สภาตีตกร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ก้าวไกล ฉบับขึ้นค่าแรงทุกปี-ลดชั่วโมงทำงาน

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 252 ต่อ 149 "ไม่เห็นชอบ" ต่อหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน ที่เสนอโดยนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ซึ่งมีสาระสำคัญ เรื่องการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำทุกปี ลดชั่วโมงการทำงานเหลือ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม

ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน วันนี้ (6 มี.ค.) เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายที่เสนอเข้าสู่สภาทั้งสิ้น 3 ฉบับ โดยอีก 2 ฉบับเสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ซึ่งเสนอเรื่องสิทธิลาคลอด 180 วัน และฉบับที่เสนอโดยนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติรับหลักการทั้ง 2 ฉบับ

ภายหลังการอภิปรายเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. สส.ภูมิใจไทย ได้เสนอให้การลงมติเป็นการแยกลงมติเป็นรายฉบับ ขณะที่ น.ส.วรรณวิภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. เสนอให้มีการลงมติพร้อมกันทั้ง 3 ฉบับในคราวเดียวกัน ทำให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้สภาลงมติว่าจะลงมติแบบใด มติที่ประชุมออกมาว่า ให้การลงมติเป็นการลงมติแบบแยกรายฉบับ

ในการอภิปรายจนถึงช่วงค่ำที่ผ่านมา สส.ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะ สส.ภูมิใจไทย ต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่ตามมาต่อนายจ้าง สส.บางคนบอกว่า หากวันหยุดมากเกินไปจะกระทบต่อต้นทุนของผู้ประกอบการ

เดิมที ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่ถูกบรรจุเข้าระเบียบวาระของการประชุม เป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และคณะ เพียงฉบับเดียว แต่มีร่าง พ.ร.บ. ที่ถูกเสนอเข้ามาบรรจุในวาระการประชุมพร้อมกันอีก 2 ฉบับ ดังกล่าว

ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่เสนอโดย นายเซีย จำปาทอง มีสาระสำคัญเรื่อง การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี ตามตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจ การลดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10 วันต่อปีสะสมได้ การขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม ให้เข้ามาอยู่ภายใต้เงื่อนไขการจ้างงานของกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

ส่วนร่างกฎหมายอีกฉบับ ซึ่งนับเป็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการเงินฉบับแรกที่เข้าสภา เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขเกี่ยวกับสิทธิลาคลอด เพิ่มจาก 98 วันในกฎหมายปัจจุบัน เป็น 180 วัน

หลังจากมติที่ประชุมสภา มีมติรับหลักการร่างกฎหมาย 2 ฉบับ สภาได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประกอบด้วยกรรมาธิการ จำนวน 36 คน โดยใช้ร่างกฎหมายของพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลักในการพิจารณา

เซีย จำปาทอง ชี้ กฎหมายนี้จะทำให้ “ไม่มีใครทำงานหนัก แต่จนลง”

นายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมาย นำเสนอสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. โดยบอกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายเปลี่ยนชีวิตคนทำงาน คือ ทำงาน พักผ่อน ใช้ชีวิต เพื่อให้คุณภาพชีวิตของคนทำงานดีขึ้น

นายเซีย กล่าวถึง การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมาว่า ค่าจ้างที่ขึ้นสูงสุดยังอยู่ที่กว่า 300 กว่าบาท แม้ล่าสุดคณะกรรมการค่าจ้างปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีก 10 จังหวัด แต่ก็ยังไม่ถึงวันละ 400 บาท หากปรับในอัตราเท่านี้ ต้องมีการปรับค่าจ้างอีกถึง 24 ครั้ง ค่าจ้างจึงจะถึงอัตรา 600 บาทต่อวันภายในปี 2570 ตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทย (พท.) เคยประกาศตอนหาเสียง ซึ่งหมายความว่าต้องปรับค่าจ้างปีละ 8 ครั้ง

