งบ 2565 : ฝ่ายค้าน-ภูมิใจไทยรุมวิจารณ์ตัดงบ สธ. ไม่สะท้อนวิกฤตโควิด ลูกพรรคอนุทินบอกหัวหน้า “ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะ”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างการประชุมสภา 31 พ.ค.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หารือกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างการประชุมสภา 31 พ.ค.
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปรายงบประมาณปี 2565 เปิดอภิปรายฝีมือการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงความล้มเหลวในการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ประชาชน ทว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าในเดือน มิ.ย. จะมีวัคซีนเข้ามาอย่างเพียงพอ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. โดยมี ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 55 คน แจ้งความประสงค์ขออภิปรายในช่วง 3 วันนี้

เพียงวันแรก มี ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 3 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล และพรรคพลังปวงชนไทย ประกาศ "ไม่รับร่างฯ" กลางสภา โดยให้เหตุผลว่าการจัดทำงบประมาณไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังทุกข์ทรมาน แต่รัฐบาลกลับจัดงบราวกับไม่มีเหตุร้ายใด ๆ และพากันให้คำจำกัดความในการจัดทำงบปี 2565 ไปต่าง ๆ นานา อาทิ "อยู่คนละโลกกับประชาชนเจ้าของประเทศ" "ไม่ลืมหูลืมตา" "ไร้ทิศทาง-ไร้อนาคต" "ไร้สามัญสำนึก"

ที่น่าสนใจคือ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมอภิปรายวิจารณ์กรณี สธ. ถูกตัดงบประมาณกว่า 4,338 ล้านบาท พร้อมบอกหัวหน้าพรรคตัวเองว่า "ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะครับ"

ชุดข้อมูลเศรษฐกิจในมือนายกฯ

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม นำเสนอหลักการในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 185,962.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.66% และเป็นการตั้งงบขาดดุลบัญชี 700,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2564 มีโอกาสขยายตัวช่วง 2.5-3.5% และปี 2565 คาดว่าจะขยายตัว 4-5%

นายกฯ ใช้เวลา 1.30 ชม. ในการเสนอหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ต่อสภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายกฯ ใช้เวลา 1.30 ชม. ในการเสนอหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ต่อสภา

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยชุดข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อยู่ในมือเขา สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

  • ประมาณการการจัดเก็บรายได้ปี 2565 ที่ 2,511,000 ล้านบาท ลดลง 10.26% จากปีก่อน เมื่อหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว เหลือรายได้สุทธิ 2,400,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
  • หนี้สาธารณะ 8,472,187 ล้านบาท คิดเป็น 54.3% ของจีดีพี (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2564)
  • เงินคงคลัง 372,784.3 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564)
  • เงินสำรองระหว่างประเทศ 250,433.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564) ซึ่งนายกฯ ระบุว่า "ถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง"

รัฐบาลกำหนดให้งบประมาณปี 2565 อยู่ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก และรายการค่าดำเนินการภาครัฐเช่นเดียวกับปีก่อน ๆ โดยมีการจัดสรรงบในนามของ "ความมั่นคง" 387,909.6 ล้านบาท คิดเป็น 12.5% ของงบแผ่นดิน

งบปี 65 จำแนกตามยุทธศาสตร์. . .

ผู้นำรัฐบาลยืนยันว่าจะเข้มงวดกวดขันในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อป้องกันทุจริต และสามารถตรวจสอบได้ทั้งโดยองค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไปที่แจ้งข้อมูลมาได้

"หวังว่าสมาชิกทุกคนจะได้มีการพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน เพราะที่นี่คือประเทศไทย นี่คือทำเพื่อประชาชนคนไทยที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล ก็ขอให้ใช้เวลาที่เรามีอยู่ 3 วันอย่างคุ้มค่าและสร้างสรรค์เพื่อวันนี้ และอนาคตลูกหลานของเราในภายภาคหน้า" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้ายการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ซึ่งใช้เวลารวม 1.30 ชม.

