สำรวจชีวิตเซ็กส์ครีเอเตอร์ไทยบน OnlyFans หลังยุคโควิด-19

ที่มาของภาพ, BBC Thai
- Author, วีรวัฒน์ อัจจุตมานัส
- Role, นักเขียนอิสระ
ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 หลายธุรกิจประสบปัญหา ผู้คนตกงาน แต่ OnlyFans กลับกลายเป็นแพลตฟอร์มดาวรุ่งพุ่งแรง เมื่อหลายคนหันไปหารายได้ด้วยการผลิตเนื้อหาแนว 18+
ในปี 2564 OnlyFans ทำกำไรก่อนหักภาษีถึง 400 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ จากปี 2563 ที่มีรายได้เพียง 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงมียอดผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นถึง 128 % หรือจำนวน 220 ล้านยูสเซอร์ และครีเอเตอร์เพิ่มขึ้น 34% หรือมากกว่า 2 ล้านคนที่ทำรายได้จากแพลตฟอร์มนี้สูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
OnlyFans ก่อตั้งเมื่อปี 2559 โดย ทิม สโตกลีย์ นักธุรกิจชาวอังกฤษ มีรูปแบบการทำงานไม่แตกต่างโซเชียลมีเดียอื่น เพียงแต่ OnlyFans เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์ผลิตเนื้อหาอย่างไม่มีขีดจำกัด ไม่มีการเซ็นเซอร์ และสามารถเรียกเก็บค่าสมาชิกจากผู้ติดตามได้ โดยแบ่งรายได้ให้กับแพลตฟอร์ม 20% และครีเอเตอร์ 80% เนื้อหาจึงมีตั้งแต่เรื่องทั่วไป อย่างการสอนโยคะ สอนทำอาหาร จนถึงเรื่องวาบหวิว 18+
สำหรับประเทศไทยกระแส OnlyFans กลายเป็นประเด็นในสังคม เมื่อตำรวจเข้าจับกุม "ไข่เน่า" และคนรักที่ร่วมกันทำคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์เผยแพร่ลงบน OnlyFans นำมาสู่การกวาดล้างเหล่าเซ็กส์ครีเอเตอร์ไทยครั้งใหญ่ พร้อมกับเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากฝั่งที่มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหมิ่นเหม่ศีลธรรม และอีกฝั่งที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนบุคคล
ปัจจุบันเหตุการณ์นั้นผ่านมาหนึ่งปีแล้วและการแพร่ระบาดของโควิด 19 ก็กำลังกลายเป็นเรื่องเก่า แต่อาชีพเซ็กส์ครีเอเตอร์ยังคงอยู่ต่อไป บีบีซีไทย ขอพาไปสำรวจชีวิตของเซ็กส์ครีเอเตอร์ไทย และค้นหาว่า OnlyFans มีความหมายอย่างไรในชีวิตของพวกเขาบ้าง
สาวแว่นในตำนาน
นุ๊ก ปนิสรา นาคา โด่งดังในโลกอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี 2559 ด้วยภาพลักษณ์สาวแว่นสุดเซ็กซี่ เมื่อผนวกกับการเรียนด้านฟิสิกส์ประยุกต์ก็ยิ่งสานต่อจิตนาการความเป็นนักวิทยาศาสตร์สาวเจ้าเสน่ห์ให้กับหนุ่ม ๆ จนกระทั่งเรียนจบ นุ๊กทดลองทำงานประจำหลายอย่างทั้งผู้ช่วยวิศวกร นักวิจัย และขายเครื่องมือแพทย์ พร้อมกับเรียนต่อปริญญาโทด้านวิศวกรรมชีวเวช (Biomedical Engineering) ก่อนจะพบว่างานสายวิชาการอาจจะไม่เหมาะกับเธอ เป็นจังหวะเดียวกับที่โควิด-19 ระบาดในเมืองไทย งานถ่ายแบบ รีวิวสินค้า และโชว์ตัวตามงานอีเว้นต์ต่างๆ ก็เริ่มหดหาย และช่างภาพที่เคยทำงานด้วยกันแนะนำให้เธอรู้จักกับ OnlyFans กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้นุ๊กก้าวเข้ามาผลิตเนื้อหาบนแพลตฟอร์มนี้เต็มตัว
