รู้จัก “ยาห์ยา ซินวาร์” หัวหน้ากลุ่มฮามาสผู้บงการเหตุโจมตีอิสราเอล

Yahya Sinwar with arms raised

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ยาห์ยา ซินวาร์
    • Author, ผู้สื่อข่าว
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาอาหรับ

ทางการอิสราเอลแถลงว่า ได้สังหารนายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำคนหนึ่งของกลุ่มฮามาสแล้วที่ฉนวนกาซา โดยเขาถูกปลิดชีพหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของฮามาสได้เพียงสองเดือน

เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิสราเอลระบุว่า ผลการชันสูตรศพในเบื้องต้นจากการเทียบเคียงลายนิ้วมือและประวัติการทำฟัน สามารถยืนยันได้ว่าร่างไร้ชีวิตดังกล่าวเป็นของนายซินวาร์จริง

หลังจากนี้ทางการอิสราเอลจะทำการตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันเพิ่มเติม โดยข้อมูลที่ยืนยันตัวตนทั้งหมดของนายซินวาร์นั้น ทางการอิสราเอลได้เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ช่วงที่เขาถูกคุมขังเป็นเวลา 22 ปี

ยาห์ยา ซินวาร์ หรือที่ผู้คนรู้จักกันดีในชื่อของ “อาบู อิบราฮิม” เป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มฮามาสที่วางแผนและบงการเหตุโจมตีครั้งใหญ่บริเวณตอนใต้ของอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ของปีที่แล้ว ทำให้ทางการอิสราเอลประกาศให้คำมั่นว่า จะต้องติดตามไล่ล่าเพื่อกำจัดเขาให้ได้

การแสดงความยินดีและความสิ้นหวัง

ก่อนหน้านี้กลุ่มฮามาสได้รับข้อความแสดงความยินดีจากแนวร่วมของปาเลสไตน์หลายกลุ่ม เนื่องในโอกาสที่นายซินวาร์ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของฮามาส ซึ่งข้อความดังกล่าวยังถูกส่งมาจากกลุ่มฟาตาห์ที่เป็นอริกันมายาวนานด้วย

จิบริล ราจูบ เลขาธิการของคณะกรรมการกลางกลุ่มฟาตาห์ กล่าวยกย่องการตัดสินใจเลือกนายซินวาร์เป็นผู้นำสูงสุดว่า “เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่สมเหตุสมผลและคาดเดาได้ หลังมีการลอบสังหารมรณสักขี อิสมาอิล ฮานิเยห์”

ด้านนายอิสราเอล คาตซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอล ได้เผยแพร่ข้อความทางสื่อสังคมออนไลน์ “เอกซ์” (X) ว่าการแต่งตั้งนายซินวาร์นั้น “ยิ่งเป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ต้องกำจัดเขาโดยเร็วที่สุด” ซึ่งในตอนนี้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ทำให้คำขู่ข้างต้นเป็นจริงแล้ว

เมื่อเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พล.ท.เฮอร์ซี ฮาเลวี เสนาธิการของกองทัพอิสราเอลเคยกล่าวไว้ว่า “ถึงจะเปลี่ยนชื่อของซินวาร์ไป ก็ไม่ได้ทำให้เราหยุดการไล่ล่าค้นหาเพื่อโจมตีเขา”

ส่วนชาวปาเลสไตน์ในขณะนั้น ต่างก็แสดงความกังวลและมองสถานการณ์ในแง่ลบ หลังมีการแต่งตั้งนายซินวาร์เป็นผู้นำสูงสุดของฮามาส “เขาคนนี้เป็นนักรบ ดังนั้นการเจรจาจะเกิดขึ้นได้อย่างไร” โมฮัมเหม็ด อัล-ชารีฟ ชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นที่อพยพออกมาจากเมืองกาซาซิตี และปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงเดอีร์ อัล-บาลาห์ กล่าวแสดงความเห็นกับสำนักข่าวเอเอฟพี