ส.ส. ฝ่ายค้าน-ภูมิใจไทย รุมถล่มปมตัดงบสาธารณสุข 4 พันล้าน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ส.ส. หลายคนหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลคือ การปรับลดงบของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ครั้งแรกในรอบ 12 ปี เป็นวงเงินกว่า 4,338 ล้านบาท เหลืองบอยู่ที่ 153,940 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เป็นด่านหน้าในการรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตั้งแต่การคัดกรองเชื้อโรค, การจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน

นายกฯ

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

หน่วยงานในสังกัด สธ. ที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ไม่เว้นกระทั่งพรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงมี 4 หน่วยงาน และ 1 กองทุน ที่ถูกตัดงบลงตั้งแต่ 1.3-11.8%

กรมควบคุมโรค ได้งบ 3,565 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท (คิดเป็น -11.8%)

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้งบ 1,245 ล้านบาท ลดลง 144 ล้านบาท (คิดเป็น -10.4%)

สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้งบ 22.2 ล้านบาท ลดลง 1.2 ล้านบาท (คิดเป็น -5.1%)

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้งบ 1,377.7 ลดลง 1,286 ล้านบาท (คิดเป็น -6.6%)

กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้งบ 140,550 ล้านบาท ลดลง 1,815 ล้านบาท (คิดเป็น -1.3%)

ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากคำอภิปรายของ ส.ส. เพื่อไทย และก้าวไกล เมื่อ 31 พ.ค. 2564

ด่านหน้าต้านโควิด กับงบที่หายไป. งบปี 65 สธ. 158,278.6 ลบ. (ลดลง -2.7%). .

ส.ส. พรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และนายวรศิษฎ์ เลียงประเสริฐ ส.ส.สตูล ได้ร่วมอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตัดงบ สธ. ทว่าพวกเขาจงใจขีดเส้นการวิจารณ์ที่ฝ่ายประจำคือ สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)

นายภราดรกล่าวว่า ผิดหวังกับสำนักงบประมาณที่จัดสรรงบโดยไม่ตรงสถานการณ์ที่ประเทศเผชิญอยู่ทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ

นายชาดากล่าวตำหนิ 2 หน่วยงานรัฐว่า "ไม่ให้เกียรติพี่น้องประชาชน" และ "ไม่คำนึงถึงผู้ปฏิบัติงาน" ทั้งที่ สธ. เป็นคนดูแลประชาชนในสถานการณ์โควิด

ส.ส. พรรคภูมิใจไทยพูดคุยกันในห้องประชุมสภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, ส.ส. พรรคภูมิใจไทยพูดคุยกันในห้องประชุมสภา

ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลกลุ่มนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกล่าวอ้างว่า สธ. ได้รับการจัดสรรงบให้ 45,000 ล้านบาท ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 1,000,000 ล้านล้านบาท เพราะ "ไม่ถูกฝาถูกตัว" และ "คาดหวังไม่ได้" อีกทั้งเมื่อตรวจสอบกลับพบว่าสามารถเบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวราว 20,000 ล้านบาท และแม้แต่เบี้ยเสี่ยงภัยที่จัดสรรให้แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข 6,000 ล้านบาท ผ่านไปปีกว่าแล้ว แพทย์และพยาบาลก็ยังไม่ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัย

"มันเหมือนท่านส่งทหารไปรบชายแดน สู้กับข้าศึก โดยไม่ให้อาวุธและสิ่งอำนวยความสะดวกไป แล้วบอกว่าจะยิงปืนใหญ่ไปสมทบ แล้วท่านคิดว่าศึกนี้ท่านจะชนะหรือครับ มันเป็นไปไม่ได้" นายชาดากล่าว

ส.ส. อุทัยธานี ผู้เป็นลูกพรรคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าหรือว่าวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ไม่รักนายอนุทินแล้ว ถึงตัดงบแบบนี้ "ผมก็อยากจะบอกว่าหัวหน้าครับ ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะครับ ด้วยความเคารพครับ"

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้เปิดอภิปรายแสดงความไม่พอใจการตัดงบของกระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ผู้เปิดอภิปรายแสดงความไม่พอใจการตัดงบของกระทรวงสาธารณสุข

