งบ 2565: มติสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯ ภูมิใจไทย “น้อยใจ” แต่ไม่คว่ำร่าง พิธาเหน็บ “อภิปรายอย่างราชสีห์ ลงคะแนนอย่างกับหนู"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงจากบัลลังค์ ครม. มานั่งพูดคุยกับลูกพรรคของเขากลางสภา เมื่อ 2 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงจากบัลลังค์ ครม. มานั่งพูดคุยกับลูกพรรคของเขากลางสภา เมื่อ 2 มิ.ย.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ด้วยคะแนนเสียง 269 ต่อ 201 งดออกเสียง 2 เสียง โดย ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เปิดฉากอภิปรายตัดพ้อ กรณีถูกตัดงบหน่วยงานในกำกับดูแลของพรรค ก็ได้ร่วมโหวตรับร่างฯ ตามคาด

จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 จำนวน 72 คน ในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนของ ภท. 7 คน ซึ่งปรากฏรายชื่อ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และนายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ซึ่งร่วมวิพากษ์วิจารณ์การจัดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ร่วมเป็น กมธ. ด้วย

ด้าน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ยินดีที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ผ่านมติไปด้วยดี จะได้ใช้งบประมาณต่าง ๆ ในการเดินหน้าให้เร็วที่สุด หลายอย่างต้องเร่งดำเนินการ สถานการณ์ในขณะนี้จะช้าไม่ได้

ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ พล.อ. ประยุทธ์ยังยืนยันด้วยว่าความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นแฟ้นดี และบอกด้วยว่า "เป็นธรรมดาในสภา พอมีไมค์ ก็องค์สิงกัน"

ตลอดเวลา 3 วันของการเปิดอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ส.ส. ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอภิปรายเปรียบการจัดงบประมาณของ 2 กระทรวง หลังพบว่ากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ถูกปรับลดงบประมาณลงจากปี 2564 เป็นเงินกว่า 4.3 พันล้านบาท ขณะที่กระทรวงกลาโหม แม้งบในภาพรวมลดลง 1.1 หมื่นล้านบาท แต่เหล่าทัพต่าง ๆ กลับเสนอตั้งงบขอจัดซื้ออาวุธเพิ่ม

พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา เดินออกจากห้องประชุมในจังหวะเดียวกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลุกขึ้นชี้แจงกลางสภาเมื่อ 1 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา เดินออกจากห้องประชุมในจังหวะเดียวกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลุกขึ้นชี้แจงกลางสภาเมื่อ 1 มิ.ย.

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้รับมอบหมายจากต้นสังกัดให้อภิปรายสรุปภาพรวมในนามของพรรคช่วงบ่ายวันที่ 2 มิ.ย. และเป็นอีกครั้งที่สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลพรรคนี้ตั้งคำถามต่อการตัดงบ สธ. ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้า ภท. เป็นเจ้ากระทรวง

นายศุภชัยกล่าวว่า การจัดงบปี 2565 สำนักงบประมาณไม่เตรียมมอบอาวุธให้นักรบที่เป็นหน่วยหน้าในการสู้รบกับโควิด-19 มีการปรับลดงบ สธ. หรืองบที่ควรอยู่ในมือของคนสาธารณสุข เงินที่จำเป็นต้องใช้ กลับถูกหน่วยงานอื่นไปเป็นผู้จัดการเงินเหล่านั้น ทำนองว่า "คนทำไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทำงบประมาณ" เช่น งบการซื้อวัคซีนที่ถูกตัดทิ้งแล้วโอนไปอยู่ในส่วนอื่น

"ในฐานะผู้แทนประชาชน เรารู้สึกผิดหวังในการจัดงบ ไม่อยากจะพูดว่าสำนักงบประมาณจัดงบครั้งนี้เหมือนท่านใจดำกับคนทำงาน ใจดำกับประชาชน และท่านละเลยเรื่องนี้ ท่านไม่เข้าใจว่าคนที่ทำอยู่หน้างานต้องเจออะไรบ้าง สำนักงบประมาณจัดงบอยู่ในห้องแอร์ หอคอยงาช้าง และไม่ทราบว่าสิ่งที่ควรจะจัดต้องจัดอย่างไร" ส.ส. ภท. กล่าว

ด่านหน้าต้านโควิด กับงบที่หายไป. งบปี 65 สธ. 158,278.6 ลบ. (ลดลง -2.7%). .

แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันกลางสภาหลายครั้งว่างบของ สธ. ไม่ได้หายไปไหน แต่ไปจัดสรรไว้ในงบกลาง และในพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ทำให้นายศุภชัยเอ่ยปากขอบคุณ แต่มิวายยืนยันว่า "ยังติดใจ และขอให้ท่านนำข้อเสนอข้อคิดเห็นของ ภท. ไปพิจารณาต่อด้วยความเข้าใจด้วย"

"สิ่งที่ ส.ส. ภท. เสนอไปเกิดจากความน้อยใจหรือไม่นั้น อาจจะใช่" เขายอมรับ

ภท. ซัดปล่อย "รัฐราชการครอบงำจัดงบ"

ส.ส. พรรคอันดับสองของรัฐบาลยังวิพากษ์วิจารณ์หัวหน้ารัฐบาลว่าบริหารประเทศโดยใช้รูปแบบ "รัฐราชการ" ใช้ข้าราชการบริหารในช่วง 5 ปีที่เป็นนายกฯ หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 เพราะต้องการอำนาจที่เบ็ดเสร็จ ใช้ข้าราชการเป็นมือไม้ในการปฏิรูปประเทศ มาวันนี้ "รัฐราชการพยายามครอบงำการจัดงบแผ่นดินอยู่ พยายามแทรกแซงฝ่ายบริหาร และผมไม่เชื่อว่านายกฯ จะรู้เรื่องนี้"

"แม้นายกฯ ตอนนั้นกับตอนนี้เป็นคนเดียวกัน แต่สถานะต่างกัน วันนี้ท่านมาจากการเลือกตั้ง จากสภาแห่งนี้ จากการเลือกตั้งของประชาชน ภท. เป็นพรรคหนึ่งที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ดังนั้นสิ่งที่ท่านต้องคำนึงคือการอยู่ร่วมกันต้องอยู่กันอย่างเข้าใจ ให้เกียรติกันเพื่อร่วมกันทำงาน" นายศุภชัยกล่าว

mp

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

ลูกพรรคของนายอนุทินกล่าวต่อไปว่า ภท. ตั้งใจทำงานสนับสนุนพรรครัฐบาล และหัวหน้าพรรคก็ทุ่มเททำงานเต็มที่ แต่การมีศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ขึ้นมา และมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โอนอำนาจตามกฎหมายเกือบ 40 ฉบับของ สธ. ไปอยู่ที่ ศบค. โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผู้จัดการทั้งหมด มีอำนาจมากกว่า ถามว่าตรงนี้ ภท. รู้สึกอย่างไร

"ท่านไม่คิดหรือว่าพวกเรารู้สึก แม้เราไม่พูด แต่เราคิด จึงมีเสียงสะท้อนมาตั้งแต่วันแรกว่า 'กลับบ้านเถอะ'... หัวหน้าพรรคผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล คือลูกน้องนายกรัฐมนตรี ท่านใช้งานเขาเถอะ เขาพร้อมทำสนองท่านตลอดเวลา เวลาอยู่ในพรรค ในการประชุม นายอนุทินพูดจายกย่องนายกฯ ตลอด แต่ทำไมท่านไม่ใช้เขาล่ะครับ นี่คือสิ่งที่เราอยากสะท้อนให้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และผมอยากเรียนว่าวันนี้แนวทางการทำงานต่อไปด้วยกัน พวกเรายินดีสนับสนุนให้งานอันสำคัญของประเทศชาติมันผ่านไป แต่แนวการทำงานของรัฐบาลก็ควรต้องปรับแนวคิดใหม่" นายศุภชัยกล่าว

พิธาเหน็บ ภท. "อภิปรายอย่างราชสีห์ ลงคะแนนอย่างกับหนู"

แม้ ส.ส. ภท. เปิดอภิปรายโจมตีฝ่ายประจำซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งสำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มา 3 วัน แต่สุดท้ายนายศุภชัยก็ยืนยันว่า ภท. ยังตั้งใจสนับสนุนรัฐบาลนี้ต่อไป ตราบเท่าที่ทำงานกันด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไว้เนื้อเชื่อใจกัน ทุ่มทำงานเพื่อประชาชน

"เราพร้อมที่จะฟันฝ่าอุปสรรคที่เกิดขึ้นวันนี้ด้วยกันกับรัฐบาล โดยเราจะลงมติเห็นชอบในวาระที่ 1" นายศุภชัยกล่าวทิ้งท้าย ท่ามกลางความผิดหวังของบรรดาฝ่ายค้านที่ยุยงให้ ภท. โหวตคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ในวาระรับหลักการ