สส.ก้าวไกล จากสัดส่วนแรงงาน ชี้ว่า ด้วยอัตราค่าจ้างปัจจุบันไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ทำให้แรงงานต้องทำงานอย่างหนัก ปัจจุบันหากสถานประกอบการใดที่แรงงานทำงานอยู่ไม่มีงานล่วงเวลา แรงงานจะลาออกเพื่อไปหางานใหม่ที่มีโอที เพราะค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในแต่ละวัน นอกจากนี้ ข้อมูลจากบริษัทให้คำปรึกษาด้านสภาวะการทำงาน ยังชี้ด้วยว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองรั้งท้ายอันดับโลก ด้านสมดุลการใช้ชีวิต

"นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ชี้ให้เห็นว่า แรงงานต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น" นายเซีย กล่าว "ต่อไปนี้จะต้องไม่มีใครทำงานหนัก แต่ตัวเองจนลง"

.

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา

ทั้งนี้ นายเซียได้อภิปรายสนับสนุนหลักการต่อการแก้ไขการคุ้มครองสิทธิแรงงานตามสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังนี้

  • ปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นทุกปี

ต้องเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างที่ไม่น้อยว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ โดยอ้างอิงตัวเลขจากสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือกระทรวงพาณิชย์

"ถ้าเราทำงานเท่าเดิม เราต้องไม่จนลง ข้าวผัดกระเพรา เพิ่มขึ้น 5 บาท ค่าแรงขั้นต่ำก็ต้องเพิ่ม 5 บาทด้วย" นายเซีย กล่าว พร้อมบอกว่า สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก การปรับค่าจ้างในลักษณะนี้จะสามารถคาดการณ์ต้นทุนได้มากกว่ากว่าเดิม โดยจะเป็นการปรับแบบมีช่วงเวลาที่ชัดเจน ไม่ได้ปรับแบบ "กระชาก" และมาตรการการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่าง ๆ หากก้าวไกลได้เป็นรัฐบาลชุดถัดไปจะไม่ทิ้งผู้ประกอบการอยู่แล้ว

  • ขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม

แรงงานจำนวนหนึ่ง ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการคุ้มครอง ลูกจ้างทำงานแพลตฟอร์ม ไรเดอร์ แม่บ้าน คนทำงานอิสระหรือฟรีแลนซ์ นักออกแบบ นักเขียน และศิลปินต่าง ๆ เหล่านี้ ปัจจุบันไม่สามารถเข้าถึงสิทธิการจ้างงานที่เป็นธรรม รวมทั้งสิทธิประกันสังคมตามมาตรา 33 ที่นายจ้างและรัฐสมทบ และมาตรา 39 ที่ผู้ประกันตนสมทบด้วยตนเอง

"ทุกวันนี้ พี่น้องไรเดอร์ ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในกองทุนเงินทดแทนได้เลย กองทุนนี้ดูแลลูกจ้างเพื่อคุ้มครองการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน แต่ร่าง พ.ร.บ. นี้ จะขยายการคุ้มครองแรงงานด้วย"

  • ปรับเปลี่ยนการจ้างงานจากรายวันเป็นรายเดือนทั้งหมด

ร่างกฎหมายได้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสถานประกอบการที่มีการจ้างงานรายวันและรายเดือน นายจ้างจะต้องจ้างเป็นรายเดือนทั้งหมดโดยไม่เลือกปฏิบัติ ยกเว้นการจ้างงานที่มีความเฉพาะ แต่ต้องให้ได้รับสวัสดิการเท่ากับพนักงานในระบบอื่นของนายจ้าง

"ปัจจุบันสถานประกอบการหลายแห่ง มีลูกจ้างสองประเภท แม้ทำงานเหมือนกัน แต่การจ่ายค่าจ้างและสวัสดิการแตกต่างกัน การจ้างงานแบบรายเดือน ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะยืนยันสิทธิวันหยุดต่าง ๆ ของแรงงาน และทำให้แรงงานมีรายได้ที่แน่นอน"

