เปิดชื่อแคนดิเดต ที่อาจได้ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนต่อไปของอิหร่าน

.

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, บีบีซี มอนิเตอร์ริง
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่ทำเนียบผู้นำในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.

ชายผู้ล่วงลับในวัย 86 ปีผู้นี้ ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านมาตั้งแต่ปี 1989 โดยเขาเข้ามาแทนที่ อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม

ก่อนหน้านั้น คาเมเนอีเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัย ตั้งแต่ปี 1981 ถึง 1989

หลังจากการเสียชีวิตของเขา รัฐบาลประกาศอิหร่านไว้ทุกข์ทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน และให้เป็นวันหยุดราชการ 7 วัน เนื่องจากประเทศยังคงอยู่ในภาวะสงครามกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

เหตุการณ์เหล่านี้ได้จุดประกายการถกเถียงเรื่องการสืบทอดตำแหน่งในสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้อีกครั้ง ไม่เพียงแต่หลังจากการเสียชีวิตของคาเมเนอีเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นท่ามกลางภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดที่สถาบันการปกครองเผชิญมาตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งนั่นรวมถึงการประท้วงเมื่อเดือน ม.ค. ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และความหวาดกลัวที่เพิ่มสูงขึ้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ

รัฐธรรมนูญอิหร่านกล่าวถึงเรื่องการสืบทอดตำแหน่งไว้อย่างไร ?

ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญของอิหร่าน ผู้นำคนต่อไปจะได้รับการเลือกโดยสภาผู้เชี่ยวชาญ (Assembly of Experts) ซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบด้วยนักบวชอาวุโส 88 คน ที่ได้รับจากการเลือกตั้งระดับชาติทุก ๆ 8 ปี ทั้งนี้ ผู้สมัครทุกคนที่จะเข้าเป็นสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญจะถูกตรวจสอบคุณสมบัติโดยสภาผู้พิทักษ์ (Guardian Council) ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบที่มีจุดยืนสุดโต่ง

กลุ่มผู้ภักดีต่อคาเมเนอีได้รับชัยชนะในทุกที่นั่งในการเลือกตั้งปี 2024 ในขณะที่ 4 ที่นั่งที่ว่างลงเนื่องจากการเสียชีวิตของสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรวมถึง เอบราฮิม ไรซี ด้วย จะได้รับการเติมเต็มในการเลือกตั้งซ่อมที่กำหนดไว้ในเดือน พ.ค. 2026

มาตรา 111 ของรัฐธรรมนูญอิหร่านกำหนดให้สภาผู้นำชั่วคราวซึ่งมีสมาชิก 3 คน ทำหน้าที่ของผู้นำสูงสุดไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ โดยสภาผู้นำรักษาการนี้ประกอบไปด้วย ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน, หัวหน้าฝ่ายตุลาการ โกลามฮอสเซน โมห์เซนี เอเจอี และสมาชิกจากสภาผู้พิทักษ์ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี

ทั้งนี้ สมาชิกคนที่สามได้รับการแต่งตั้งโดยสภา​ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุด (Expediency Council) ซึ่งเป็นองค์กรอนุญาโตตุลาการระดับสูงที่มี ซาเดก อาโมลี ลาริจานี เป็นประธาน และสมาชิกได้รับการแต่งตั้งโดยผู้นำสูงสุด

แม้ว่าสภาผู้เชี่ยวชาญจะต้องแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ "โดยเร็วที่สุด" แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดเส้นตายที่เฉพาะเจาะจง หากไม่มีแคนดิเดตคนใดได้รับเสียงข้างมากสองในสาม สภาผู้นำชั่วคราวก็สามารถปกครองไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีกำหนดได้ในทางทฤษฎี แม้ว่าสมาชิกทั้งหมดจะจงรักภักดีต่ออดีตผู้นำที่ล่วงลับอย่างคาเมเนอี แต่การมีประธานาธิบดีที่ได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายปฏิรูป อย่างเช่น เปเซชเคียน ก็อาจสร้างความแตกต่างเล็กน้อยได้ในช่วงเวลาที่อ่อนไหวเช่นนี้

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจของสภาผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับผู้นำสูงสุดคนต่อไปจะต้องประสานงานกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution Guards Corps - IRGC) ที่ทรงอิทธิพล รวมถึงสำนักงานและวงในของคาเมเนอีด้วย แม้ว่าผู้บัญชาการทหารระดับสูงหลายคนจะเสียชีวิตไปพร้อมกับคาเมเนอี แต่เชื่อกันว่าบุคคลสำคัญในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งยังคงมีอิทธิพลอย่างมาก ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับสงครามและผลกระทบที่ตามมา

แม้ว่าสภาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นสถาบันทางศาสนาจะมีอำนาจอย่างเป็นทางการในการเลือกผู้นำสูงสุดคนต่อไป แต่ผู้สืบทอดตำแหน่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม จะต้องได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานทางทหารและความมั่นคงที่ฝังรากลึกในประเทศนี้

มีรายงานด้วยว่า คณะอนุกรรมการสามคนภายใต้สภาผู้เชี่ยวชาญกำลังดำเนินงานเกี่ยวกับรายชื่อผู้ที่มีศักยภาพจะขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนถัดไปอยู่ ซึ่งเป็น "ความลับอย่างยิ่ง" แต่ความลับที่ปกคลุมการพิจารณาของพวกเขาก็ยิ่งเพิ่มการคาดเดามากขึ้นไปอีก

การเลือกผู้นำคนใหม่กำลังมุ่งสู่การสืบทอดทางสายเลือดหรือไม่ ?

โมจตาบา คาเมเนอี มักถูกกล่าวขานว่าเป็นบุคคลลึกลับและทรงอิทธิพล เขาได้รับความสนใจจากสื่อมานานกว่าสองทศวรรษแล้ว โดยเขาเป็นที่รู้จักในบทบาทการบริหารสำนักงานของบิดา และถูกสหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรเนื่องจากมีบทบาทในการส่งเสริม "ความทะเยอทะยานของบิดาที่สร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาคและเป้าประสงค์ที่กดขี่ภายในประเทศ"

ด้วยวัย 56 ปี เขายังคงถูกมองว่าอาจเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเสียชีวิตของอดีตประธานาธิบดีไรซี ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นตัวเต็งผู้สืบทอดอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเขาปรากฏออกมานับตั้งแต่การโจมตีที่บ้านพักของบิดา ซึ่งมีรายงานว่าภรรยาของเขาอยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตด้วย

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือประเด็นเรื่องการสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือด ซึ่งทั้งอยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี และอยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้สืบทอดตำแหน่งก่อนหน้า ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสืบทอดตำแหน่งทางสายเลือดของระบอบกษัตริย์ปาห์ลาวี ซึ่งถูกโค่นล้มในการปฏิวัติอิสลามปี 1979 นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเคยมีรายงานว่าคาเมเนอี คัดค้านแนวคิดที่จะแต่งตั้งบุตรชายของตนเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง

แคนดิเดตคนอื่น ๆ

.

ที่มาของภาพ, BBC Monitoring

แคนดิเดตหลายคนจากทั้งฝ่ายอนุรักษนิยมและฝ่ายสายกลางถูกกีดกันออกจากการแข่งขันชิงตำแหน่งผู้นำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงอดีตหัวหน้าฝ่ายตุลาการ ซาเดก อามอลี ลาริจานี และอดีตประธานาธิบดี ฮัสซัน รูฮานี ด้วย

สมาชิกบางคนของสภาผู้เชี่ยวชาญถูกมองว่าเป็นแคนดิเดตที่มีศักยภาพเช่นกัน เช่น อาราฟี ซึ่งโอกาสของเขาดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นหลังจากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสภาผู้นำชั่วคราว นักบวชวัย 66 ปีผู้นี้มีประวัติการดำรงตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากคาเมเนอีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนสอนศาสนาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในแวดวงศาสนาของอิหร่าน ในปี 2019 คาเมเนอีได้แต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งในสภาผู้พิทักษ์ หลังจากการเลือกตั้งในเดือน มี.ค. 2024 อาราฟีได้รับตำแหน่งสำคัญภายในสภาผู้เชี่ยวชาญ โดยดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่สอง

นอกจากนี้ มีรายงานว่าสมาชิกฝ่ายอนุรักษนิยมและกลุ่มหัวรุนแรงบางคนของสภาผู้เชี่ยวชาญ เช่น รองประธานคนแรก ฮาเชม ฮอสเซนี บูเชห์รี, โมห์เซน อาราคี และโมฮัมหมัด เมห์ดี มีร์บาเกรี ก็อยู่ในรายชื่อผู้มีโอกาสได้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด

ขณะที่ ฮัสซัน โคไมนี หลานชายของ อยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคไมนี เป็นแคนดิเดตที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มปฏิรูปและกลุ่มสายกลาง ประวัติทางศาสนาและเชื้อสายตระกูลของเขามีน้ำหนัก แต่ประสบการณ์ทางการเมืองที่จำกัดและการมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งทำให้โอกาสของเขาลดลง โดยเขาถึงกับถูกห้ามไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งสู่สภาผู้เชี่ยวชาญของอิหร่านในปี 2016 ด้วย ทั้งนี้โอกาสของเขาขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และเรื่องว่าชนชั้นนำผู้ทรงอิทธิพลของอิหร่านว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันในทิศทางที่เป็นสายกลางมากขึ้นได้หรือไม่