ด้านพลเมืองของอิสราเอลก็แสดงความหวั่นวิตกและท้อใจกับข่าวการแต่งตั้งนายซินวาร์เช่นกัน โดย “ฮานัน” ผู้จัดการในบริษัทแห่งหนึ่งที่ไม่ต้องการเปิดเผยนามสกุล บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “ตัวเลือกนี้บ่งบอกอยู่แล้วว่า พวกเขาเลือกซินวาร์และไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องหาคนที่หัวรุนแรงน้อยกว่านี้ หรือต้องเลือกใครสักคนที่ไม่บ้าเลือดขนาดนี้”

ฮามาสส่งสาร 3 ประการ ไปถึงอิสราเอล

อันที่จริงแล้ว การแต่งตั้งนายซินวาร์ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด เท่ากับว่ากลุ่มฮามาสได้ส่งสารบอกกล่าวแก่อิสราเอลและประชาคมโลกในหลายเรื่อง ซึ่งนายโอซามา ฮัมดัน เจ้าหน้าที่ผู้หนึ่งของกลุ่มฮามาสบอกกับบีบีซีแผนกภาษาอาหรับว่า มีสามประเด็นหลักที่อยู่เบื้องหลังการเลือกนายซินวาร์ในครั้งนี้

ประเด็นแรกคือการส่งสารแจ้งแก่ฝ่ายตรงข้ามว่า ฮามาสยังคงมีความสามารถในการตัดสินใจ “เลือกทางที่เหมาะสม” แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก รวมทั้งชี้เป็นนัยว่ากลุ่มฮามาสยังคงมีเอกภาพเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยนายฮัมดันบอกว่า ซินวาร์ถูกเลือกเป็นผู้นำสูงสุดด้วยมติที่เป็นเอกฉันท์อย่างสมบูรณ์

ประเด็นที่สองที่ฮามาสต้องการสื่อสารไปถึงอิสราเอลและประชาคมโลก ก็คือขบวนการของพวกเขาจะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยยังมีผู้นำที่เปี่ยมความสามารถและพร้อมจะนำการต่อสู้ให้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ส่วนประเด็นที่สามที่ฮามาสต้องการให้ทั้งโลกรู้นั้น คือการแสดงพลังว่าฮามาสจะไม่หวั่นไหวหรือละทิ้งอุดมการณ์รวมทั้งหลักปฏิบัติต่าง ๆ ของตน แม้จะถูกกดดันอย่างหนักจากหลายฝ่ายก็ตาม

บาชีร์ อับเดล ฟัตตาห์ นักเขียนและนักวิจัยด้านรัฐศาสตร์ จากศูนย์อัล-อาห์รัม เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และการเมือง เชื่อว่าการเลือกซินวาร์ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่นั้น แท้จริงแล้วคือการส่งสารเพื่อ “ยกระดับความขัดแย้ง” โดยนักวิเคราะห์ผู้นี้บอกกับบีบีซีว่า “การตัดสินใจเลือกผู้นำที่เป็นทหารในสมรภูมิรบ ทั้งยังเป็นคนที่ทราบกันดีว่ามีความใกล้ชิดกับอิหร่าน และมีท่าทีไม่ยอมผ่อนปรนต่ออิสราเอล ไม่ว่าจะพิจารณาในทางการเมืองหรือการทหาร นั่นหมายความว่ากลุ่มฮามาสได้ยืนกรานจะใช้กำลังทหารสู้รบต่อไป โดยจะไม่ยอมอ่อนข้อเพราะแรงกดดันหรือหายนะที่ได้ประสบมา”

นำการสู้รบจากภายในเขตกาซา

Palestinians attend an event marking the 35th anniversary of the establishment of Hamas in Gaza City, Gaza on December 14, 2022, and Sinwar waves at the crowd

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ยาห์ยา ซินวาร์ เข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 35 ปี การก่อตั้งกลุ่มฮามาสในเมืองกาซาซิตี เมื่อปี 2022

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเลือกชาวปาเลสไตน์ซึ่งอาศัยอยู่ในฉนวนกาซาขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มฮามาส โดยก่อนหน้านี้อิสมาอิล ฮานิเยห์ เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวขณะอยู่ในเขตกาซานานถึงสองปี ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปยังประเทศกาตาร์

โอซามา ฮัมดัน มองว่าฝ่ายบริหารของกลุ่มฮามาสนั้นไม่เคยสั่นคลอนขาดเสถียรภาพเลย ไม่ว่าผู้นำจะอาศัยอยู่ในฉนวนกาซาหรือภายนอกก็ตาม แต่กรณีของซินวาร์นั้นแตกต่างออกไปจากสถานการณ์ของฮานิเยห์ เนื่องจากอิสราเอลได้ประกาศจะตามล่าเอาชีวิตเขา โดยเชื่อว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีในวันที่ 7 ต.ค. ของปีที่แล้ว ด้านกองทัพอิสราเอลถึงกับเสนอเงินรางวัล 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แก่ผู้ให้เบาะแสสำคัญที่สามารถนำไปสู่การจับกุมตัวซินวาร์ได้

ฮัสซัน อายูบ ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติอัน-นาจาห์ มองว่า “ซินวาร์ถูกเลือกด้วยเหตุผลในทางปฏิบัติ โดยคำนึงถึงโลกแห่งความเป็นจริง” ทั้งยังบอกว่า “เรื่องนี้ก็เหมือนกับตอนที่อิสราเอลมุ่งเป้ากำจัดฮานิเยห์ พวกเขาจะไล่ล่าสังหารผู้นำคนไหนก็ได้ที่อยู่นอกฉนวนกาซา แต่ซินวาร์นั้นอยู่ในเขตกาซาอยู่แล้ว และอิสราเอลก็ตามล่าเพื่อกำจัดเขามานานมาก”

ในตอนที่ซินวาร์ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของฮามาสนั้น เขาไม่ได้ปรากฏตัวในที่สาธารณะเลย นับตั้งแต่เหตุการณ์บุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. ของปีที่แล้ว

ตัวเลือกที่เหนือความคาดหมาย

หลังการลอบสังหารอิสมาอิล ฮานิเยห์ นักวิเคราะห์บางรายเคยคาดการณ์ว่า ซินวาร์จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ เพราะชื่อของเขาไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่สื่อมวลชนเสนอว่าเป็นผู้มีโอกาสได้รับเลือกสูง

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซินวาร์นั้นทำให้เกิดคำถามว่า ฮามาสรีบร้อนหรือด่วนตัดสินใจไปโดยปราศจากการใคร่ครวญอย่างรอบคอบหรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายตอบคำถามนี้ว่า ซินวาร์น่าจะตั้งใจดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดนี้เพียงชั่วคราว และมีแผนจะเลือกผู้นำคนใหม่หลังการสู้รบในฉนวนกาซาสิ้นสุดลง

ทว่านายโอซามา ฮัมดัน เจ้าหน้าที่ของกลุ่มฮามาสปฏิเสธการคาดการณ์ดังกล่าว โดยยืนยันว่า “การศึกษาข้อมูลและการไตร่ตรองอย่างลึกซึ้ง ทำให้ทุกคนยอมสวามิภักดิ์ต่อซินวาร์”

บาชีร์ อับเดล ฟัตตาห์ นักวิจัยทางรัฐศาสตร์บอกกับบีบีซีว่า ฮามาสอาจจะต้องการส่งสัญญาณให้โลกรู้ ว่ากลุ่มของตนมีความสามารถที่จะเลือกผู้นำคนใหม่ได้ทันที เพื่อมาเติมเต็มภาวะสุญญากาศทางอำนาจได้เสมอ

ด้านศ.อายูบ แสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า การแต่งตั้งนายซินวาร์อาจมีนัยสำคัญต่อเขตเวสต์แบงก์ หรือฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนที่ถูกอิสราเอลเข้ายึดครอง “ซินวาร์นั้นสามารถจะสื่อสารกับขบวนการต่าง ๆ ของปาเลสไตน์ทั้งหมด ทั้งยังมุ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างฮามาสกับองค์การบริหารรัฐปาเลสไตน์ที่มีกลุ่มฟาตาห์เป็นผู้นำ”

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า ระหว่างที่ซินวาร์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานบริหารของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เขาได้ดำเนินนโยบาย “ลดความแตกต่างให้เป็นศูนย์” เพื่อขจัดความขัดแย้งภายในหมู่ชาวปาเลสไตน์ด้วยกันเอง และยุติความขัดแย้งภายในภูมิภาคอาหรับ โดยเขาสามารถกลับมาสร้างความปรองดองกับอียิปต์ รวมทั้งยุติความขัดแย้งนานหลายปีที่เคยมีกับรัฐบาลซีเรีย ทั้งยังพยายามผลักดันให้กลุ่มฮามาสสามารถคืนดีกับซาอุดีอาระเบียได้อีกด้วย

ตำแหน่งประธานของคณะกรรมการบริหารกลุ่มฮามาส ถือเป็นตำแหน่งภายในองค์กรที่มีอำนาจสูงสุด โดยจะมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในกลุ่มทุก 4 ปี เพื่อเลือกสมาชิกของสภาซูรอ (Shura Council) หรือสภาที่ปรึกษาซึ่งมีคณะกรรมการบริหารกลุ่มรวมอยู่ด้วย จากนั้นคณะกรรมการบริหารที่ได้รับเลือกตั้งจะทำการออกเสียง เพื่อเลือกประธานที่เป็นผู้นำสูงสุดและรองประธานต่อไป

Yahya Sinwar

ที่มาของภาพ, Reuters

การเผชิญหน้าอันขมขื่น

อิสราเอลมองว่าซินวาร์นั้นเป็นผู้นำที่ “เอาใจยากและหัวรุนแรงที่สุด”โดยนายมิชา โคบี อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงภายในของอิสราเอล ซึ่งเคยทำหน้าที่สอบสวนซินวาร์เป็นเวลานานถึงกว่า 150 ชั่วโมง ในตอนที่เขาถูกคุมขังในเรือนจำของอิสราเอล บอกกับหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ว่าซินวาร์นั้น “หัวแข็งดื้อด้านและเย็นชาไร้อารมณ์ แต่ไม่ใช่พวกโรคจิต”

ไอฮับ จาบาริน นักเขียนผู้รอบรู้เกี่ยวกับกิจการด้านต่าง ๆ ของอิสราเอล บอกว่าสถานการณ์ภายหลังการลอบสังหารอิสมาอิล ฮานิเยห์ ทำให้นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู “ต้องเผชิญหน้ากับซินวาร์ ในฐานะคนที่มีอำนาจเท่าเทียมกัน” เพราะซินวาร์นั้นล่วงรู้ถึงความคิดจิตใจของฝ่ายอิสราเอลเป็นอย่างดี ทำให้ “ผู้คนตามท้องถนนของอิสราเอลต้องอดทนกับสมการนี้” จาบารินยังบอกกับบีบีซีว่า “สื่อฝ่ายค้านของอิสราเอลได้กระพือข่าวมานานแล้วว่า ซินวาร์กับเนทันยาฮูคือตัวต้นเหตุของสงครามในครั้งนี้”

บรรษัทแพร่ภาพและกระจายเสียงของอิสราเอล (IBC) รายงานว่าการแต่งตั้งซินวาร์เป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮามาสนั้น “น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง” สื่อของอิสราเอลยังเชื่อว่า นี่คือการส่งสารให้โลกรู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่ และเพื่อแสดงให้เห็นว่าความเป็นผู้นำของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซายังคงแข็งแกร่งเหมือนเดิม

