ศักดิ์สยาม ชิดชอบ : การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน กับข้อหา "ซุกหุ้น" หจก. ก่อสร้างบุรีเจริญ-เทงบทางหลวงกระจุกที่บุรีรัมย์

thn

ที่มาของภาพ, ThAi news pix

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านว่าไม่ได้ใช้ลูกจ้างเป็น "นอมินี" ถือหุ้น หจก. บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 119.5 ล้านบาท แต่ขายให้เพื่อน ชี้ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะซื้อขายก่อนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)

นี่เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ทว่าเขาถูกซักฟอกในประเด็นที่แตกต่างจากการอภิปรายรอบก่อน ๆ เมื่อ ส.ส. พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เปิดฉากกล่าวหาว่ารัฐมนตรีรายนี้มีพฤติกรรมใช้นอมินี "ซุกหุ้น"

ในการอภิปรายวันแรก (19 ก.ค.) นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายศักดิ์สยามปกปิดทรัพย์สินในส่วนที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยใช้ลูกจ้างเป็นนอมินี และจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อให้ตนเองมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโครงการต่าง ๆ ของรัฐ

วันนี้ (20 ก.ค.) นายศักดิ์สยามได้นำเอกสารที่อ้างว่าเป็นหลักฐานการโอนเงินจากนธนาคารธนชาต สาขาบุรีรัมย์ ที่รับโอนจากนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ ซึ่งนายศักดิ์สยามระบุว่าเป็นเพื่อน จากธนาคารธนชาต สาขาบางบัวทอง จำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ เดือน ส.ค. 2560 ถึงเดือน ม.ค. 2561 รวม 119.5 ล้านบาท

"มีการซื้อขายกันจริงครับจากคุณศุภวัฒน์ ซึ่งเป็นเพื่อนของผม" นายศักดิ์สยาม กล่าว

นายศักดิ์สยาม ยังแสดงหนังสือรับรองของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกล่าวถึงเหตุที่ทำไมไม่ยืนหลักฐานกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่าตามหลักเกณฑ์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรณีที่ต้องยื่นมีเรื่องเดียวคือกรณีที่มีการเพิ่มเงินลงทุนหรือจดใหม่ ส่วนกรณีการโอนหุ้นไม่ต้องยื่น

"ต้องเรียนครับว่าตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค. 2561 ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของ หจก. บุรีเจริญ อย่างไรทั้งสิ้น ส่วนเงินที่ได้รับจากการขายหุ้น เป็นเรื่องส่วนตัวของผมที่จะนำไปใช้อะไร คิดว่าคงไม่ต้องนำมารายงานกับเพื่อนสมาชิก"

ส่วนกรณีที่ไม่มีรายงานในบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายศักดิ์สยามชี้แจงว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นขณะที่เขายังไม่เข้าสู่ตำแหน่ง

"ผมเข้าสู่ตำแหน่ง ส.ส. เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2562 แล้ว ตามกฎหมายแจ้งบัญชีทรัพย์สินที่มี ณ ขณะนั้น ภายใน 30 วัน ซึ่งได้แจ้งไปเรียบร้อย และมีเอกสารต่าง ๆ ประกาศชัดเจน เพราะฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นก่อน ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับที่้ต้องมาชี้แจง" รมว. คมนาคม กล่าว

ปัดเทงบกรมทางหลวง-ทางหลวงชนบท กระจุกที่บุรีรัมย์

จากกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายว่า นายศักดิ์สยามใช้อำนาจจัดงบประมาณของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ไปที่ จ.บุรีรัมย์ มากกว่าปกติ นายศักดิ์สยาม ได้นำข้อมูลคำของบฯ ย้อนหลัง 10 ปี ของทางหลวงตั้งแต่ 2557-2564 โดยบอกว่า มีการของบฯ ไปมากทุกปี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แต่ได้รับการจัดสรรไม่เกิน 1 ใน 3 เพราะมีทั้งการจัดตั้งงบของโครงการขนาดใหญ่และงบปีเดียว การพิจารณาโครงการต่าง ๆ กรมทางหลวง จะเสนอโครงการที่มีความพร้อม และศึกษามาอย่างดีแล้วมาที่กระทรวง ผ่านรองปลัด ปลัดกระทรวง ก่อนรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อลงนามและเสนอไปยังสำนักงบประมาณตามขั้นตอน

"ทั้งหมดเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ได้มีเรื่องของการสามารถไปสั่งให้ได้ว่าจะต้องลงตรงนั้นตรงนี้"

กรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายว่างบฯ โครงการก่อสร้างของคมนาคมไปกระจุกตัวที่ จ.บุรีรัมย์ ว่า ในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา จ.บุรีรัมย์ ไม่ได้งบประมาณมากไปกว่าจังหวัดอื่น ถ้าเทียบเคียงกับ อยุธยา นครราชสีมา นครปฐม จังหวัดเหล่านี้ได้งบฯ จัดสรรมากกว่าบุรีรัมย์

"ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่า งบประมาณที่สูงขึ้นในห้วงท้าย ๆ ต้องเรียนว่า เพราะว่า ในอดีตที่ผ่านมา การพัฒนาใน จ. บุรีรัมย์ และจังหวัดใกล้เคียงในภาคอีสานได้รับการจัดสรรงบฯ น้อย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการพัฒนา ซึ่งเคยเรียนแล้วว่า จ. บุรีรัมย์ พัฒนาโดยภาคเอกชน ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน ท่องเที่ยว จึงต้องสร้างระบบคมนาคมไปรองรับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนผมจะมาด้วยซ้ำไป"

ส่วนข้อกล่าวหาการฮั้วประมูล รมว.ศักดิ์สยาม ตอบว่า การดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างยึดมั่นระเบียบกฎหมาย ตลอด ส่วนประเด็นการฮั้วราคาหรือไม่ใน จ.บุรีรัมย์ นายศักดิ์สยาม ได้นำเสนอสไลด์ข้อมูลชื่อบริษัทที่ประมูลได้งานก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท มีจำนวน 35 บริษัท

"ถามเหมือนกันครับว่า ถ้ามีการฮั้วประมูลงานทำไมบริษัทที่ได้งาน จึงมีมากถึง 35 บริษัท ถ้าฮั้วน่าจะมีเพียง 1-2 บริษัทเท่านั้น"

ปกรณ์วุฒิ ก้าวไกล เปิดข้อมูล "ซุกหุ้น"

นายปกรณ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ไล่เรียงพฤติกรรมเอาไว้ ดังนี้

  • 2539 ก่อตั้ง หจก.บุรีเจริญคอนสตรักชั่น โดยมีตระกูลชิดชอบถือหุ้น 80% ใช้บ้านของนายศักดิ์สยามในขณะนั้นเป็นที่ตั้งสำนักงาน
  • 2540 เมื่อมีตำแหน่งการเมือง นายศักดิ์สยามได้ออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น และย้ายที่ตั้งสำนักงานไปที่อื่น
  • 2558 นายศักดิ์สยามกลับมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท และย้ายที่ตั้งสำนักงานมาอยู่ที่บ้านหลังใหม่ของตัวเอง
  • 2558-2560 ได้งานยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวม 440 ล้านบาท
  • 2559-2560 มีรายได้รวม 576 ล้านบาท
  • 2561 เมื่อมีกระแสข่าวว่าจะเลือกตั้ง นายศักดิ์สยามได้โอนหุ้นทั้งหมดมูลค่า 119.4 ล้านบาท ไปให้นอมินีที่ชื่อ "นายเอ" และย้ายที่ตั้งสำนักงานออกจากบ้านตัวเอง ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรี 23 วัน

เขาตั้งคำถามว่า นี่เป็นการเปลี่ยนชื่อ "คนถือหุ้น" ให้เป็น "นอมินี" หรือมีการซื้อขายหุ้นจริง เนื่องจากไม่พบหลักฐานว่ามีการชำระเงินค่าหุ้น หากมีการซื้อขายกันจริงไม่ว่าจะต่ำหรือสูงกว่าราคาทุน 120 ล้านบาท นายศักดิ์สยาม หรือผู้ถือหุ้นคนใหม่ ก็จำเป็นต้องยื่นมูลค่าหุ้นส่วนเกินเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี หรือหากซื้อขายเท่าราคาทุน นายศักดิ์สยามก็ต้องระบุเงินที่ได้จากการขายหุ้นเป็นทรัพย์สิน แล้วแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

อย่างไรก็ตามในการยื่นรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนายศักดิ์สยามต่อ ป.ป.ช. กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. เมื่อปี 2562 แจ้งว่า มีทรัพย์สิน 115.7 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน มีเงินสดและเงินฝากราว 76.3 ล้านบาท และมีรายการทรัพย์สินอื่น ๆ ทำให้นายปกรณ์วุฒิเกิดข้อสงสัยว่า "เงิน 120 ล้านบาทก้อนนี้หายไปไหน" และตั้งคำถามว่าเป็นการ "ซุกหุ้น" หรือไม่

chart

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

นายปกรณ์วุฒิอภิปรายกล่าวหา รมว.คมนาคม ว่า นำ หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นมาเป็นคู่สัญญากับรัฐ รับงานในกระทรวงมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท หลายงานผิดปกติ ราคาชนะประมูลต่ำกว่าราคากลางเฉลี่ยไม่ถึง 0.3% และมีคู่เทียบรายเดียว

