ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นายทุนไทยกับฝุ่นพิษข้ามพรมแดน สรุปอภิปรายฝ่ายค้าน-คำชี้แจงรัฐบาล

ที่มาของภาพ, thai news pix
ปัญหามลพิษข้ามพรมแดนที่มีสาเหตุจากการเผาในพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศเพื่อนบ้านและนำเข้าโดยนายทุนไทย ถูก สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นำมาอภิปรายกล่าวหาว่า รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน เอื้อต่อนายทุนด้วยการไม่ออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีการเผา ขณะที่ รมช.พาณิชย์ ชี้แจงว่า ไทยไม่สามารถแก้ไขระเบียบการนำเข้าได้เพราะความตกลงทางการค้า และแม้ไม่นำเข้าเพื่อนบ้านก็ยังเผาเหมือนเดิม
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ 2560 กำลังเกิดขึ้นเป็นวันที่สอง ขณะที่ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ PM 2.5 กำลังวิกฤตหนักในเดือน เม.ย.
สถิติเฉพาะของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. -15 มี.ค. 2567 ด้วยผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 แล้วทั้งสิ้น 30,339 ราย มากกว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในช่วงเดียวกันของปีก่อน 1 เท่าตัว
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดอภิปรายเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 ว่า เป้าหมายที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ กับผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในเรื่องการลดการเผาในแหล่งฝุ่นพิษแต่ละแหล่ง ตั้งแต่การเผาในพื้นที่การเกษตรภายในประเทศไทย ที่ไม่ลดลงตามเป้าหมาย การเตรียมการรับมือไฟป่าที่มีปัญหาการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่น และการแก้ปัญหาฝุ่นพิษข้ามพรมแดน ซึ่งเกี่ยวกับมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าเกษตรที่มาจากการเผา
ไทยนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละ 1.5 ล้านต้น 90% มาจากเมียนมา
นายภัทรพงษ์ สส.เชียงใหม่ จากเขตอำเภอหางดง และสันป่าตอง เริ่มต้นอภิปรายว่า เราไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้วว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราเผาอะไร ในครั้งนี้ขอชี้ให้ชัดลงไปที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
เขาแจกแจงว่า ประเทศไทยส่งออกเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แต่ละปีไม่ต่ำว่า 14,000 ตัน มูลค่ามากกว่า 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในการส่งออกดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่การปลูกในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 5 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ปลูกในเมียนมาไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านไร่ คิดเป็นผลผลิต 2 ล้านตัน ขณะที่ไทยต้องนำเข้าข้าวโพดปีหนึ่งราว 1.5 ล้านตัน โดย 90% นำเข้าจากเมียนมา
ทุก ๆ ปี ไทยจะมีช่วงที่นำเข้าโดยปลอดภาษีเข้ามาเลย ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูลดาวเทียมชัดเจนว่าประเทศเมียนมา มีจุดเผามากกว่า 1.2 แสนจุด และยังพบว่าพื้นที่ป่าในเมียนมา ยังถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นหลักล้านไร่ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
สส.เชียงใหม่ กล่าวต่อไปว่า จากประเด็นปัญหาเหล่านี้ ไม่แน่ใจนายกฯ เพิ่งรู้ตัวช้าไป 6 เดือน เพราะวันที่ 16 มี.ค. นายเศรษฐา ระบุว่า เราต้องมีมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่มีการเผา แต่ต่อมาในวันที่ 19 มี.ค. นายกฯ กลับพูดว่า มาตรการนี้ไม่สามารถทำได้ ต้องชะลอออกไปก่อน ต้องรอพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด มิเช่นนั้นจะผิดหลักเกณฑ์ขององค์การการค้าโลกหรือ WTO ทว่า นายภัทรพงษ์ ชี้ว่า มีมาตรการที่รัฐบาลสามารถทำได้ทันที

