เรารู้อะไรบ้างในเหตุตำรวจนิวยอร์กจับ นศ.ใน ม.โคลัมเบีย-เหตุปะทะใน LA

ที่มาของภาพ, Reuters
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ประท้วงที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ซึ่งกระจายกันปักหลักพักค้างอยู่ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยหลายเมืองหลายแห่งในสหรัฐฯ
มหาวิทยาลัยในมหานครนิวยอร์กมีผู้ถูกจับกุมรวมกันราว 300 คน จากการเปิดปฏิบัติการสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนปาเลสไตน์ ส่วนที่ลอสเองเจลิส มีผู้ถูกจับกุมราว 30 คนหลังเหตุปะทะระหว่างผู้สนับสนุนปาเลสไตน์กับอิสราเอล
เจ้าหน้าที่ตำรวจนิวยอร์กซิตี้เข้าสลายการชุมนุมและจับกุมนักศึกษาราว 50 รายภายในพื้นที่ ม.โคลัมเบีย วิทยาเขตแมนฮัตตัน ประเทศสหรัฐฯ คืนวันอังคาร (30 เม.ย.)
นักศึกษาเหล่านี้ร่วมชุมนุมประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยปักหลักพักค้างภายในมหาวิทยาลัยมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว
ภาพจากวิดีโอที่เผยแพร่โดยตำรวจนิวยอร์กซิตี แสดงให้เห็นนาทีที่เจ้าหน้าที่นายตำรวจในชุดปราบจลาจลและสวมหมวกนิรภัยกำลังเดินเบียดเสียดไปตามบันไดแคบ ๆ ภายในอาคารแฮมิลตันฮอลล์ และเร่งรื้อถอนเครื่องกีดขวาง เช่น เก้าอี้
อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่ที่กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปภายในและครอบครองพื้นที่อยู่ราว 24 ชม. นับจากเช้าวันอังคาร (30 เม.ย.) พร้อมนำป้ายที่มีข้อความว่า “ฮอลล์ของฮินด์” (Hinds Hall) ไปชูเพื่อแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ถึงเด็กชายชาวปาเลสไตน์วัย 6 ขวบที่ถูกสังหารในฉนวนกาซาโดยกองทัพของอิสราเอล
ในการสลายการชุมนุม ตำรวจต่อแถวปีนเข้าอาคารผ่านหน้าต่างชั้น 2 ของตัวอาคาร โดยใช้รถบันไดเสริมพาดเป็นสะพานเข้าไป
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีกหลายสิบคนล้อมรอบค่ายปักหลักพักค้างบริเวณใกล้เคียง ขณะที่นักศึกษาที่ติดตามสถานการณ์อยู่ภายนอกได้ตะโกนว่า “อัปยศ” บ้างก็ตะโกน “ปลดปล่อยปาเลสไตน์” และ “ปล่อยนักศึกษา”
นักศึกษารายหนึ่งกล่าวกับบีบีซีว่า ตำรวจราว 80-100 นายบุกเข้าไปในฮอลล์ จากนั้นไม่นานก็เห็นผู้ประท้วงหลายสิบคนถูกคุมตัวออกไปขึ้นรถตำรวจด้านนอกมหาวิทยาลัย

ที่มาของภาพ, Reuters

ที่มาของภาพ, Getty Images
เจ้าหน้าที่ ม.โคลัมเบีย อนุญาตให้ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมหลังจากผู้ประท้วงฝ่าฝืนเงื่อนเวลาที่ให้ออกจากค่ายพักแรม พร้อมระบุในแถลงการณ์ว่า ฮอลล์ถูก “ยึดครอง ทำลายทรัพย์สิน และปิดล้อม ทำให้เราไม่มีทางเลือก”
ล่าสุดเหตุการณ์สงบลงแล้ว และนักศึกษาที่ติดอยู่ภายนอกในช่วงที่ 2 ฝ่ายเผชิญหน้า สามารถกลับเข้าไปภายในมหาวิทยาลัยได้แล้ว
เจ้าหน้าที่ ม.โคลัมเบีย ระบุว่า มีผู้ถูกจับกุมกว่า 100 คน
ก่อนตำรวจเข้าควบคุมพื้นที่ ม.โคลัมเบีย อีริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เปิดแถลงข่าวว่า การเข้าครอบครองแฮมิลตันฮอลล์เกิดจาก "กลุ่มผู้ปลุกปั่นจากภายนอก" มหาวิทยาลัย ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ ม.โคลัมเบีย
“เราไม่สามารถ และจะไม่อนุญาตให้การชุมนุมอย่างสันติ กลายเป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงอย่างไร้จุดหมาย เราไม่สามารถรอจนสถานการณ์รุนแรงกว่านี้ได้ เรื่องนี้ต้องจบเดี๋ยวนี้” อดัมส์ กล่าว
ด้าน มาห์มุด คาลิล นักศึกษาทุนชาวปาเลสไตน์ที่เดินทางมาจากซีเรีย หนึ่งในแกนนำประท้วง โต้แย้งคำกล่าวอ้างของ อดัมส์ โดยบอกว่า คนนอกที่เขาหมายถึงนั้นเป็น “นักศึกษา”

ที่มาของภาพ, Getty Images
เกิดอะไรขึ้นที่ ม.โคลัมเบีย
ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (29 เม.ย.) ม.โคลัมเบีย ได้แจ้งเตือนทางจดหมายว่านักศึกษาคนใดที่ไม่ออกจากค่ายพักแรมผู้ประท้วงภายในเวลา 14.00 น. (ตามเขตเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ) และลงนามในเอกสารเพื่อยืนยันว่าจะทำตามนโยบายของทางมหาวิทยาลัย จะถูกระงับสถานะนักศึกษาเป็นการชั่วคราว และจะไม่สำเร็จภาคการศึกษาด้วยสถานะที่ดี หลังการเจรจาระหว่างแกนนำกลุ่มประท้วงและเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยประสบความล้มเหลว ไม่สามารถทำให้บรรดาผู้ประท้วงยุติการตั้งค่ายพักแรมเพื่อคัดค้านการทำสงครามในฉนวนกาซาของกองทัพอิสราเอลได้
โฆษกของ ม.โคลัมเบีย กล่าวว่า การตั้งค่ายพักผู้ประท้วงดังกล่าวได้สร้างบรรยากาศไม่ดีแก่นักศึกษาและคณะอาจารย์หลายคนที่เป็นชาวยิว อีกทั้งยังส่งเสียงรบกวนการเรียน การสอน และการเตรียมตัวสอบปลายภาค
ผู้ประท้วงใน ม.โคลัมเบีย ประกาศว่า จะตั้งค่ายพักต่อไปจนกว่าทางมหาวิทยาลัยจะทำตาม 3 ข้อเรียกร้อง ได้แก่ ยกเลิกการให้เงินสนับสนุนแก่อิสราเอล, ให้ทางมหาวิทยาลัยมีความโปร่งใสในด้านการเงิน, นิรโทษกรรมนักศึกษาและคณะอาจารย์ที่ถูกลงโทษทางวินัยจากการมีส่วนร่วมในการประท้วง
อย่างไรก็ดี อธิการบดีของ ม.โคลัมเบีย กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยจะไม่ยกเลิกการให้เงินสนับสนุนแก่อิสราเอล แต่เสนอจะลงทุนในด้านการศึกษาและสาธารณสุขในฉนวนกาซา รวมถึงทำให้การลงทุนโดยตรงของโคลัมเบียมีความโปร่งใสมากขึ้น
อธิการบดีของ ม.โคลัมเบีย ถูกวิจารณ์จากนักศึกษา คณะอาจารย์ และบรรดาผู้สังเกตการณ์ จากการเรียกตำรวจปราบจลาจลมาสลายการตั้งค่ายประท้วงภายในมหาวิทยาลัยเมื่อ 18 เม.ย. จนมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมไปกว่า 100 คน แต่ไม่สามารถหยุดยั้งนักศึกษาไม่ให้กลับมาตั้งค่ายพักอีกครั้งได้
การจับกุมที่ ม. อื่น ในรอบ 24 ชม.