ก้าวไกลตรวจไส้ใน พบกองทัพตั้ง "งบอำพราง"

ในขณะที่ฝ่ายค้านเปรียบเปรย สธ. เป็น "นักรบโควิดที่ถูกส่งไปรบ แต่ถูกยึดอาวุธ" พวกเขายังพบว่ากระทรวงกลาโหมได้ตั้งงบขอจัดซื้ออาวุธเพิ่ม ซึ่งสะท้อนว่า "ไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน" และ "ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญของปัญหา"

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา ตั้งคำถามต่อการจัดสรรงบให้กระทรวงกลาโหมมากกว่า สธ. เกือบ 5 หมื่นล้านบาทว่า "เรากำลังต่อสู้กับโควิด จะเอายุทโธปกรณ์ไปต่อสู้หรืออย่างไร... ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น นายกฯ ไม่ได้ยินเสียงประชาชนที่ร้องระงมเลยหรือ หรือคิดแค่รักษาอำนาจต่อไป เพื่อทำประโยชน์ให้พวกพ้อง"

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ชี้ว่าการจัดทำงบ 2565 สะท้อนถึงความอ่อนด้อยด้านการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจะก้าวพ้นวิกฤตในอนาคตได้

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา ชี้ว่าการจัดทำงบ 2565 สะท้อนถึงความอ่อนด้อยด้านการบริหารจัดการแบบมืออาชีพ ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นจะก้าวพ้นวิกฤตในอนาคตได้

เช่นเดียวกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่อภิปรายว่า รัฐบาลจัดงบขาดสามัญสำนึก ไม่รู้อะไรควรชะลอ อะไรควรจ่าย ประเทศเปรียบเหมือน "บ้านที่พ่อแม่ล้มป่วย ตกงาน แต่ลูกทรพียังตื๊อซื้อของเล่นให้ได้" สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ประชาชนอยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย ไม่รู้ว่าจะได้วัคซีน หรือฟอร์มาลีนก่อนกัน

ส.ส. ฝีปากกล้าจากพรรคก้าวไกลกล่าวต่อไปว่า การจัดทำงบปี 2565 นอกจาก " ไร้จิตสำนึกแล้วยังจงใจอำพราง หลอกลวงประชาชน" โดยแกล้งทำตัวเลขให้ภาพรวมลดลง แต่พอไปเจาะไส้ในกลับซุกซ่อน "โครงการที่น่าละอาย" อยู่เต็มไปหมด พร้อมยกตัวอย่างโครงการจัดซื้ออาวุธของ 2 เหล่าทัพที่ของบเพิ่มขึ้นจากปี 2564 เป็นวงเงินรวมกัน 2,678 ล้านบาท

กองทัพบก ภาพรวมปรับลดงบลงจากปีก่อน 6,603 ล้านบาท แต่เพิ่มงบโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ขึ้นอีก 1,805 ล้านบาท

กองทัพเรือ ภาพรวมปรับลดงบลงจากปีก่อน 1,130 ล้านบาท แต่พอเจาะเข้าไปดูโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ มีงบงอกขึ้นมา 1,406 ล้านบาท

"พฤติกรรมแสร้งลดงบในภาพรวมเพื่ออำพราง แล้วไปแอบเพิ่มเพื่อซื้ออาวุธอย่างนี้ในสถานการณ์แบบนี้ งบแบบนี้มีสามัญสำนึกหรือไม่ เพราะเห็นกันอยู่ว่าประชาชนเขาขาดวัคซีน ขาดเตียง ขาดยา ขาดเครื่องช่วยหายใจ ไม่ได้ขาดปืนใหญ่ ไม่ได้ขาดรถถัง ไม่ได้ขาดรถยานเกราะ ไม่ได้ขาดอาวุธสงคราม ถามจริง ๆ ว่าไม่ซื้ออาวุธกันสักปีจะชักดิ้นชักงอกันหรืออย่างไร กองทัพถ้าจะทำเพื่อประชาชน ไม่ต้องไปสร้างภาพเอาน้ำยาไปพ่นตามโขดหิน ง่าย ๆ ตรง ๆ แค่ลดการซื้ออาวุธ ก็ช่วยเหลือประชาชนได้มากแล้ว" นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคก้าวไกล