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา
ชี้รัฐบาลเอื้อนายทุน เหตุไม่เพิ่มมาตรการระบุพิกัดปลูกในประกาศนำเข้าปลอดภาษีฉบับใหม่
สส. ก้าวไกล อภิปรายต่อไปว่า นายกฯ ชี้แจงสาเหตุที่นำเข้าไม่ได้ เช่นเดียวกับคำชี้แจงจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้วว่า ไทยไม่สามารถนำเข้าได้ เพราะต้องปฏิบัติต่อเกษตรกรในประเทศอื่นเช่นเดียวกับมาตรการที่มีในประเทศ
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ประกาศนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2563-2566 ของรัฐบาลชุดที่แล้ว หากผู้นำเข้าต้องการนำเข้าโดยปลอดภาษี ต้องมีแบบฟอร์มรับรองถิ่นกำเนิดของสินค้า ตามข้อตกลงเอทิก้า (ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ASEAN Trade in Goods Agreement: ATIGA) หรือแบบฟอร์ม D ซึ่งส่วนนี้ประเทศไทยไม่สามารถจะแก้ไขได้
แต่มีเอกสารอีกรายการหนึ่ง ในการนำเข้า คือ ต้องมีหนังสือรับรองว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน สัตว์ หรือพืช ซึ่งฟังดูเหมือนจะดูดีและเป็นการแก้ไขการห้ามนำเข้าได้เลย แต่รัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนเรื่องนี้ ไม่ได้กล้าจัดการต้นตอกับปัญหา จึงทำให้เจอปัญหาอย่างยาวนาน

ที่มาของภาพ, getty images
เขากล่าวว่า แต่ก่อนที่ประกาศฉบับดังกล่าวจะหมดอายุ เขาได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. และให้ข้อเสนอแนะไปว่า ประกาศฉบับใหม่ที่รัฐบาลจะออกมา ควรกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องระบุพิกัดแปลงปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในต่างประเทศ เพื่อให้ทางไทยสามารถใช้ดาวเทียมสามารถตรจสอบย้อนกลับได้ แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงว่า ในการค้ากับต่างประเทศ ต้องปฏิบัติด้วยความเท่าเทียม ปฏิบัติในประเทศอย่างไร เราต้องปฏิบัติในต่างประเทศอย่างนั้น
สส.เชียงใหม่ กล่าวต่อไปว่า แต่เมื่อเทียบกับเกษตรกรไทย หากต้องการสิทธิพิเศษจากภาครัฐต้องทำอะไร ต้องลงทะเบียนเกษตรกร โดยต้องลงทะเบียนว่าปลูกอะไร พร้อมกับระบุพิกัดของแปลงปลูก ทั้งละติจูด ลองติจูด เพื่อให้รัฐสามารถเก็บข้อมูลในการตรวจสอบย้อนกลับได้
เขาจึงตั้งคำถามว่า การที่รัฐบาลไม่เพิ่มเนื้อหาส่วนนี้ไปในประกาศเรื่องการนำเข้าข้าวโพดฉบับใหม่ เป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรไทยหรือไม่ เพราะประกาศการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยสัตว์ปี 2567 ที่ออกมา เมื่อ 28 ธ.ค.2566 ซึ่งเซ็นโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.พาณิชย์ มีเนื้อหา "เหมือนเดิมเป๊ะ ไม่มีเปลี่ยน" เปลี่ยนเพียงชื่อรัฐมนตรีกับ ปี พ.ศ. เท่านั้น
"นี่เรากำลังกังวลกับผลประโยชน์ของนายทุน จนทำให้เราเลือกปฏิบัติกับเกษตรกรไทยอย่างไม่เป็นธรรมเลยเหรอหรือไม่ ขณะที่เกษตรกรไทยอยากได้สิทธิพิเศษ ต้องยิงจีพีเอส ระบุพิกัดละติจูด ลองติจูด เพื่อให้รัฐสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่ต่างประเทศ อยากจะนำเข้าข้าวโพดอาหารสุตว์แบบปลอดภาษี ไม่ต้องทำอะไรสักอย่างแบบนี้หรือครับ" นายภัทรพงษ์ตั้งคำถาม
ผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้แค่เอกสารรับรองสุขอนามัยพืช
