ฝีดาษลิง : อาการ ผื่น แบบไหนที่ใช่ แบบไหนเป็นอีสุกอีใส หรือโรคอื่น

man itching his arm

ที่มาของภาพ, Getty Images

ใครที่เริ่มมีผื่นขึ้นตามร่างกายในช่วงนี้ คงอดจะกังวลไม่ได้ว่านั่นคือสัญญาณบ่งบอกถึงโรค "ฝีดาษลิง" ซึ่งกำลังแพร่ระบาดในหลายประเทศของภูมิภาคยุโรปหรือไม่

แต่อันที่จริงแล้วโรคนี้ติดต่อกันได้ยากมาก ต้องอาศัยการสัมผัสทางผิวหนังระหว่างบุคคลต่อบุคคลเป็นเวลานาน แม้แต่เด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลของแอฟริกาที่เคยมีการระบาดของฝีดาษลิง ก็ยังไม่ค่อยจะติดโรคนี้กันเท่าใดนัก ในปัจจุบันผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังมีจำนวนน้อยนิด ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่สามารถเบาใจได้ว่าโอกาสติดเชื้อนั้นต่ำกว่าที่คิดกันมาก

แต่หากยังไม่คลายความกังวลสงสัย เพราะฝีดาษลิงกับโรคอีกหลายชนิดมีลักษณะของตุ่มและผื่นบนผิวหนังคล้ายกันมาก แพทย์อังกฤษมีคำแนะนำให้สังเกตผื่นดังกล่าวรวมทั้งอาการร่วมอื่น ๆ ดังนี้

อาการติดเชื้อฝีดาษลิงขั้นต้นนั้น ไม่ต่างจากโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วไป โดยจะรู้สึกอ่อนเพลีย เป็นไข้ไม่สบายตัว ซึ่งบ่งบอกถึงระยะแรกที่เชื้อไวรัสบุกเข้าไปในเซลล์ของผู้ป่วย

คำบรรยายวิดีโอ, ทำความเข้าใจ 'โรคฝีดาษลิง' ใน 3 นาที

ในเวลาต่อมาต่อมต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มบวมขึ้น เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันระดมกำลังต้านทานการติดเชื้อ ส่งผลให้เกิดตุ่มและผื่นตามตัว ซึ่งจะเริ่มจากผิวหนังกลายเป็นสีแดงและยกตัวนูนขึ้น จากนั้นจะเกิดของเหลวสีขาวข้นคล้ายหนองอยู่ภายใน ซึ่งตุ่มของเหลวนี้จะแตกออกเป็นแผลในเวลาต่อมา และในท้ายที่สุดมันจะแห้งตกสะเก็ดจนหลุดออกไปได้เอง

ดร. โรซามันด์ ลูอิส แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) บอกว่าการที่ผื่นจากฝีดาษลิงมีลักษณะและความเปลี่ยนแปลงคล้ายกับโรคอีสุกอีใสเช่นนี้ ทำให้วินิจฉัยโรคได้ยากมาก แต่ผื่นของฝีดาษลิงนั้นมักจะเริ่มเกิดขึ้นบนใบหน้าหรือภายในช่องปากก่อน แล้วจึงกระจายไปยังแขนขารวมทั้งมือเท้าและส่วนแขนงต่าง ๆ ของร่างกาย

ตุ่มของฝีดาษลิงเปลี่ยนไปในแต่ละระยะ อาจดูคล้ายอีสุกอีใสหรือซิฟิลิส แต่ในที่สุดจะตกสะเก็ดและหลุดออก

ที่มาของภาพ, UKHSA

คำบรรยายภาพ, ตุ่มของฝีดาษลิงเปลี่ยนไปในแต่ละระยะ อาจดูคล้ายอีสุกอีใสหรือซิฟิลิส แต่ในที่สุดจะตกสะเก็ดและหลุดออก

ผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงที่พบใหม่บางรายมีผื่นขึ้นแถบอวัยวะเพศ ทำให้สังเกตเห็นได้ยากเพราะอยู่ในจุดซ่อนเร้น ผื่นจะมีลักษณะต่างออกไปเล็กน้อยในกลุ่มคนที่สีผิวต่างกัน ทำให้สำนักงานความปลอดภัยทางสุขภาพของสหราชอาณาจักร (UKHSA) ออกคำเตือนว่า หากพบแผลหรือความเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่ดูผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณอวัยวะเพศ ให้ปรึกษาสายด่วนสุขภาพหรือพบแพทย์เพื่อตรวจสอบในทันที

ดังนั้นหากมีผื่นขึ้นตามร่างกาย อย่าตื่นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่ใช่ฝีดาษลิง แต่อาจเป็นหนึ่งในโรคที่พบได้ง่ายกว่าดังต่อไปนี้

อีสุกอีใส

chickenpox

ที่มาของภาพ, Getty Images

ตามปกติแล้วผื่นจากอีสุกอีใสจะคันมาก แต่ก็จะเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามระยะต่าง ๆ เหมือนฝีดาษลิง จนตกสะเก็ดหลุดออกไปในที่สุด คนเราสามารถเป็นอีสุกอีใสได้มากกว่าหนึ่งครั้งในชีวิต และอาจเป็นซ้ำได้ในวัยผู้ใหญ่ แม้จะเคยป่วยด้วยโรคนี้มาแล้วในวัยเด็กก็ตาม การที่เชื้อไวรัสอีสุกอีใสถูกกระตุ้นให้กลับมาออกฤทธิ์อีกครั้ง ทำให้เกิดผื่นและตุ่มคล้ายสิวที่เจ็บมากได้

2px presentational grey line

หิด

Scabies

ที่มาของภาพ, SPL

โรคหิดเกิดจากตัวไรที่วางไข่ในผิวหนัง ทำให้มีอาการคันและผิวหนังเป็นผื่นแดง ซึ่งส่วนใหญ่ผื่นมักจะเกิดขึ้นตามง่ามนิ้วก่อน แต่ก็ปรากฏได้ทั่วไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยผู้ป่วยอาจสังเกตเห็นเป็นจุดและแนวเส้นสีแดงบนผิวหนัง โรคหิดนั้นแม้มีอาการไม่ร้ายแรงนัก แต่ติดต่อกันง่ายมากและจำเป็นต้องรีบรักษาโดยด่วน

2px presentational grey line

ตัวเรือดและแมลงกัดต่อย

Woman with bed bug bites

ที่มาของภาพ, Getty Images

หากที่นอน เบาะรองนั่ง หรือพรมในบ้านมีตัวเรือดอยู่ คุณอาจถูกแมลงตัวเล็กจิ๋วที่มองไม่เห็นนี้กัดเอา จนเกิดเป็นผื่นแดงขึ้นได้เช่นกัน ผื่นนี้จะคันและเจ็บมาก แต่จะมีลักษณะที่เกาะกันเป็นกลุ่มหรือแนวเส้นตรง มากกว่าจะแผ่กระจายเป็นปื้นหรือวงกว้าง

2px presentational grey line

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างซิฟิลิสหรือเริม

Herpes infection on the lips

ที่มาของภาพ, Getty Images

โรคซิฟิลิสเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ส่วนโรคเริมที่อวัยวะเพศนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส แต่โรคทั้งสองชนิดสามารถติดต่อกันได้ทางเพศสัมพันธ์และทำให้เกิดแผลพุพองบนผิวหนัง ซึ่งผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการตรวจหาเชื้อและรักษาเป็นการด่วน

2px presentational grey line

ลมพิษและผื่นจากอาการแพ้

Urticaria/allergy

ที่มาของภาพ, Getty Images

ผื่นลมพิษที่แสนจะเจ็บและคันนั้น เป็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งที่มันคิดว่าเป็นอันตราย แม้หลายครั้งแพทย์จะหาไม่พบว่าสิ่งกระตุ้นที่ทำให้คนไข้แพ้คืออะไร แต่โดยทั่วไปแล้วมักเกิดจากการกินอาหาร ยา หรือสัมผัสเข้ากับพืชและสารเคมีต่าง ๆ

2px presentational grey line

หูดข้าวสุก

Molluscum

ที่มาของภาพ, Getty Images

เป็นโรคผิวหนังจากการติดเชื้อไวรัสที่พบได้ทั่วไป มักพบในเด็กเป็นส่วนใหญ่และไม่มีอันตรายใด ๆ นอกจากทำให้เกิดความรำคาญและอาการคันได้บ้าง มีลักษณะเป็นตุ่มแข็งใหญ่ที่มีหัวอยู่ตรงกลาง มักเกิดขึ้นที่รักแร้ ข้อพับหลังเข่า หรือขาหนีบ เกิดจากการสัมผัสผิวหนังกันโดยตรง หรือสัมผัสวัตถุติดเชื้ออย่างเช่นผ้าเช็ดตัวเป็นเวลานาน

2px presentational grey line

โรคมือเท้าปากเปื่อย

Cocksackie hand, foot and mouth rash

ที่มาของภาพ, Getty Images

เกิดจากติดเชื้อไวรัสที่มากับการไอและจาม รวมทั้งการสัมผัสของใช้ในบ้านเช่นช้อนส้อมหรือมีด ทำให้มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่จะเกิดแผลเปื่อยในปาก รวมทั้งเกิดผื่นแดงบนฝ่ามือและฝ่าเท้า โรคนี้จะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา

2px presentational grey line

ตุ่มและแผลพุพอง

Child with impetigo

ที่มาของภาพ, Getty Images

เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดขึ้นกับผิวหนังซึ่งมีความเสียหายอยู่แล้ว ทำให้เกิดแผลพุพองสีแดงที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม มักจะเกิดขึ้นบนใบหน้าและดูเหมือนจะเป็นอาการที่รุนแรง แต่สามารถรักษาได้ไม่ยากด้วยการทายาครีมปฏิชีวนะ

man itching his arm

ที่มาของภาพ, Getty Images