ฝีดาษลิง : พบผู้ป่วยฝีดาษลิงชาวไทย มีประวัติสัมผัสชายต่างชาติ

ที่มาของภาพ, Getty Images
เกือบหนึ่งสัปดาห์หลังแถลงว่าพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกในไทย ทางการไทยแถลงว่าพบรายที่ 2 เป็นชาวไทยใน กทม.
ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แจ้งข่าวทางบัญชีเฟซบุ๊กของเธอ โดยอ้างรายงานเบื้องต้นจากระบบข้อมูลของโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กรุงเทพมหานคร เมื่อ 17.04 น. ของ 28 ก.ค. ว่า คนไข้เป็นชายไทยอายุ 47 ปี มาที่วชิรพยาบาล โรงพยาบาลสังกัด กทม. ช่วงเช้าของ 27 27 ก.ค. ด้วยเรื่องตุ่มน้ำใสที่อวัยวะเพศ มีประวัติสัมผัสเสี่ยงกับชายชาวต่างชาติ ทีมคัดกรองและแพทย์ผู้ให้การรักษาสงสัยว่าจะมีสาเหตุจากโรคฝีดาษวานร จึงได้เก็บสิ่งส่งตรวจจากรอยโรค คอหอย และเลือด ส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการของสภากาชาดและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมกับได้แจ้ง สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร
จากนั้นได้รับผู้ป่วยเข้ารักษาในห้องแยกโรคความดันลบ ผลตรวจเพิ่งออกมาเมื่อบ่าย 28 ก.ค. ผลเป็นบวกทั้ง 2 แล็บ ขณะนี้ยังรักษาอยู่ที่ห้องแยกโรคที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทางโรงพยาบาลได้คุยกับทาง สปคม. สรุปตกลงให้รักษาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ไม่ต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลบำราศนราดูร ส่วนประวัติผู้สัมผัสใกล้ชิดมีทั้งหมด 10 คนซึ่ง สปคม. กำลังสอบสวนโรคอยู่ ซึ่งทั้ง 10 คนอยู่นอกโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ที่มาของภาพ, Tavida Kamolvej
รายแรกพบที่ภูเก็ต
ช่วงเช้าของ 22 ก.ค. นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงที่กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกในไทย ที่พบในนักที่ท่องชาวไนจีเรียที่ จ.ภูเก็ต
นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรีย วัย 27 ปี คนดังกล่าวไปพบแพทย์ด้วยอาการต้องสงสัยที่เข้าได้กับโรคฝีดาษลิง โดยมีตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา และอวัยวะเพศ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่ตุ่มที่เกิดขึ้นบนร่างกายส่วนใหญ่ค่อนข้างแห้งแล้ว
โดยกรมควบคุมโรคได้ยืนยันการติดเชื้อรายแรกของประเทศไทยหลังจากส่งตัวอย่างหนองและสิ่งส่งตรวจต่าง ๆ ของผู้ป่วยไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีผลตรวจตรงกันว่าเป็นบวก เมื่อวันที่ 19 ก.ค.