“นุ๊กเริ่มทำมาตั้งแต่ปลายปี 2562 เดือนแรกได้เงินเป็นตัวเลข 5 หลัก และเคยไปแตะระดับสูงสุดที่ 6 หลัก มากกว่างานประจำที่ทำตอนนั้นอีก ตอนนี้ก็ทำมาสองปีกว่าแล้วแต่ยังไม่โดนหิ้วเพราะว่าเนื้อหาของเราไม่ค่อยสุ่มเสี่ยง”
OnlyFans เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์กำหนดเนื้อหาและค่าบอกรับสมาชิกได้เอง นุ๊กจึงจำกัดความเซ็กซี่ของเธอแค่การเปลือยท่อนบนแล้วใช้มือปิด หรือบิดมุมกล้องให้ภาพดูเซ็กซี่แบบมีศิลปะมากกว่า ทำให้ผลตอบรับมีทั้งในแง่ลบว่าเธอโป๊น้อยเกินไป ในขณะเดียวกันก็กลายเป็นพื้นที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบได้สื่อสารกับเธอใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยนุ๊กจะเข้าไปตอบข้อความจากแฟนๆ ไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งต่อวัน
“เรามั่นใจว่าสิ่งเหล่านี้มันสำคัญกว่าภาพที่เราต้องโป๊ไปเรื่อยๆ เสียอีก”
นุ๊กบอกว่าโชคดีที่มีคุณแม่เป็นคนหัวสมัยใหม่ ในขณะที่ผู้ชายที่เธอกำลังคุยอยู่ก็เข้าใจว่านี่คืองานที่สร้างรายได้เพื่อให้นำไปต่อยอดสู่อาชีพอื่นในอนาคต ปัจจุบันเธอเริ่มผลิตเนื้อหากิน ดื่ม เที่ยวไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยเปลี่ยนชื่อจาก Nook A Glasses Girl เป็น Nook Yolo เหมือนกันทั้งหมด
“นุ๊กรู้อยู่แล้วว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะไม่จีรัง ตั้งเป้ากับตัวเองว่าจะทำอีก 2 ปีแล้วจะไปทำอย่างอื่น ตอนนี้คนก็เริ่มเข้ามาซื้อผลงานน้อยลง เพราะสภาพเศรษฐกิจด้วย ก็พยายามผลักดันตัวเองให้เป็นแบบอื่นๆ และเอาเงินตรงนี้ไปต่อยอดธุรกิจ”
เธอยังเข้าหุ้นกับเพื่อนนางแบบและช่างภาพเปิด “อิ่มเอมสตูดิโอ” ให้คนทั่วไปและครีเอเตอร์ใน OnlyFans มีพื้นที่ผลิตเนื้อหาในแบบที่ไม่โป๊เปลือยจนเกินไป
“เรื่องผลกระทบกับชีวิตเมื่อเราทำ OnlyFans มันก็มี อย่างนุ๊กเคยทำเนื้อหาเกี่ยวกับการบริจาคเลือดก็จะมีคำถามหรือคำขอให้เซ็กซี่น้อยลง เพราะเขาเคยเห็นภาพลักษณ์เราแบบนั้น ทั้งที่ในชีวิตประจำวันเราก็แต่งตัวปกติ หรือข้อความส่อทางเซ็กส์ที่ส่งมาถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ที่น่ากลัวคือพวกที่อ้างว่าเป็นช่างภาพ บางคนเข้าถึงตัวเราผ่านทางสตูดิโอก็มี"

ที่มาของภาพ, ปนิสรา นาคา
OnlyFans เพื่อ "แฟนคลับตัวจริง"
แนน หรือ Nanzi เคยทำงานประจำอยู่ 5 ปี จนกระทั่งแม่ป่วย เงินเก็บของแนนหมดไปกับการรักษาแม่ ทำให้ค้นพบว่างานประจำที่ว่ามั่นคง อาจจะไม่มั่นคงสำหรับเธออีกต่อไป ก่อนหน้านี้แนนเคยเป็นพริตตี้และเอ็มซีในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย เธอจึงลาออกมาเป็นนางแบบ และเข้าประกวด PLAYBOY Thailand Brand Ambassador 2018 จนทำให้มีแฟนคลับส่งข้อความผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ มากมาย มีคนแนะนำให้เธอรู้จักกับ OnlyFans แนนจึงเลือกใช้ช่องทางนี้เพียงช่องทางเดียวที่จะพูดคุยสื่อสารกับแฟนคลับ
“งานหลักของแนนคือการถ่ายแบบ ส่วน OnlyFans เป็นกระเป๋าที่สองช่วยค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ รูปที่ลงก็ไม่ได้แรงมากหรือโป๊เปลือย ซึ่งแนนเน้นย้ำไปตั้งแต่ต้นว่าจะเป็นช่องทางที่เราจะเชื่อมโยงกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด”
รูปภาพใน OnlyFans ของแนนมีทุกรูปแบบทั้งสวมชุดไปเที่ยว ชุดนอนหรือชุดเซ็กซี่ ปัจจุบันยอดสมาชิกของเธอมีไม่ถึงร้อยคน ทำรายได้หลักหมื่นต้น ๆ แต่สมาชิกก็เป็น "แฟนคลับตัวจริง" แนนย้อนเล่าถึงช่วงที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องหยุดงานเกือบครึ่งปี หรือช่วงโควิดที่งานน้อยลงก็มีแฟนคลับส่งทิป และของขวัญมาให้ ทำให้เธอรอดจากสถานการณ์นั้นมาได้ เธอตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะทำ OnlyFans ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่มีสมาชิกเหลือสักคนเดียว
“ต่อให้เหลือ 10 คน แนนก็คงทำต่อเพราะว่าเป็นช่องทางเดียวที่จะพูดคุยกับเขาได้สมาชิกบางคนอยู่มาตั้งแต่เริ่มแรกถึงตอนนี้ก็ยังไม่หนีไปไหน”

ที่มาของภาพ, "แนน"
หนัง 2 เรื่องในรอบ 2 ปี กับรายได้ 1.5 ล้านบาท
ทอย ภัครพงษ์ ขวยเขิน อดีต Mr. Gay World Thailand 2018 พูดถึงรายได้จาก OnlyFans ที่ทำให้เขาได้เป็นเจ้านายตัวเองในปัจจุบัน
“สำหรับผมมันเหมือนปลดกุญแจที่ล็อคคอเราอยู่”
หลังจากจบการศึกษาในปี 2562 ทอยเคยทดลองทำงานประจำในบริษัทอาหารแห่งหนึ่ง ก่อนจะหอบหิ้วเงินเก็บราวสี่หมื่นกว่าบาท ลงทุนทำหนัง 18+ หารายได้จาก OnlyFans
“สี่ห้าเดือนแรกมียอดสมาชิกเดือนละสามร้อยคนตลอดเลย ผ่านไปหนึ่งปีหนังเรื่องเดียวทำเงินให้ผมประมาณ8 แสนบาท”
รูปแบบการทำงานของทอยค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น ๆ เพราะเขาทำหนังเพียงเรื่องเดียว แล้วตัดต่อทีเซอร์เรียกกระแสให้คนเข้ามาชมแบบยิงยาวเป็นระยะเวลา 1 ปี จนกระทั่งในปีต่อมาทอยสร้างหนังเรื่องที่ 2 ที่ทำรายได้ให้เขาราวๆ 7 แสนบาท แล้วตัดสินใจเลิกเมื่อไม่นานมานี้