จาบารินยังเล่าถึงบทสนทนาในแวดวงผู้เชี่ยวชาญเรื่องของอิสราเอลว่า “พวกเขากล่าวโทษเนทันยาฮูก่อน ว่าเป็นผู้ปล่อยตัวซินวาร์ออกจากเรือนจำในปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ของปีที่แล้ว และทำให้มีการลอบสังหารนายฮานิเยห์ ซึ่งก็ทำให้ซินวาร์ได้รับเลือกเป็นผู้นำกลุ่มฮามาสในที่สุด”

สำหรับครอบครัวของชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา จาบารินบอกว่าการก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของซินวาร์นั้น เท่ากับออกคำสั่งประหารชีวิตกับพวกเขาเลยทีเดียว

การเจรจาหยุดยิงในยุคของซินวาร์จะมีชะตากรรมอย่างไร

Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะกลับมาเจรจากับกลุ่มฮามาสและเผชิญหน้ากับนายซินวาร์ ในไม่ช้าก็เร็ว

อิสมาอิล ฮานิเยห์ อดีตผู้นำกลุ่มฮามาส คือผู้มีบทบาทสำคัญต่อการเจรจาหยุดยิงในเขตฉนวนกาซา ตลอดช่วงเวลาหลายเดือนที่มีการเจรจาต่อรองทางอ้อมผ่านคนกลาง แต่โอซามา ฮัมดัน เจ้าหน้าที่ของฮามาสบอกกับบีบีซีว่า “ซินวาร์มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในการเจรจานี้ โดยการสื่อสารต่อรองในขั้นรายละเอียดก็มีเขาอยู่ด้วย” ฮัมดันยังกล่าวเสริมว่า “การเจรจาหยุดยิงจะดำเนินต่อไป ส่วนการสะดุดชะงักและการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ๆ นั้น มาจากฝ่ายอิสราเอลทั้งสิ้น”

ในขณะที่วันครบรอบ 1 ปี เหตุโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ต.ค. กำลังใกล้จะมาถึง จาบารินเชื่อว่านายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู จะต้องหันกลับมาเจรจากับกลุ่มฮามาสและเผชิญหน้ากับนายซินวาร์ ในไม่ช้าก็เร็ว จาบารินยังคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันทางการทูตต่อผู้นำอิสราเอล แม้ก่อนหน้านี้อิสราเอลจะยืนกรานสู้รบต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการทำสงครามครั้งนี้ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวรวมถึงการทำลายองค์กรทางการเมืองและกองกำลังของกลุ่มฮามาส รวมทั้งช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมดกลับคืนมา

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ แถลงเมื่อวันพุธที่ 16 ต.ค. ว่าอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสยังคงเจรจากันอยู่ และใกล้จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงแล้ว แม้กระแสความหวั่นเกรงว่าจะเกิดสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้นทุกขณะ นับตั้งแต่มีการลอบสังหารนายฮานิเยห์ที่กรุงเตหะรานของอิหร่าน

ความพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส เคยประสบความสำเร็จครั้งหนึ่งเมื่อปี 2023 หลังสองฝ่ายเห็นพ้องหยุดยิงเป็นเวลา 4 วัน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมแก่พลเรือน ทั้งยังมีการขยายเวลาหยุดยิงนี้ออกไปอีก 2 วัน เพื่อให้ฮามาสปล่อยตัวประกันที่เป็นสตรี 50 คน และเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี ให้เป็นอิสระ โดยแลกเปลี่ยนกับการปล่อยตัวหญิงชาวปาเลสไตน์ 150 คน และผู้เยาว์จำนวนหนึ่งที่ถูกคุมขังในเรือนจำของอิสราเอล