  • กำหนดเวลาทำงานของลูกจ้าง สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 40 ชั่วโมง เว้นแต่งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สัปดาห์หนึ่งต้องไม่เกิน 35 ชั่วโมง
  • ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างมีวันหยุดประจำสัปดาห์ สัปดาห์หนึ่งไม่น้อยกว่า 2 วัน โดยวันหยุดประจำสัปดาห์ต้องมีระยะห่างกันไม่เกิน 5 วัน
  • เพิ่มสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นอย่างน้อย 10 วันต่อปี จากเดิมที่มี 6 วัน และให้สะสมข้ามปีได้
  • ให้ลูกจ้างมีสิทธิลาไปดูแลบุคคลในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดที่พำนักเป็นผู้ป่วยในหรือเป็นผู้ที่มีความต้องการการดูทั้งร่างกายและจิตใจ ได้เป็นเวลา 15 วันทำงาน
  • ให้นายจ้างจัดสถานที่และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้ลูกจ้างสามารถให้นมบุตรหรือบีบเก็บน้ำนมในที่ทำงาน ไม่น้อยกว่า 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 30 นาที ในช่วงเวลา 8 ชั่วโมงของการทำงาน ตลอดระยะเวลาอย่างน้อย 1 ปี หลังคลอด
  • กำหนดให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเท่าเทียม โดยไม่เลือกปฏิบัติ
.

ที่มาของภาพ, Getty Images

เพิ่มสิทธิลาคลอดเป็น 180 วัน

น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงานอีกฉบับ โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขเกี่ยวกับสิทธิลาคลอดเพิ่มจาก 98 วัน จากกฎหมายปัจจุบัน เป็น 180 วัน และการกำหนดให้กฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงาน บังคับใช้กับราชการส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ

เหตุที่ต้องมีการแก้ไขให้กฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานกับหน่วยงานราชการด้วยนั้น สส.หญิง ก้าวไกล จากปีกแรงงานรายนี้ กล่าวว่า เนื่องจากภาครัฐมีการแบ่งลูกจ้างออกเป็นหลายประเภท เช่น พนักงานราชการ พนักงานจ้างเหมา ลูกจ้างของส่วนราชการ ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิรูประบบราชการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2541 และปี 2548 ที่เปลี่ยนให้การจ้างงานเพื่อดำเนินงานราชการไม่ถือเป็นลูกจ้าง

วิธีการเช่นนี้ไม่ได้เป็นการลดงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลดสิทธิประโยชน์ของพนักงานด้วย ร่าง พ.ร.บ. จึงแก้ไขให้พนักงานจ้างในส่วนนี้ ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานตามกฎหมายฉบับนี้ เพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

"คนกลุ่มนี้ไม่มีความมั่นคง ไม่อยู่ในสิทธิประโยชน์ใด ๆ เพราะไม่ได้มีสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง" น.ส.วรรณวิภา กล่าว

โทรทัศน์รัฐสภา

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา

เนื้อหาการแก้ไขส่วนที่สองในร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่เสนอโดย สส.วรรณวิภา ได้แก้ไขเพิ่มสิทธิลาคลอดจากเดิม 98 วัน เป็น 180 วัน และมอบสิทธิให้ชายผู้เป็นสามี มีสิทธิลาคลอดได้ 90 วัน

น.ส.วรรณวิภา กล่าวว่า วิวัฒนาการการปรับสิทธิลาคลอดครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2536 ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ซึ่งปรับขึ้นหลังจากกลุ่มแรงงานออกมาประท้วงหน้าทำเนียบ และหลังจากนั้นกว่าที่จะมีการแก้ไขเกิดขึ้นก็เป็นปี 2562 โดยปรับจาก 90 วัน เป็น 98 วัน แต่ประสบปัญหาว่า สิทธิลาหยุด 8 วัน ไม่มีผู้จ่ายค่าจ้าง