“ผมค่อนข้างประสบความสำเร็จก็เลยหยุด อีกอย่างได้มาเจอกับแฟนคนปัจจุบันด้วย รู้สึกว่าชีวิตเริ่มลงตัว ถ้าอยากทิ้งชีวิตเก่าก็ต้องทิ้งไปให้หมด คือคนไทยถ้าไม่ได้อัปเดตสักสองสามปีเขาก็ลืมแล้ว ถึงตอนนั้นเราจะกลับไปใหม่ก็ยังไม่สาย”
เขานำเงินที่ได้มาเปิดธุรกิจฟาร์มสุนัขและแมว สร้างรายได้เดือนละราว ๆ 5-6 หมื่นบาท พอก้บรายได้จาก OnlyFans
“ผมว่าคนไทยมีบรรทัดฐานบางอย่างที่ถ้าเราไม่เหมือนคนอื่นเขาก็จะประณาม เลยพยายามสร้างอาณาจักร เป็นเจ้าของเวลา เป็นเจ้าของธุรกิจเหมือนปลดแอกให้ตัวเอง”

ที่มาของภาพ, "ทอย"
เมื่อเซ็กส์คือไลฟ์สไตล์และ OnlyFans คืองานอดิเรก
การเข้ามาทำ OnlyFans ของไวท์ (ชื่อสมมุติ) ค่อนข้างแตกต่างจากคนอื่น เขาคือผู้ชายวัยสามสิบเศษที่มีรูปร่างหน้าตาดี หน้าที่การงานดี มีรายได้สูง โดยปกติไวท์มักใช้แอปพลิเคั่นหาคู่ของชาว LGBTQ เพื่อนัดมีเซ็กส์ จนกระทั่งวันหนึ่งเซ็กส์ครีเอเตอร์ใน OnlyFans ยื่นข้อเสนอให้ไวท์ร่วมแสดงในคลิป หลังจากถ่ายทำเสร็จมีการตัดต่อคลิปส่งมาให้ดูเพื่อขอความยินยอม แบ่งหมวดหมู่ในการเผยแพร่แต่ละสื่อ ทุกอย่างดูเป็นมืออาชีพจนเขาแปลกใจ
“มันไม่แตกต่างจากการติดต่อเอเจนซี่โฆษณา และซัพพลายเออร์ในงานที่ผมทำอยู่เลย ก่อนที่เขาจะทิ้งท้ายเรื่องค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่ในไลฟ์สไตล์การนัดเจอเพื่อมีเซ็กส์ของผมอย่างเช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าโรงแรม การดูแลตัวเอง และแนะนำให้ลองทำดูบ้าง”
ไวท์ตัดสินใจเปิดบัญชี OnlyFans เพราะนี่คือกิจกรรมที่เขาทำเป็นประจำอยู่แล้ว และอยากพิสูจน์ว่าจะทำเงินได้จริงหรือไม่ ในสัปดาห์แรกมียอดสมัครสมาชิกราว 300 คน และในเดือนแรก ๆ เขาทำเงินได้ราวๆ 6-7 หมื่นบาท
อย่างไรก็ดีเขามองว่าสิ่งนี้คืองานอดิเรกและไม่ได้ตั้งใจทำยอดสมาชิกเหมือนเซ็กส์ครีเอเตอร์คนอื่น ๆ โดยจะเปิดเผยตัวตนเฉพาะใน OnlyFans และแอปพลิเคชันหาคู่เท่านั้น ซึ่งในบางครั้งเมื่อออกไปประชุมงานก็มีผู้ร่วมประชุมเข้ามาทักว่าติดตามผลงานของเขาผ่านทาง OnlyFans
“ถือว่าเป็นโชคดีที่หลายคนมีชีวิตแบบมืออาชีพเหมือนเรา เขาจะมาทักทายแบบสุภาพ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากคนทำเป็นอาชีพงานหลักที่งานเสริมเขาก็คือการไปโชว์ตัวตามผับ บาร์ หรือในซาวน่าเกย์ คนที่เข้าหาก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง”
ไวท์เผยว่าเขาไม่กังวลว่า OnlyFans จะส่งผลกระทบต่องานประจำที่ทำอยู่ เพราะในยุคนี้บริษัทจ้างงานคนโดยยึดเรื่องความสามารถ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว หรือตัวตนอัตลักษณ์ และยกตัวอย่างในต่างประเทศ ที่มีทหาร ตำรวจ ทนายความ ฯลฯ ที่หันมาทำ OnlyFans เพราะเป็นแค่อีกด้านหนึ่งของชีวิต