ท่าทีของนายศุภชัย เป็นท่าทีเดียวกับเพื่อนร่วมพรรคซึ่งเป็นผู้เปิดประเด็น "ชวนหัวหน้ากลับบ้าน" ในระหว่างการอภิปรายวันแรก (31 พ.ค.) ซึ่งนายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส. อุทัยธานี ภท. กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า สิ่งที่อภิปรายในวันนั้น ไม่ได้มีผลต่อการลงมติรับหรือไม่รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 โดยถือเป็นคนละเรื่องกัน เพราะได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจแล้วก็จบ ไม่มีปัญหาอะไร

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายตอนหนึ่งว่าถ้าเขาเป็นนายกฯ ในวันนี้ จะบินตรงไปหาประเทศคู่ค้าอาวํ เพื่อขอยกเว้นภาระผูกพันการจัดซื้ออาวุธทั้งหมด

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อภิปรายตอนหนึ่งว่าถ้าเขาเป็นนายกฯ ในวันนี้ จะบินตรงไปหาประเทศคู่ค้าอาวํ เพื่อขอยกเว้นภาระผูกพันการจัดซื้ออาวุธทั้งหมด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งว่า ถ้าอยากได้งบประมาณคืน จะต้องร่วมกันคว่ำร่างงบประมาณปี 2565 หรือการอภิปรายที่ผ่านมา เป็นเพียงลิเกโรงใหญ่ที่ไว้ต่อรองผลประโยชน์ เอาวัคซีน เอาสัมปทานสร้างตึก สร้างรถไฟฟ้า

"ผมได้ยินเสียงแว่วผ่านลำโพงว่าหลังอภิปรายความเหลวแหลกมา แต่ท่านก็ยังจะลงคะแนน นั่นเท่ากับแสดงให้เห็นว่าเป็นเพียงโรงลิเก ท่านอภิปรายอย่างกับราชสีห์ ลงคะแนนอย่างกับหนู" นายพิธากล่าว

นายกฯ แฉกลับอนุทินยกอำนาจให้เพราะ "สธ. ทำไม่ไหว"

หลังจากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้ทันควัน โดยยืนยันว่าให้เกียรติรองนายกรัฐมนตรีทุกคน สามารถคุยกับนายกฯ ได้ทุกโอกาส ยิ่งสถานการณ์โควิดก็มีการหารือกันมาตลอด โดยเฉพาะ รมว.สธ. คุยกันบ่อยครั้งมากเพื่อพิจารณาร่วมกัน เป็นเหมือนที่ปรึกษา ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนข้อมูลที่ได้รับก็มาจากหลายฝ่าย จากนั้นจึงนำมาประมวลและให้แนวทางกับ ศบค. เพื่อพิจารณาบริหารจัดการต่อไป

"การที่บอกว่าผมไม่ให้เกียรติ ผมว่าคิดคนละทางมากกว่า ถ้าสมมติผมตั้งเลขาธิการ สมช. มาเป็น ผอ.ศบค. แล้วผมให้รองนายกฯ ไปนั่งข้าง ๆ ค่อยว่าผม" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

พล.อ. ประยุทธ์ ซึ่งเป็น ผอ.ศบค. ชี้แจงว่าที่ต้องรวบอำนาจตามกฎหมาย 30 ฉบับมาไว้ที่ ศบค. เพื่อบูรณาการการทำงานของหน่วยงานอื่น ๆ เนื่องจาก พ.ร.บ.โรคติดต่อ ให้อำนาจ สธ. เท่านั้น เช่นเดียวกับการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ที่ต้องดึงอำนาจมาเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบเมื่อไร จึงต้องดูว่าจะจัดสรรงบประมาณได้อย่างไร

mp

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

นายกฯ ย้ำว่า "เรื่องที่นายกฯ ยึดอำนาจมา ไม่ใช่" พร้อมเปิดเผยบทสนทนากับรองนายกฯ อนุทิน ไว้ว่า...

  • นายกฯ : จะเอาคืนไปหรือยัง
  • รองนายกฯ : ยังหรอกครับ สธ. ทำไม่ไหวครับ เพราะไปสั่งใครเขาไม่ได้ สั่งการได้แต่ข้าราชการ สธ.