นายภัทรพงษ์ ได้เปิดข้อมูลของเอกสารการรับรองการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งผู้นำเข้าต้องมีรายการเอกสารรับรองว่า ข้าวโพดอาหารสัตว์ที่นำเข้ามาไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของ คน สัตว์ และพืช ซึ่งพบว่า ณ เดือน มี.ค. 2567 ใช้เพียงแค่ เอกสารที่มีการรับรองจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องแล้วว่า ปลอดศัตรูพืช โดบในเอกสารมีส่วนที่ระบุเรื่อง การผ่านการรมยาเพื่อกำจัดศัตรูพืชไปแล้ว
"นี่มันใบรับรองสุขอนามัยพืช ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสุขภาพประชาชน"
สส.ก้าวไกล กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ว่าในข้อตกลงการค้าอาเซียน ซึ่งใช้เนื้อหาจากองค์การการค้าโลก และมาตรการการห้ามนำเข้าขององค์การการค้าโลก จะระบุชัดเจนว่า มาตรการห้ามนำเข้าจะไม่สามารถใช้ได้หากเป็นการเลือกปฏิบัติ หรือเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างแอบแฝง แต่ไม่มีเนื้อหาใดที่ห้ามประเทศสมาชิก บังคับใช้มาตรฐานข้อยกเว้น
"อันนี้ตรง ๆ ชัด ๆ ว่าทำไมประเทศเราถึงสามารถห้ามนำเข้าได้" นายภัทรพงษ์ กล่าว ก่อนอธิบายว่า มีข้อยกเว้นที่สามารถมีมาตรการนำเข้าได้ หากจำเป็นต่อการปกป้องชีวิตและสุขภาพของคน สัตว์ และพืช
"รัฐบาลสามารถใช้ข้อนี้ห้ามนำเข้าสินค้าที่มีการเผาได้เลย แต่รัฐบาลไม่เคยตีความว่า การเผาข้าวโพดในประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบกับสุขภาพของประชาชน”

ที่มาของภาพ, โทรทัศน์รัฐสภา
ข้อตกลงการค้าอาเซียน ระบุห้ามนำเข้าได้หากเกี่ยวกับทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
นอกจากนี้ ในข้อตกลงมีข้อยกเว้นข้อ G ยังระบุว่า สามารถออกมาตรการห้ามนำเข้าได้ หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป โดยนายภัทรพงษ์ ได้อ้างอิงจาก WTO มีคำวินิจฉัยชัดเจนว่า อากาศสะอาดคือ ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป และมาตรการดังกล่าว ถูกบังคับใช้ให้มีประสิทธิผลภายในประเทศพร้อม ๆ กัน ซึ่งมาตรการในประเทศไทย ที่บังคับใช้อยู่แล้ว คือ ประกาศห้ามเผาใน 66 จังหวัด ซึ่งเราสามารถใช้มาตรการเหล่านี้ได้เลย โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.อากาศสะอาด
นายภัทรพงษ์ กล่าวตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงไม่สามารถห้ามนำเข้าสินค้าที่มีที่มาจากการเผาจากต่างประเทศได้ ในขณะที่เกษตรกรไทยมีมาตรการจำนวนมาก แต่นายทุนใหญ่สามารถส่งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไปปลูกต่างประเทศ โดยไร้มาตรการควบคุมการเผา แล้วก็นำเข้ามาแบบปลอดภาษี
“ผมถามตรง ๆ แบบนี้รัฐบาลเพื่อใครกันแน่" นายภัทรพงษ์ กล่าว "ผมขอให้ท่านกล้าที่จะไปเจรจากับนายทุนใหญ่ เจรจากับต่างประเทศแบบโปรแอคทีฟ ไม่ใช่มาจนสุดแล้วปล่อยให้ประชาชนรับกรรม สูดฝุ่น จนเป็นภูมิแพ้ เลือดกำเดาไหล แบบนี้ แล้วเลิกอ้าง WTO เพราะท่านกำลังปกป้องข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากการเผา ที่นายทุนไทยไปจ้างปลูก"
รมช.พาณิชย์ แจงห้ามนำเข้าไม่ได้ เพราะผิดข้อตกลงการค้า
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมช.กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าตามข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (WTO) หรือข้อตกลงอาเซียนที่ชื่อว่า "เอทิก้า" สิ่งสำคัญของการออกมาตรการทางการค้า ได้กำหนดว่าการปฏิบัติกับประเทศใด ก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรการที่มีในประเทศ
รมช.พาณิชย์ กล่าวต่อไปว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 และการเผาไหม้ จะห้ามข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ประเทศไทย ก็ต้องห้ามในประเทศไทยด้วย แต่ในประเทศไทยยังไม่ห้าม มีเพียงการการขอความร่วมมือ และการใช้กฎหมายอาญากับบางกรณีเท่านั้น ซึ่งกรณีการที่เผามีการกันพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ไม่กระทบต่อบ้านเรือนทรัพย์สินของคนอื่น ก็ไม่เข้ากับกฎหมายอาญา เว้นแต่ พ.ร.บ.อากาศสะอาดที่กำลังเข้าสู่สภา
"ถ้าเงื่อนไขในประเทศไทยเช่นนี้ แล้วเราไปบังคับกับประเทศเพื่อน้บาน เราผิดหลักของ WTO ผิดหลักของความตกลงเอทิก้า (ข้อตกลงการค้าอาเซียน)"

ที่มาของภาพ, thai news pix
ส่วนข้อยกเว้นว่า หากสินค้านั้น กระทบต่อชีวิต ร่างกายของผู้คน สามารถกำหนดได้มาตรการห้ามนำเข้าได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการกีดกันทางการค้า แต่การจะใช้ข้อยกเว้นนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ฝุ่น PM2.5 เกิดจากประเทศเพื่อนบ้านเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เกิดจากประเทศไทย
"(ฝุ่น) ต้องเกิดจากประเทศเพื่อนบ้านเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นจะถือว่าเป็นการกีดกันทางการค้า"
แม้ไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อนบ้านก็ยังเผา
นายนภินทร กล่าวต่อไปว่า ทั้งพื้นที่ในการเผาไหม้ไม่ว่า ป่าอนุรักษ์ ป่าสงวน ต้องยอมรับความจริงว่า PM2.5 เกิดจากประเทศไทย จากข้อมูลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ชัดเจนว่า ประเทศไทยก็มีจุดเผาไหม้ในประเทศ ไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ในเดือน ม.ค. ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการเผาประมาณ 10% เดือน ก.พ. ประมาณ 20% เดือน มี.ค. ประมาณ 18% นี่คือการเผาไหม้ที่ไม่รวมการสันดาปจากรถยนต์ การก่อสร้างหรือโรงงานในประเทศไทย
"เพราะฉะนั้น ประเทศไทยมีส่วนร่วมให้เกิด PM 2.5 ไม่น้อยกว่า 20% ขึ้นไป ในขณะที่การเผาไหม้ในประเทศเพื่อบ้านไม่ได้หมายความว่าจะเข้าสู่ประเทศไทยทั้งหมด เมียนมามี (ฝุ่น) 40-50% แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เข้าสู่ประเทศไทยทั้งหมด ก็เข้ามาเป็นบางส่วน" รมช.พาณิชย์กล่าว

ที่มาของภาพ, getty images
นายนภินทร ยังกล่าวด้วยว่า หากใช้มาตรการห้ามนำเข้าแล้ว จะแก้ปัญหาฝุ่น PM.25 ได้จริงหรือไม่ เพราะในปัจจุบันไทยแย่งการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แข่งขันกับจีน ซึ่งจีนไม่มีข้อห้ามใด ๆ กีดกัน หากไม่ให้เมียนมาส่งออกมายังไทย ข้าวโพดดังกล่าวก็จะเข้าสู่ประเทศจีน โดยที่การเผาก็ไม่ได้ลดลง ถึงแม้ราคาจะลดบ้างเพราะขาดคู่แข่ง แต่ก็สามารถขายให้จีนได้
"ผมเชื่อว่า ถึงแม้เราจะห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาไหม้ เขาก็ขายสู่ประเทศจีน และเขาก็ยังเผาเช่นเดิม ไม่มีการลด PM2.5 ที่เข้าพัดเข้าสู่ประเทศไทย"
ส่วนเอกสารใบฟอร์ม D ตามข้อตกลงการค้าอาเซียน ต้องเป็นมติของอาเซียน ไทยไม่สามารถแก้เพิ่มเติมกำหนดจุดพิกัดได้เอง อีกทั้งยังเป็นเอกสารที่ออกจากประเทศต้นกำเนิดสินค้า ซึ่งไม่แน่ชัดว่าจะบอกพิกัดตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นการแก้ไขฟอร์ม D ไม่ได้เกิดประโยชน์ อีกทั้งหากไทยออกมาตรการดังกล่าว อาจเผชิญกับการกีดกันทางการค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และกระทบต้นทุนของเกษตรกรไทยที่เลี้ยงสัตว์จากต้นทุนอาหารสัตว์ที่แพงขึ้น
หลังจากนั้น นายภัทรพงษ์ ได้ใช้สิทธิ์พาดพิงต่อการชี้แจงของ รมช.พาณิชย์ ว่าไม่ได้เสนอให้ห้ามนำเข้าจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เสนอห้ามนำเข้าสินค้าที่มีที่มาจากการเผา และไม่ได้เสนอให้แก้ไขแบบฟอร์ม D ของความตกลงการค้าอาเซียน เพราะต้องเป็นมติของประเทศสมาชิก
อย่างไรก็ตาม นายนภินทร ลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้ง โดยย้ำว่า การเสนอแก้ตามที่ฝ่ายค้านเสนอห้ามการนำเข้า ไม่สามารถทำได้เพราะผิดข้อตกลงทางการค้า และมาตรการนี้ก็ไม่สามารถลดุฝ่น pm 2.5 ที่เกิดจากประเทศเพื่อนบ้านเลย "เพราะยังไงประเทศเพื่อนบ้านก็ยังเผาอยู่"