สส.ก้าวไกล กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องยื่นแก้ไขเป็น 180 วัน เพราะองค์การอนามัยโลกและองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ระบุว่า ทารกควรได้รับนมแม่เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ร่างกายและสมองเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ มีภูมิต้านทาน และลดโอกาสการเจ็บป่วยในเด็ก จึงเป็นที่มาว่า การลาคลอดควรเป็นระยะเวลา 180 วัน หรือ 6 เดือน

อย่างไรก็ตาม สส.วรรณวิภา กล่าวต่อว่า แต่ทุกครั้งที่กลุ่มแรงงานเรียกร้องการเพิ่มสิทธิประโยชน์ของกลุ่มคนทำงานเพิ่มขึ้นเมื่อใด มักจะมีนายจ้างออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย เช่น จะทำให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิต หรือแห่กันลาคลอด แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนทั่วไปมีลูกไม่เกิน 1-2 คน และส่วนใหญ่ ไม่ได้อยากมีลูกด้วยซ้ำ

"การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีลูก ไม่ใช่แค่เพิ่มวันลาคลอด แล้วจะแห่กันลา แห่กันมีลูก" วรรณวิภากล่าว "การเพิ่มวันลาคลอด ไม่ได้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจมีลูก เป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น

หนุนเพิ่มสิทธิให้แรงงานสร้างสรรค์-แรงงานภาคบริการ

นายอภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยนายเซีย โดยบอกว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานสร้างสรรค์ราว 4.9 แสนคน และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจำนวนแรงงานภาพรวมลดน้อยลง แต่นี่เป็นทิศทางที่สำคัญ ว่าวิธีการคิดในการจัดการกับแรงงานต้องเปลี่ยนแปลงใหม่

การเสนอให้เปลี่ยนนิยามลูกจ้างครอบคลุมทุกรุปแบบ ทั้งการจ้างแบบฟรีแลนซ์ แรงงานอิสระ หรือจ้างตัวเองในการทำงานตามมาตรา 4 ของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จึงเป็นการทำให้กลุ่มแรงงานกลุ่มนี้ได้รับผลประโยชน์และได้รับการคุ้มครองในระหว่างที่ป่วย ตกงาน และหมดอายุการทำงานได้

"มันเป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมการในการตอบโจทย์การทำงานในยุคปัจจุบันมากขึ้น"

ด้านนายยอดชาย พึ่งพร สส.ชลบุรี พรรค ก.ก. อภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงานเช่นกัน โดยบอกว่า ร่างกฎหมายจะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานภาคบริการเป็นอย่างยิ่งสำหรับเมืองที่พึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างพัทยา หรือภูเก็ต ซึ่งมีแรงงานหลั่งไหลเข้ามาทำงานเป็นจำนวนมาก

สส.ชลบุรี กล่าวว่า อาชีพสาวบาร์ เซ็กส์เวิร์กเกอร์ เป็นอาชีพที่มีอยู่จริง เป็นอาชีพที่สร้างเศรษฐกิจ ทำเงินให้กับประเทศ และหล่อเลี้ยงครอบครัวของแรงงานได้ แต่ทว่าแรงงานบริการเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระบบ ซึ่งไม่ใช่แต่เพียงอาชีพพนักงานบาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแรงงานในสถานบันเทิงอื่น เช่น พนักงานเสิร์ฟ ที่รายละเอียดไม่ได้ต่างกัน

"แรงงานภาคบริการเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระบบ มีค่าแรงเดือนละ 6,000-9,000 บาท ทั้งที่แรงงานขั้นต่ำของจังหวัดชลบุรี อยู่ที่วันละ 361 บาท และเชื่อไหมครับว่า พวกเขาเหล่านั้น มีวันหยุดแค่ 2 วันต่อเดือน และในแต่ละวันเขาต้องทำงานมากกว่าวันละ 8 ชั่วโมง และอย่าไปนึกถึงวันหยุกนักขัตฤกษ์ วันหยุดประจำปี ลากิจไม่มีครับ"