"เอาไปให้ใครดูเขาก็ว่าฮั้ว ชัดขนาดนี้ เอาธุรกิจตัวเองเข้ามารับงานกระทรวงตัวเองเป็นรัฐมนตรีก็ว่าผิดแล้ว ยังมีพฤติกรรมฮั้วประมูลชัดเจน" นายปกรณ์วุฒิระบุ

ข้องใจ "นอมินี" ถือหุ้นบริษัทร้อยล้าน แต่กินเงินเดือน 9 พัน

ส.ส. พรรคก้าวไกลยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับตัวตนของ "นายเอ" ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทร้อยล้าน แต่กลับมีรายได้เดือนละ 9,000 บาทเท่านั้น

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่า นายเอเป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการในธุรกิจ 4 แห่ง แต่มีสถานะทิ้งร้างไป 3 แห่ง โดยแห่งที่เหลือไม่มีรายได้เลยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

ข้อมูลจากประกันสังคมและกรมสรรพากรในปี 2558-2563 พบว่า นายเอแสดงรายได้ปีละประมาณ 100,000 บาท หรือคิดเป็นเดือนละ 9,000 บาท โดยแจ้งแหล่งรายได้เดียวคือ เงินเดือนจากบริษัท ศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) ธุรกิจครอบครัวของตระกูลชิดชอบ ตั้งแต่ปี 2558 ไล่เลี่ยกับช่วงที่นายศักดิ์สยามเป็นกรรมการบริษัทศิลาชัยฯ

ข้อมูลงบดุลของบริษัทศิลาชัยฯ ปี 2561-2563 ระบุว่า "ลูกจ้าง" คนนี้กลายเป็น "เจ้าหนี้" เงินกู้ระยะยาว 221.5 ล้านบาทของบริษัท และล่าสุดในปี 2564 บริษัทกลายเป็นลูกหนี้ของลูกจ้างคนนี้ 250.2 ล้านบาท

2562 บริษัทศิลาชัยฯ บริจาคเงินให้พรรค ภท. จำนวน 4.7 ล้านบาท ส่วน หจก.บุรีเจริญฯ บริจาคให้พรรค ภท. จำนวน 4.8 ล้านบาท

2563-2564 บริษัทศิลาชัยฯ กู้เงินเพิ่มจากนายเอ 109 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นการกู้เงินโดยไม่มีการทำสัญญา หรือคิดดอกเบี้ยใด ๆ

"ถ้าเราลองเปลี่ยนชื่อพฤติการณ์นี้ทั้งหมดจาก นายเอ เป็น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และบริษัทศิลาชัยฯ เป็นเหมือนกงสี ทุกอย่างก็ดูเรียบง่าย ตัวเลขกำไรขาดทุนก็อาจไม่สำคัญมากนัก ถึงบริษัทจะขาดทุนและเป็นหนี้อยู่เป็นร้อยล้าน แต่เป็นหนี้คนในครอบครัว เอาเงินไปบริจาคให้พรรคการเมืองตัวเอง ก็เป็นเรื่องที่ไม่แปลกอะไร" ส.ส.ปกรณ์วุฒิกล่าว

ผังแสดงเส้นทาง "นอมินี" ที่ ส.ส.ปกรณ์วุฒิใช้ประกอบการอภิปรายกล่าวหา รมว.คมนาคม เมื่อ 19 ก.ค.

ที่มาของภาพ, กองโฆษก พรรคก้าวไกล

คำบรรยายภาพ, ผังแสดงเส้นทาง "นอมินี" ที่ ส.ส.ปกรณ์วุฒิใช้ประกอบการอภิปรายกล่าวหา รมว.คมนาคม เมื่อ 19 ก.ค.

เมื่อสรุปเส้นทางความสัมพันธ์ระหว่าง "นายเอ" กับนายศักดิ์สยามอีกครั้ง พบข้อมูลดังนี้

  • 2554 ซื้อที่ดินเขากระโดงจากบิดาของนายศักดิ์สยาม
  • 2558 เข้าเป็นลูกจ้างบริษัทศิลาชัยฯ พร้อม ๆ กับที่นายศักดิ์สยามเข้ามาเป็นกรรมการบริษัท
  • 2561 รับโอนหุ้นของ หจก.บุรีเจริญฯ ทั้งหมดจากนายศักดิ์สยาม
  • 2564 เป็นเจ้าหนี้บริษัทศิลาชัยฯ จำนวน 250.2 ล้านบาท