งบ 2565 : ฝ่ายค้าน-ภูมิใจไทยรุมวิจารณ์ตัดงบ สธ. ไม่สะท้อนวิกฤตโควิด ลูกพรรคอนุทินบอกหัวหน้า “ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะ”

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ฝ่ายค้านใช้เวทีอภิปรายงบประมาณปี 2565 เปิดอภิปรายฝีมือการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมถึงความล้มเหลวในการจัดหาและกระจายวัคซีนให้ประชาชน ทว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าในเดือน มิ.ย. จะมีวัคซีนเข้ามาอย่างเพียงพอ
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วงเงิน 3,100,000 ล้านบาท ในวาระ 1 ขั้นรับหลักการ จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. โดยมี ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 55 คน แจ้งความประสงค์ขออภิปรายในช่วง 3 วันนี้
เพียงวันแรก มี ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างน้อย 3 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย, พรรคก้าวไกล และพรรคพลังปวงชนไทย ประกาศ "ไม่รับร่างฯ" กลางสภา โดยให้เหตุผลว่าการจัดทำงบประมาณไม่สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังทุกข์ทรมาน แต่รัฐบาลกลับจัดงบราวกับไม่มีเหตุร้ายใด ๆ และพากันให้คำจำกัดความในการจัดทำงบปี 2565 ไปต่าง ๆ นานา อาทิ "อยู่คนละโลกกับประชาชนเจ้าของประเทศ" "ไม่ลืมหูลืมตา" "ไร้ทิศทาง-ไร้อนาคต" "ไร้สามัญสำนึก"
- รัฐบาลตั้งงบ 3.1 ล้านล้านบาท หั่นงบ 28 หน่วย ไม่เว้นกลาโหม-ส่วนราชการในพระองค์
- รัฐบาลคาดเงินกู้เพิ่มเติมวงเงิน 5 แสนล้านบาท ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5% ใน 2 ปี
- จากผู้นำรัฐประหารสู่นายกฯ พลเรือน 7 ปีของ พล.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับการ ยึด-ผ่อน-รวบ อำนาจ
- ศึกชิงวัคซีน ศบค. เป็น "ผู้คุม" ส่วน สธ. เป็น "คนรับออเดอร์"
- เปิดแผนรัฐจัดหาวัคซีน ตัวไหน มาเมื่อไร ใครจะได้ฉีดก่อนหลัง
ที่น่าสนใจคือ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและกำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ร่วมอภิปรายวิจารณ์กรณี สธ. ถูกตัดงบประมาณกว่า 4,338 ล้านบาท พร้อมบอกหัวหน้าพรรคตัวเองว่า "ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะครับ"
ชุดข้อมูลเศรษฐกิจในมือนายกฯ
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม นำเสนอหลักการในการจัดทำงบประมาณ ซึ่งลดลงจากปีก่อน 185,962.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.66% และเป็นการตั้งงบขาดดุลบัญชี 700,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปี 2564 มีโอกาสขยายตัวช่วง 2.5-3.5% และปี 2565 คาดว่าจะขยายตัว 4-5%

