งบ 2566 : เปิดรายละเอียดงบประมาณปีสุดท้ายของรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทีถูกเปรียบเป็น “ขอทานจัดเลี้ยงวันเกิด”

Budget

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, การจัดทำงบปี 2566 ถือเป็นการจัดทำงบประมาณครั้งสุดท้ายของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2"
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 วงเงิน 3,185,000 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. นี้ ซึ่งถือเป็นการจัดทำงบประมาณครั้งสุดท้ายของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" ก่อนครบวาระในเดือน มี.ค. 2566 พบว่า 8 กระทรวงในกำกับดูแลของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ถูกปรับลดงบประมาณแม้แต่หน่วยงานเดียว

แกนนำพรรคฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ตั้งฉายาร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ว่าเป็น "ขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด" โดยให้เหตุผลว่า ในสภาพที่ประเทศยากจน ลำบาก ฐานะการคลังถดถอย ต้องไปกู้มา แต่การจัดสรรงบกลับไม่มีช่องทางก่อให้เกิดรายได้ รัฐบาลไม่สามารถเก็บรายได้ได้ตามเป้า

นายสุทินยังกล่าวหาว่า "จัดงบในเชิงกระจายไปตามพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อรักษาสถานะซื้อใจพรรคร่วม ส่อให้เกิดการทุจริต"

ส่วนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปรียบเปรยการจัดทำงบประมาณปี 2566 เป็นเหมือน "งบช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้" โดยจัดสรรงบไปกับรายการงบกลางมากที่สุดกว่า 5 แสนล้านบาท โดย 80% เป็นงบบำเหน็จ บำนาญ และงบรักษาพยาบาลของข้าราชการ ไม่ตอบโจทย์เรื่องการฟื้นฟูประเทศ

นี่เป็นอีกครั้งที่นักการเมืองฝ่ายค้านส่งสัญญาณว่าจะโหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2566 แม้ตลอด 3 ปีเศษที่ผ่านมา เสียงในสภาของฝ่ายค้านไม่อาจเอาชนะฝ่ายรัฐบาลได้ก็ตาม โดยโฆษกรัฐบาล/โฆษกพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนจากหลายพรรคได้ออกมาวิจารณ์ฝ่ายค้านกลับว่า "จ้องเล่นเกมการเมือง" "กล่าวหารุนแรงเกินไป" และ "ดูถูกประชาชน"

parliament

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม จะนำเสนอหลักการต่อที่ประชุมสภาล่างในวันที่ 31 พ.ค. แล้วเปิดให้อภิปรายกัน 3 วัน

ในร่างกฎหมายงบประมาณปี 2566 รัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ กำหนดวงเงินประมาณเอาไว้ 3,185,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17.79% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณปัจจุบัน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 2.74%

รัฐบาลประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 2,490,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.91% ของจีดีพี และกำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 695,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.88% ของจีดีพี พร้อมระบุว่า "การขาดดุลงบประมาณจำนวนดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยและฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว"

เอกสารงบประมาณของรัฐบาลที่เตรียมเสนอต่อสภา ยังเปิดเผยถึงตัวเลขการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2565 ว่าจะขยายตัวในช่วง 3.5-4.5% และอัตราเงินเฟ้อน่าจะอยู่ในช่วง 1.5-2.5% ส่วนในปี 2566 คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวช่วง 3.2-4.2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ ทั้งภาคท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น การส่งออกสินค้ามีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก การกลายพันธุ์และการระบาดของไวรัส รวมถึงการลดลงของแรงขับเคลื่อนทางการคลัง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ในช่วง 0.5-1.5%

4 ปี "ประยุทธ์ 2" ตั้งงบกลางกว่า 2.3 ล้านล้านบาท

รัฐบาลตั้งงบกลางปี 2566 ไว้ที่ 590,470 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.5% ของงบประมาณรวมทั้งหมด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโครงสร้างงบประมาณ ทั้งนี้เมื่อนำตัวเลขงบกลางตลอดอายุของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" มารวมกัน จะพบว่ามีการตั้งงบก้อนนี้เอาไว้สูงถึง 2,311,262.4 ล้านบาท

การตั้งงบกลางของรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่าเป็นการ "ตีเช็คเปล่า" เพราะไม่ปรากฏรายละเอียดของโครงการ แต่มีเฉพาะ "หัวข้อ" กับ "วงเงิน" เท่านั้น ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีโอกาสตรวจสอบและกลั่นกรองก่อน

Budget

ยุทธศาสตร์ไหนที่รัฐบาลเน้นหนัก

การจัดทำงบปี 2566 ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ยังอยู่ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก และแผนงานกว่า 60 แผน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมเป็นอันดับแรก ด้วยการตั้งงบเอาไว้ 759,861.3 ล้านบาท คิดเป็น 23.9% ของงบประมาณแผ่นดิน

Budget

ส่วนงบที่ตั้งไว้ตามแผนงานบูรณาการ 11 แผนงาน ภายใต้งบประมาณรวม 218,477.7 ล้านบาท พบว่า รัฐบาลยังคงทุ่มงบไปกับการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์แบบทุกปีที่ผ่านมา ภายใต้วงเงินรวม 131,372.8 ล้านบาท รองลงมาคือการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 54,121.96 ล้านบาท และเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 11,086.9 ล้านบาท ปีนี้ยังเป็นอีกครั้งที่งบขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกปรับลดลง จนเหลือ 6,251.2 ล้านบาท

ตัดงบ 6 หน่วยงาน ทั้ง กห.-ศธ.-ส่วนราชการในพระองค์

แม้ภาพรวมของงบประมาณปี 2566 จะเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.7% แต่บีบีซีไทยตรวจสอบพบว่า ในหน่วยงานขอรับงบประมาณ 34 หน่วยงาน มีอยู่ 6 หน่วยงานถูกปรับลดงบลงหากเทียบกับปีงบประมาณ 2565 ประกอบด้วย หน่วยงานของรัฐสภา ถูกตัดงบในสัดส่วนสูงสุด 4.2% (336.1 ล้านบาท) รองลงมาคือ กระทรวงวัฒนธรรม ถูกตัดงบ 3.5% (245.5 ล้านบาท), กระทรวงกลาโหม ถูกตัดงบ 2.2% (4,373.7 ล้านบาท), ส่วนราชการในพระองค์ ถูกตัดงบ 1.7% (149.7 ล้านบาท), กระทรวงศึกษาธิการ ถูกตัดงบ 1.4% (4,526.4 ล้านบาท) และหน่วยงานอื่นของรัฐ ถูกตัดงบ 0.1% (5 แสนบาท)

ขณะเดียวกันในรายการรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง และรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย รัฐบาลระบุว่า "ไม่มีรายการที่ต้องเสนอตั้งงบประมาณ" ทำให้งบก้อนนี้หายไป 100%

ส่วนหน่วยงานที่ได้รับการจัดสรรงบเพิ่มในสัดส่วนสูงสุดคือ รัฐวิสาหกิจ ได้งบเพิ่ม 27.5% (35,124.2 ล้านบาท) รองลงมาคือ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ได้งบเพิ่ม 24.8% (4,316.7ล้านบาท) และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งอยู่ในความดูแลของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้งบเพิ่ม 14.8% (16,214.5 ล้านบาท)

สำรวจงบกระทรวงในกำกับพรรคร่วมฯ

ที่น่าสนใจคือ กระทรวงที่มีพรรคร่วมรัฐบาลเป็นเจ้ากระทรวง หรือรัฐมนตรีว่าการ (รมว.) ทั้งหมด 8 กระทรวง ไม่ถูกปรับลดงบประมาณเลยแม้แต่กระทรวงเดียว มีแต่จัดสรรงบเพิ่มให้ด้วย

Budget

พรรคภูมิใจไทย

  • กระทรวงคมนาคม 180,502 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากงบปี 2565
  • กระทรวงสาธารณสุข 156,408.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากงบปี 2565
  • กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 5,330.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7% จากงบปี 2565

พรรคประชาธิปัตย์

  • กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 126,067.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% จากงบปี 2565
  • กระทรวงพาณิชย์ 6,489.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากงบปี 2565
  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 24,626,9 ล้านบาท

พรรคชาติไทยพัฒนา

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 30,638.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากงบปี 2565

พรรครวมพลัง (รวมพลังประชาชาติไทยเดิม)

  • กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 124,748.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากงบปี 2565

ขณะที่กระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบทะลุแสนล้านบาท ก็ยังคงเป็น 8 กระทรวงเดิม ๆ ในจำนวนนี้มีกระทรวงกลาโหม และกระทรวงศึกษาธิการ รวมอยู่ด้วย แม้ทั้ง 2 กระทรวงจะถูกตัดงบไปกว่า 4 พันล้านบาทก็ตาม โดยกระทรวงศึกษาธิการขอตั้งงบไว้สูงสุดที่ 325,900.2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.2% ของงบทั้งหมด ตามด้วยกระทรวงมหาดไทย ตั้งงบไว้ 325,578.9 หรือคิดเป็น 10.2% เช่นกัน

ส่วนอีก 6 กระทรวงที่เหลือ ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

Budget