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

คำบรรยายภาพ, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกของพรรคก้าวไกล

ส.ส. พรรคก้าวไกลรายนี้ยังทดลองคำนวณด้วยว่า หากนำเงิน 2,678 ล้านบาท ไปแปลงเป็นการใช้จ่ายในทางสาธารณสุข จะได้ผล ดังนี้

  • ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ได้ 4.4 ล้านโดส ฉีดให้กับประชาชนได้ 2.2 ล้านคน
  • ซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ 22 ล้านโดส ฉีดให้กับประชาชนได้ 11 ล้านคน
  • ตรวจเชื้อโควิดผ่าน RT-PCR ให้กับประชาชนได้ 1 ล้านคน
  • ซื้อชุดปลอดเชื้อ (PAPR) ให้บุคลากรทางการการแพทย์ได้ 3 แสนชุด
  • ซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ได้ 22 ล้านเม็ด ช่วยชีวิตประชาชนได้ 4.46 แสนคน

ปรามาสฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" แค่วาทกรรม

การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 คืออีกประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายโจมตีรัฐบาล เพราะเห็นว่าเป็นการจัดการที่ "ผิดพลาด" ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกวัคซีนที่คิดว่าปลอดภัยสำหรับตัวเขาได้ และทำให้ประเทศมีวัคซีนจำกัด ขณะที่การกระจายวัคซีนก็ไม่หลากหลาย ไม่รวดเร็ว ไม่ทั่วถึง และไม่มีแผนการรับมืออย่างเป็นระบบ

นายวิโรจน์ชี้ว่า การจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุดคือค่าใช้จ่ายในการป้องกัน ซึ่งราคาวัคซีนแอสตร้าฯ เข็มละ 120 บาท 2 เข็ม 240 บาท แต่พอฉีดล่าช้าเพราะ "แทงม้าตัวเดียว" ทำให้มีรัฐต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วย และค่าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบซึ่งรัฐบาลจัดงบเยียวยาไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เห็นว่าการดำเนินการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เป็นที่ประจักษ์เรื่อง "ความล้มเหลว" โดยเฉพาะการกระจายวัคซีน ซึ่งเป็นผลจากการยึดอำนาจจาก สธ. ไปดูแลเอง และตั้งทหารที่ไม่มีความรู้เรื่องระบาดวิทยาควบคุมอยู่ใน ศบค.

vaccine

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

เขาคาดการณ์ว่าการประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" เป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรู เพราะนายกฯ ไม่เคยบอกเลยว่าจะทำอย่างไร และจะรอดูว่าในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ การฉีดวัคซีนแบบปูพรมด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะทำได้จริง หรือจะเป็นโรคเลื่อน

"ถ้าวัคซีนไม่มา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. โปรดแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกไปเสีย ประชาชนไม่เชื่อมั่นแล้ว ความคิดท่านเปลี่ยนไปตลอด เดี๋ยววอล์กอิน เดี๋ยวไม่วอล์ก เดี๋ยวให้ลงทะเบียน 'หมอพร้อม' เดี๋ยวไม่ลง" เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว

พล.อ. ประยุทธ์ร่ายข้อมูล โต้จัดงบให้ กห. มากกว่า สธ.

อย่างไรก็ตาม พล.อ. ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องงบประมาณ ถ้ามองตัวเลขอย่างเดียว ก็ดูเหมือนไม่เป็นธรรม ไม่ตรงกับสถานการณ์ แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลมีเม็ดเงินรองรับเรื่องโควิดหลายส่วน โดยตั้งไว้ทั้งในงบประจำและเงินกู้ พร้อมปฏิเสธเสียงวิจารณ์เรื่องการตั้งงบให้กระทรวงกลาโหมมากกว่า สธ. ว่า "ไม่ใช่ข้อเท็จจริง"

นายกฯ ได้ไล่เรียงงบประมาณของ 3 กองทุนที่อยู่ภายใต้ สธ. ประกอบด้วย กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน และกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตั้งงบรวมกัน 141,741 ล้านบาท เมื่อรวมกับงบของ สธ. 153,940 ล้านบาท ทำให้มีงบประมาณด้านสาธารณสุขทั้งสิ้น 295,681 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับปี 2564 จึงลดลงเพียง 5,930 ล้านบาท หรือลดลง 1.7%

vaccine

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

เช่นเดียวกับประเด็นวัคซีนโควิด-19 ที่ พล.อ. ประยุทธ์ยืนยันว่ามีทั้งแผนหลัก แผนรอง แผนฉุกเฉิน และคาดว่าการส่งมอบวัคซีนตามกำหนดไม่มีปัญหา ทั้งวัคซีนที่จัดหาโดยรัฐบาลคือ วัคซีนซิโนแวค และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า รวมถึงวัคซีนทางเลือกที่ได้มีการดำเนินการได้แล้วผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์

"ยืนยันว่าในเดือน มิ.ย. จะมีวัคซีนเข้ามาอย่างเพียงพอ ทั้งวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและวัคซีนทางเลือก" นายกฯ กล่าว

ส่วนที่ฝ่ายค้านประกาศคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ในวาระแรก พล.อ. ประยุทธ์กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "ก็เชิญเถอะครับ ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วแหละ เขาคงไม่โหวตให้ผมหรอก แต่ข้อสำคัญคิดถึงประชาชนกันบ้างหรือเปล่าว่าเขารออะไรอยู่"

"ส.ส. ตู้กระจก"

เมื่อ ส.ส. และ ครม. รวมกว่า 500 ชีวิตต้องมารวมตัวกันในห้องประชุมเดียวท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 1.5 แสนราย เฉพาะการระบาดระลอกที่สาม มีผู้ป่วยสะสมกว่า 1.3 แสนราย และเสียชีวิตสะสม 937 ราย จึงมี "กฎเหล็ก" จากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ให้นำมาตรการ "เว้นระยะห่าง" มาบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงเกิดภาพใหม่ ๆ ขึ้นกับสภาไทยยุควิถีใหม่ (New Normal) อาทิ

  • จัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง เก้าอี้เว้นเก้าอี้ ทั้งในส่วน ครม. ในฐานะผู้ชี้แจง และ ส.ส. ในฐานะผู้อภิปราย โดยประธานได้กำชับ ส.ส. บางคนที่ชอบมานั่งหลังผู้อภิปรายเพราะ "อยากออกทีวี" ให้นั่งแยกจากกัน และออกปากเตือนสมาชิกให้นั่งห่างกันเป็นระยะ ๆ หลังพบว่าบางคนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
ส.ส.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

ส.ส.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

  • ในระหว่างอยู่ในห้องประชุม ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า 100%
  • ในระหว่างการประชุม ผ่อนปรนให้สมาชิกไปอยู่นอกห้องประชุมได้ เพื่อลดความแออัดในห้องประชุม
  • ในระหว่างอภิปราย ต้องสวมหน้ากากหากประสงค์จะกดไมโครโฟนพูดจากที่นั่งของตนเอง แต่ถ้าใครไม่สะดวกสวมหน้ากาก ต้องไปอภิปรายที่ "แท่นตู้กระจก" ซี่งเป็นโพเดียมที่มีการติดตั้งอะคริลิกเป็นฉากกั้น โดยมี 2 จุดแยกกันระหว่างแท่นของ ครม. กับแท่นของ ส.ส. และเมื่ออภิปรายจบ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เจ้าทำความสะอาดทั้งไมโครโฟนและโพเดียมทุกครั้ง ทั้งนี้ ส.ส. คนแรกที่ถอดหน้ากากอภิปรายผ่าน "แท่นตู้กระตก" คือนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ขณะที่นายกฯ และ ส.ส. ส่วนใหญ่ได้อภิปรายภายใต้หน้ากาก
  • ในการลงมติและนับองค์ประชุม กรมควบคุมโรคแนะนำว่าไม่ควรเกิน 15 นาที
ส.ส.

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

งบปี 65 จำแนกตามหน่วยขอรับงบ. . .