"ผมถามว่าใช่ไม่ใช่ ผมถาม ส.ส. ถ้าใช่ ก็โอเค ใช่ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ว่ากันอีกที กฎหมายมีทุกกระทรวง หน้าที่ภารกิจเขามีอยู่แล้ว พ.ร.บ. โรคติดต่อเป็นของ สธ. แล้ววันนี้ไปไหวไหมครับ ผมอยากจะคืนให้ตั้งนานแล้ว ท่านบอกเอาไว้ก่อน นี่คือข้อเท็จจริง ผมไม่อยากสร้างความขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น" พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

นายกฯ ยืนยันว่า ในส่วนของ สธ. ส่วนตัวดูแลทุกเรื่อง ไม่เคยขัด อนุมัติหมด โดยเฉพาะวัคซีนซึ่งให้อำนาจในการจัดซื้อจัดจองทุกอย่าง และยืนยันในความสุจริตและความตั้งใจของตัวเอง พร้อมรับฟังคนอื่นตลอดเวลา ไม่ใช่ใช้อำนาจตลอดเวลา

"อำนาจมันอยู่ไม่นาน หลายคนต้องการอำนาจ ผมไม่ต้องการอำนาจ ผมต้องการความร่วมมือ ต้องการความร่วมใจ ถ้าไม่มีใครมาว่า บิดเบือนรัฐบาล ผมไม่เคยไปตอบโต้ท่าน แต่ถ้าโจมตีเสียหาย มันก็จำเป็น ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงอันดัง

นายกฯ ขอบคุณนายชวน หลีกภัย หลังเสร็จศึกอภิปรายงบประมาณเมื่อเวลา 00.04 น. ของวันที่ 3 มิ.ย.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายกฯ ขอบคุณนายชวน หลีกภัย หลังเสร็จศึกอภิปรายงบประมาณเมื่อเวลา 00.04 น. ของวันที่ 3 มิ.ย.

วรรคทองนายกฯ กลางสภา

ในช่วง 3 วันที่ พล.อ. ประยุทธ์ลุกขึ้นตอบโต้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของฝ่ายนิติบัญญัติ เขาได้ทิ้งวาทะไว้มากมาย อาทิ

  • "ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรดีขึ้นเลย 7 ปี ผมก็น้อยใจเหมือนกันนะ" (1 มิ.ย.)
  • "ในสถานการณ์ที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ผมใช้หนี้จำนำข้าวไปเท่าไหร่ ไม่อยากจะย้อนกลับ แต่ใช้หนี้ไปแล้ว 7.05 แสนล้านบาท เหลือภาระหนี้อีก 2.8 แสนล้านบาท ต้องใช้อีก 12 ปีถึงจะหมด" (1 มิ.ย.)
  • "ผมไม่ได้หวังเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ผมเป็นนายทหารเก่า ไม่ใช่เลย ผมไม่ต้องการทำให้ใครทั้งสิ้น ผมต้องการทำให้ประเทศชาติและประชาชนปลอดภัย มีความสุข" (1 มิ.ย.)
  • "การทำงานวันนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนผมไม่ใช่เผด็จการ เพราะผมทำงานกับนักการเมือง ทำงานกับรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ส.ส. ผมว่าผมก็เปลี่ยนแปลงไปเยอะเหมือนกันนะ แต่เสียงก็ยังดังเหมือนเดิม เพราะว่าบางทีมันก็อัดอั้น ขอโทษด้วยแล้วกัน ผมไม่มีเจตนาอะไรกับใครทั้งสิ้น" (2 มิ.ย.)
  • "ผมทำงานทั้งวันทั้งคืน ผมไม่เคยมีความสุข ตราบใดที่คนไทยไม่มีความสุข ผมก็ไม่มีความสุข ผมไม่ใช่คนใจดำ และผมไม่ต้องการผลประโยชน์ นั่นคือผม" (2 มิ.ย.)

ผลจากการกล่าวพาดพิงโครงการจำนำข้าว ซึ่งเป็นเมกะโปรเจคต์ยุครัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทำให้อดีตนายกฯ หญิงออกมาตอบโต้ผ่านบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของเธอ โดยบอกว่า "คุณประยุทธ์กล่าวเท็จในสภา" พร้อมแจกแจงรายละเอียดต่าง ๆ รวม 5 ข้อ

"วันนี้ดิฉันไม่ได้บริหารประเทศมา 7 ปีแล้ว คุณประยุทธ์หัดโทษตัวบ้างเถอะค่ะ อย่าโทษแต่ดิฉันเลย ดิฉันฟังมา 7 ปีแล้ว สุภาพบุรุษ ชายชาติทหารเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอกค่ะ" น.ส. ยิ่งลักษณ์ระบุข้อความทิ้งท้าย

สำหรับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 5 ปี ในคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยที่เธอชิงหลบหนีออกนอกประเทศก่อนถึงวันศาลนัดอ่านคำพิพากษาเมื่อปี 2560

งบปี 65 จำแนกตามหน่วยขอรับงบ. . .