ที่มาของภาพ, "ไวท์"
กฎหมายและการยอมรับ
ปัญหาใหญ่ในชุมชนของเซ็กส์ครีเอเตอร์ OnlyFans คือการถูกขโมยผลงานออกไปเผยแพร่ภายนอกและเรียกเก็บค่าบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงเนื้อหาได้ และกฎหมายไทยไม่ก็ไม่คุ้มครองลิขสิทธิ์ผลงานเหล่านี้ ทำให้ครีเอเตอร์ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่เงียบ ปล่อยปัญหาให้ผ่านไป แต่ไม่ใช่สำหรับนุ๊ก เธอตั้งทีมทนายและดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะมั่นใจว่าผลงานของเธอไม่ลามกอนาจาร
“มันไม่ต่างจากที่เราลงรูปโซเชียลมีเดียแล้วร้านค้านำภาพนั้นไปโฆษณาสินค้า นุ๊กแจ้งความในฐานะที่เขาละเมิดลิขสิทธิ์ภาพที่เราผลิต มันมีค่าใช้จ่าย มีความเสียหายเกิดขึ้น”
ในขณะที่ไวท์มองว่า OnlyFans ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ให้บริการทางเพศมีทางเลือกมากขึ้น และเป็นแพลตฟอร์มที่โปร่งใสทั้งด้านมาตรการการเข้าถึงของเด็กและเยาวชนด้วยการยืนยันตัวตนและจ่ายโดยบัตรเครดิตเท่านั้น รวมถึงระบบการเงินที่หากยอมรับให้ถูกต้องตามกฏหมายรัฐบาลจะสามารถเรียกเก็บภาษีได้ ช่วยแก้ปัญหาการทุจริตการค้ามนุษย์และผู้ให้บริการทางเพศได้เข้าถึงสวัสดิการที่ควรได้รับ เขายกตัวอย่างในประเทศพัฒนาที่ทุกคนอยู่ภายใต้กฏหมายเดียวกันทำให้ภาครัฐเข้าไปควบคุมได้ง่ายและเจ้าของผลงานก็ได้รับความคุ้มครอง
“เมืองไทยเลือกที่จะห้าม เพราะว่าเป็นเมืองพุทธ แต่คนพุทธก็ใช่ว่าจะไม่มีเซ็กส์ สมัยพุทธกาลยังมีซ่องอยู่กลางเมืองเลย ผมมองว่าคนไทยตอนนี้ศึกษาน้อยก็เลยเอาแนวคิดของตัวเองเป็นตัวตั้ง แล้วก็มีคนไม่กี่คนออกมาพูดว่าชาวพุทธต้องเป็นแบบนี้ ศีลธรรมอันดีต้องเป็นแบบนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ ”
“ผมมองว่ารัฐบาลไม่มีมีสิทธิห้าม อย่างเรื่องแบน Pornhub หรือการขายเซ็กส์ทอย คนที่อายุเกิน 20 มีเยอะแยะ มันคือการห้ามรับสื่อ หรือเข้าถึงอุปกรณ์ที่เขาใช้ได้ตามช่วงอายุของ เขา พอเป็นแบบนี้เขาก็ต้องหาทางออกทางอื่น อย่างเช่นคดีข่มขืนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น”
สำหรับทอยเขามองว่า เรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลและเป็นสิทธิเหนือร่างกายตัวเอง จึงไม่ใช่สิ่งที่ผิดหากอายุอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
“ถ้าบอกว่าสื่อลามกทำให้เกิดคดีทางเพศ ผมก็อยากยกตัวอย่างประเทศเสรีอย่างญี่ปุ่นที่อนุญาตให้ทำหนังสำหรับผู้ใหญ่และขายเซ็กส์ทอย เขาแทบไม่มีคดีข่มขืนเลย ในขณะที่ไทยมีคดีข่มขืนเกิดขึ้นแทบทุกวัน จุดนี้ก็ชวนตั้งคำถามว่าประเทศที่มีศีลธรรมอันดี แต่การยับยั้งชั่งใจเท่ากับศูนย์มันหมายความว่ายังไง”