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประท้วงซึ่งเริ่มต้นขึ้นที่ ม.โคลัมเบีย ได้จุดประกายให้เกิดการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันในหลายมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ เพื่อประท้วงปฏิบัติการทางทหารของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา, เรียกร้องให้คว่ำบาตรบริษัทและบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับอิสราเอลในช่วงสงครามในฉนวนกาซา พร้อมกดดันให้มหาวิทยาลัยของพวกเขายุติความสัมพันธ์กับอิสราเอล
นอกจาก ม.โคลัมเบีย ซึ่งถือเป็นสมรภูมิหลักในการประท้วงสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ ในรอบ 24 ชม. ที่ผ่านมา ยังมีการจับกุมนักศึกษาผู้ประท้วงภายในมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งตามการรายงานของสื่ออเมริกา
อีริก อดัมส์ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า ตำรวจได้จับกุมผู้คน 300 คนที่ ม.โคลัมเบีย และ ม.ซิตี้นิวยอร์ก เมื่อคืนวันอังคาร ภายหลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายบุกเข้าตรวจค้นวิทยาเขตต่าง ๆ
- ม.ซิตีนิวยอร์ก: มีผู้ถูกจับกุมหลายสิบคนระหว่างการประท้วงในเวลากลางคืนที่วิทยาเขตในย่านฮาร์เล็ม
- ม.นอร์ทแคโรไลนา แชเปิลฮิลล์: ผู้ประท้วงอย่างน้อย 36 คนถูกควบคุมตัวที่ค่ายพักแรม
- ม.ฟลอริดา: มีผู้ถูกจับกุม 5 คน
เหตุปะทะที่ ม. UCLA
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดฉากสลายการประท้วงในมหานครนิวยอร์ก กลุ่มผู้สนับสนุนอิสราเอลได้ปะทะกับผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนปาเลสไตน์ในลอสแอนเจลิส
วิดีโอที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นภาพผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนอิสราเอลที่อำพรางใบหน้าด้วยการสวมใส่หน้ากาก ใช้ผ้าพันไว้ และสวมหมวด เข้าทำร้ายอีกฝ่ายด้วยไม้และพยายามรื้อถอนเครื่องกีดขวางที่ค่ายปักพักค้างของผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนปาเลสไตน์ภายใน UCLA จนเกิดการตอบโต้ปะทะกันไปมาระหว่าง 2 ฝ่าย
ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวกับบีบีซีว่า ผู้สนับสนุนอิสราเอล ปรากฏตัวเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ได้ขว้างปาสิ่งของต่าง ๆ รวมถึง "ดอกไม้ไฟ สกู๊ตเตอร์ ขวดน้ำ และแก๊สน้ำตา"

ที่มาของภาพ, AFP
แมรี โอซาโก รองอธิการบดี ม.แคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) กล่าวว่า "การกระทำรุนแรงอันน่าสยดสยองเกิดขึ้นที่ค่าย" พร้อมระบุด้วยว่า มหาวิทยาลัย “โทรเรียกหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือ”
ตำรวจแอลเอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของพวกเขาถูกส่งไปยังมหาวิทยาลัยแล้ว หลังจากที่ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยประกาศก่อนหน้านี้ว่าเป็น "การชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย"
ในขณะเดียวกัน ทีมรักษาความปลอดภัยที่ได้รับการแต่งตั้งจากมหาวิทยาลัยได้ถอนตัวออกไป เพราะพวกเขาเชื่อว่าไม่สามารถเป็นปราการป้องกันเขตกันชนได้อย่างปลอดภัยอีกต่อไป
ต่อมา ม.แคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส ออกแถลงการณ์ว่า การเผชิญหน้าดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้ถูกจับกุมกว่า 30 คน
“ผมต้องการแสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างจริงใจต่อผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อคืนนี้ และต่อทุกคนที่ได้รับอันตรายหรือหวาดกลัวความปลอดภัยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา” ยีน บล็อก อธิการบดี ม.แคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส
อธิการบดี UCLA กล่าวต่อไปว่า “ไม่มีใครในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ควรต้องเผชิญกับความรุนแรงเช่นนี้”
“ผมต้องการรู้ถึงความบอบช้ำทางจิตใจและความโศกเศร้าที่เกิดขึ้นกับวิทยาเขตของเราทั้งหมด”
“เรายังคงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีค่ายเมื่อคืนนี้ และผมรับรองได้เลยว่าเราจะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งอาจนำไปสู่การจับกุม การไล่ออก และการไล่ออก” แถลงการณ์อธิการบดี ม. UCLA ระบุ
เหตุวุ่นวายในมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐฯ ทำให้มีผู้ประท้วงมากกว่า 1,000 คนถูกจับกุมตัวไปในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยหลายแห่งต่างประสบปัญหาว่าจะตอบสนองต่อการประท้วงของนักศึกษาอย่างไร และลังเลระหว่างการเคารพสิทธิเสรีภาพในการพูด กับความจำเป็นในการจำกัดการแสดงความโกรธเกรี้ยวและใช้ถ้อยคำรุนแรงของนักศึกษาที่ประท้วงอิสราเอล โดยมหาวิทยาลัยบางแห่งเลือกปิดวิทยาเขตและปรับการเรียนการสอนเป็นรูปแบบออนไลน์แทน ในขณะที่การสอบปลายภาคกำลังจะมีขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า