สส.ภูมิใจไทย ชี้วันหยุดมากเกินไป กระทบต้นทุนนายจ้าง

การอภิปรายของ สส.ฝ่ายรัฐบาล หลายคน ต่างแสดงความกังวลถึงผลกระทบที่ตามมาต่อนายจ้าง หากรับหลักการร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยนายเซีย จำปาทอง

นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ชี้ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงาน ฉบับของพรรคก้าวไกล จะทำให้เหลือวันทำงานลดลงไปกว่า 32% จากเดิม 289 วัน เป็นเหลือเพียง 218 วัน

เขาชี้ว่า จำนวนวันทำงานที่ลดลงนี้ จะส่งผลกระทบในหลายด้าน โดยเฉพาะต้นทุนของนายจ้างที่ต้องจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตได้เท่าเดิม เพราะต้องจ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นสำหรับลูกจ้างรายเดือน และลูกจ้างรายวัน

สส.เลย จาก ภท. อ้างอิงผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ระบุว่า ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น 1 บาท ส่งผลต่อการลดลงของการลงทุนจากต่างประเทศกว่า 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตรงกันข้ามกับผลิตภาพของแรงงานไทยที่มีแนวโน้มว่า ผลิตภาพจะต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียนและค่าเฉลี่ยของอาเซียน

"หากผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ผลิตภาพของแรงงานในประเทศไทยจะยิ่งต่ำลงไปอีก แล้วแบบนี้จะดึงดูดนักลงทุนได้อย่างไร"

ส่วน นายธนา กิจไพบูลย์ชัย สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ควรที่จะเน้นการสร้างงานที่มีคุณภาพและยกระดับฝีมือแรงงานมากกว่า เพราะ "การมีวันหยุดมากเกินไปกระทบต้นทุนถึง 20% เจ้าของธุรกิจอาจล้มละลายจากต้นทุนที่สูงขึ้น"

โทรทัศน์รัฐสภา

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา

เปรียบเทียบร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิแรงงาน 3 ฉบับที่เข้าสภา

  • ฉบับที่เสนอโดยนายเซีย จำปาทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี ตามตัวเลขชี้วัดทางเศรษฐกิจ การลดชั่วโมงการทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดพักผ่อนประจำปี 10 วันต่อปีสะสมได้ การขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม

  • ฉบับที่เสนอโดย น.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

เพิ่มสิทธิลาคลอด เป็น 180 วัน จากกฎหมายปัจจุบัน 98 วัน และบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองสิทธิแรงงานให้ครอบคลุมไปยังลูกจ้าง พนักงานของหน่วยงานภาครัฐ

  • ฉบับที่เสนอโดย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

แก้ไขเพิ่มเติมให้บุคคลที่ทำงานกับส่วนราชการให้ได้รับสิทธิประโยชน์ไม่น้อยกว่าที่กฎหมายแรงงานฉบับนี้กำหนด

คดีข้อพิพาทระหว่างลูกจ้างกับส่วนราชการ ให้เป็นอำนาจการพิจารณาของศาลแรงงาน

สิทธิวันลาคลอด ไม่น้อยกว่าจำนวนที่ประกาศในพระราชกฤษฎีกา เพื่อเป็นการเปิดช่องให้สามารถปรับเพิ่มได้ในอนาคต โดยไม่ต้องแก้ไข พ.ร.บ.

ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างที่ตั้งครรภ์เพิ่มเป็น 49 วัน หรือตามจำนวนที่พระราชกฤษฎีกากำหนด (กฎหมายปัจจุบันนายจ้างจ่าย 45 วัน ประกันสังคมจ่าย 45 วัน)

เพิ่มสิทธิให้ลูกจ้างเพศชายลาหยุดเพื่อช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ ตามที่กำหนดในสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง