะไป เพียงแต่ว่าคุณยื่นเร็วไปหน่อยมันก็จะเกิดความเสี่ยงว่า คุณจะอ้างคุณงามความดีผลงานอะไร โดยมากเขาจะอ้างว่ามารับโทษอยู่แล้วระยะหนึ่ง และเป็นนักโทษชั้นดี ชั้นเยี่ยม คือมีเรื่องให้พรรณนา ถ้าหากว่าเร็วไปอาจจะยังไม่มีเรื่องให้พรรณนา หรือมีผมก็ไม่รู้" นายวิษณุกล่าว