ล่าสุดนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้หลบหนีออกจากโรงพยาบาลหลังมีผลยืนยันออกมาว่าติดเชื้อฝีดาษลิง โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่านักท่องเที่ยวมีการเดินทางเข้าไทยตั้งแต่ 18 ต.ค. ปีที่แล้ว ส่วนสาเหตุของการหลบหนีน่าจะเป็นเพราะการอยู่เกินกำหนดวีซ่า หรือ overstay
นักท่องเที่ยวชาวไนจีเรียเข้ามาในประเทศไทยผ่านช่องทางทางสุวรรณภูมิ และแจ้งว่าจะไปเชียงใหม่ แต่มาเช่าห้องพักที่ภูเก็ตตั้งแต่ ธ.ค. ของปีที่แล้ว
หลังจากนั้นคณะกรรมการควบคุมโรค จ.ภูเก็ต ได้ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติการสืบสวนโรคจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยพบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย ซึ่งเป็นเพื่อนกับนักท่องเที่ยววัย 27 ปีรายนี้ ทั้ง 2 รายไม่มีอาการเจ็บป่วย และหลังจากที่ส่งตัวอย่างไปตรวจก็ยังไม่พบโรคฝีดาษลิง โดยตอนนี้ได้สั่งให้ทั้ง 2 รายนี้กักตัวให้ครบ 21 วันเพื่อสังเกตอาการ
หลังจากนั้นได้ลงพื้นที่ค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงเพิ่มเติมในสถานบันเทิง 2 แห่งที่ผู้ป่วยได้เข้าไปใช้บริการ พบว่ามีผู้สัมผัสเสี่ยงมีอาการไข้และเจ็บคอ 6 ราย และอีก 4 รายไม่มีอาการ เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเข้าตรวจสอบแต่ไม่พบว่ามีการติดโรค
กรมควบคุมโรคสั่งให้บุคคลดังกล่าวกักตัวให้ครบ 21 วัน เพื่อสังเกตอาการก่อนจะรายงานต่อองค์การอนามัยโลกถึงกรณีที่เจอในไทย
นพ.โอภาสยืนยันว่า เชื้อฝีดาษลิงพบในไทยเป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์อื่น ในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้วัคซีนป้องกันฝีดาษลิงในวงกว้าง เพราะการแพร่เชื้อไม่ได้เกิดขึ้นง่ายเหมือนกับไวรัสโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีความเสี่ยงสูงเช่นเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการหรือบุคลากรทางการแพทย์ จำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพื่อป้องกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ขณะนี้ยังไม่มียาที่ใช้รักษาโรคฝีดาษลิงโดยตรง แต่เป็นการรักษาตามอาการ ซึ่งได้แก่ ไข้ ปวดศรีษะ ต่อมน้ำเหลืองบวมโต เจ็บคอ มีตุ่มที่ผิวหนังเป็นตุ่มน้ำ หรือตุ่มหนอง เกิดขึ้นที่ศรีษะ ลำตัว อวัยวะเพศ และทวารหนัก
ณ 27 ก.ค. มีผู้ป่วยยืนยันทั่วโลก 20,849 ราย เพิ่มขึ้นเป็น 74 ประเทศ โดยพื้นที่การแพร่ระบาดส่วนใหญ่พบอยู่ในแถบทวีปยุโรป ประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 4,639 ราย สเปน 4,001 ราย เยอรมนี 2,459 ราย สหราชอาณาจักร 2,367 ราย และฝรั่งเศส 978 ราย ส่วนใหญ่เป็นเพศชายเกือบทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Getty Images
จับได้ที่กัมพูชา
23 ก.ค. ทางการกัมพูชาจัมกุมชายชาวไนจีเรียได้ที่กรุงพนมเปญพบหลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณ จ.สระแก้ว ก่อนว่ายน้ำข้ามไปยังกัมพูชา
สื่อกัมพูชารายงานว่า ชายผู้นี้หลบหนีไปยังเมืองสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ทำให้ตำรวจกัมพูชาเร่งติดตามทันที รวมทั้งจังหวัดบันเตียเมียนเจย จัดเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานท้องถิ่นเร่งค้นหาเช่นกัน กระทั่งไปปรากฏตัวในกรุงพนมเปญ บริเวณย่านชุมชนที่มีชาวไนจีเรียอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นการพบผู้ป่วยรายแรกที่ป่วยด้วยโรคฝีดาษในประเทศกัมพูชา
ชายผู้นี้ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปขึ้นรถตู้เข้าสู่กระบวนการกักตัวทันที หลังจากได้เบาะแสจากประชาชนจนสามารถจับตัวได้ที่ตลาดแห่งหนึ่ง ในเขตจอมกมล กลางกรุงพนมเปญ ในกัมพูชา โดยสื่อหลายแห่งในกัมพูชา รายงานว่า ชายชาวไนจีเรียคนนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงพนมเปญ ได้ยืนยันว่าเป็นผู้ที่หลบหนีออกจากประเทศไทยจริง และผู้ป่วยรายนี้ถูกนำส่งตัวไปที่กระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา เพื่อสอบสวนโรคและกักตัว

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข