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยชุดข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อยู่ในมือเขา สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
- ประมาณการการจัดเก็บรายได้ปี 2565 ที่ 2,511,000 ล้านบาท ลดลง 10.26% จากปีก่อน เมื่อหักการจัดสรรภาษีมูลค่าเพิ่มให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) แล้ว เหลือรายได้สุทธิ 2,400,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 13.8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
- หนี้สาธารณะ 8,472,187 ล้านบาท คิดเป็น 54.3% ของจีดีพี (ณ วันที่ 31 มี.ค. 2564)
- เงินคงคลัง 372,784.3 ล้านบาท (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564)
- เงินสำรองระหว่างประเทศ 250,433.55 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ณ วันที่ 30 เม.ย. 2564) ซึ่งนายกฯ ระบุว่า "ถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง"
รัฐบาลกำหนดให้งบประมาณปี 2565 อยู่ภายใต้ 6 ยุทธศาสตร์หลัก และรายการค่าดำเนินการภาครัฐเช่นเดียวกับปีก่อน ๆ โดยมีการจัดสรรงบในนามของ "ความมั่นคง" 387,909.6 ล้านบาท คิดเป็น 12.5% ของงบแผ่นดิน
ผู้นำรัฐบาลยืนยันว่าจะเข้มงวดกวดขันในการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อป้องกันทุจริต และสามารถตรวจสอบได้ทั้งโดยองค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไปที่แจ้งข้อมูลมาได้
"หวังว่าสมาชิกทุกคนจะได้มีการพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน เพราะที่นี่คือประเทศไทย นี่คือทำเพื่อประชาชนคนไทยที่เราทุกคนต้องช่วยกันดูแล ก็ขอให้ใช้เวลาที่เรามีอยู่ 3 วันอย่างคุ้มค่าและสร้างสรรค์เพื่อวันนี้ และอนาคตลูกหลานของเราในภายภาคหน้า" พล.อ. ประยุทธ์กล่าวทิ้งท้ายการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ซึ่งใช้เวลารวม 1.30 ชม.
ส.ส. ฝ่ายค้าน-ภูมิใจไทย รุมถล่มปมตัดงบสาธารณสุข 4 พันล้าน
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ส.ส. หลายคนหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณของรัฐบาลคือ การปรับลดงบของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ครั้งแรกในรอบ 12 ปี เป็นวงเงินกว่า 4,338 ล้านบาท เหลืองบอยู่ที่ 153,940 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่เป็นด่านหน้าในการรับมือกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ตั้งแต่การคัดกรองเชื้อโรค, การจัดหาชุดตรวจเชื้อโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
หน่วยงานในสังกัด สธ. ที่ ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล ไม่เว้นกระทั่งพรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงมี 4 หน่วยงาน และ 1 กองทุน ที่ถูกตัดงบลงตั้งแต่ 1.3-11.8%
กรมควบคุมโรค ได้งบ 3,565 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท (คิดเป็น -11.8%)
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้งบ 1,245 ล้านบาท ลดลง 144 ล้านบาท (คิดเป็น -10.4%)
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้งบ 22.2 ล้านบาท ลดลง 1.2 ล้านบาท (คิดเป็น -5.1%)
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้งบ 1,377.7 ลดลง 1,286 ล้านบาท (คิดเป็น -6.6%)
กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้งบ 140,550 ล้านบาท ลดลง 1,815 ล้านบาท (คิดเป็น -1.3%)
ที่มา: บีบีซีไทยสรุปจากคำอภิปรายของ ส.ส. เพื่อไทย และก้าวไกล เมื่อ 31 พ.ค. 2564
ส.ส. พรรคภูมิใจไทยอย่างน้อย 3 คนคือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี, นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และนายวรศิษฎ์ เลียงประเสริฐ ส.ส.สตูล ได้ร่วมอภิปรายไม่เห็นด้วยกับการตัดงบ สธ. ทว่าพวกเขาจงใจขีดเส้นการวิจารณ์ที่ฝ่ายประจำคือ สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
นายภราดรกล่าวว่า ผิดหวังกับสำนักงบประมาณที่จัดสรรงบโดยไม่ตรงสถานการณ์ที่ประเทศเผชิญอยู่ทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ
นายชาดากล่าวตำหนิ 2 หน่วยงานรัฐว่า "ไม่ให้เกียรติพี่น้องประชาชน" และ "ไม่คำนึงถึงผู้ปฏิบัติงาน" ทั้งที่ สธ. เป็นคนดูแลประชาชนในสถานการณ์โควิด

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลกลุ่มนี้ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการกล่าวอ้างว่า สธ. ได้รับการจัดสรรงบให้ 45,000 ล้านบาท ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 1,000,000 ล้านล้านบาท เพราะ "ไม่ถูกฝาถูกตัว" และ "คาดหวังไม่ได้" อีกทั้งเมื่อตรวจสอบกลับพบว่าสามารถเบิกจ่ายได้เพียงครึ่งเดียวราว 20,000 ล้านบาท และแม้แต่เบี้ยเสี่ยงภัยที่จัดสรรให้แก่บุคลากรด้านสาธารณสุข 6,000 ล้านบาท ผ่านไปปีกว่าแล้ว แพทย์และพยาบาลก็ยังไม่ได้รับเบี้ยเสี่ยงภัย
"มันเหมือนท่านส่งทหารไปรบชายแดน สู้กับข้าศึก โดยไม่ให้อาวุธและสิ่งอำนวยความสะดวกไป แล้วบอกว่าจะยิงปืนใหญ่ไปสมทบ แล้วท่านคิดว่าศึกนี้ท่านจะชนะหรือครับ มันเป็นไปไม่ได้" นายชาดากล่าว
ส.ส. อุทัยธานี ผู้เป็นลูกพรรคของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สธ. ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่าหรือว่าวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ไม่รักนายอนุทินแล้ว ถึงตัดงบแบบนี้ "ผมก็อยากจะบอกว่าหัวหน้าครับ ถ้าเขาไม่รัก ก็กลับบ้านเราเถอะครับ ด้วยความเคารพครับ"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ก้าวไกลตรวจไส้ใน พบกองทัพตั้ง "งบอำพราง"
ในขณะที่ฝ่ายค้านเปรียบเปรย สธ. เป็น "นักรบโควิดที่ถูกส่งไปรบ แต่ถูกยึดอาวุธ" พวกเขายังพบว่ากระทรวงกลาโหมได้ตั้งงบขอจัดซื้ออาวุธเพิ่ม ซึ่งสะท้อนว่า "ไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชน" และ "ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญของปัญหา"
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภา ตั้งคำถามต่อการจัดสรรงบให้กระทรวงกลาโหมมากกว่า สธ. เกือบ 5 หมื่นล้านบาทว่า "เรากำลังต่อสู้กับโควิด จะเอายุทโธปกรณ์ไปต่อสู้หรืออย่างไร... ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้น นายกฯ ไม่ได้ยินเสียงประชาชนที่ร้องระงมเลยหรือ หรือคิดแค่รักษาอำนาจต่อไป เพื่อทำประโยชน์ให้พวกพ้อง"

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
เช่นเดียวกับนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่อภิปรายว่า รัฐบาลจัดงบขาดสามัญสำนึก ไม่รู้อะไรควรชะลอ อะไรควรจ่าย ประเทศเปรียบเหมือน "บ้านที่พ่อแม่ล้มป่วย ตกงาน แต่ลูกทรพียังตื๊อซื้อของเล่นให้ได้" สถานการณ์บ้านเมืองในวันนี้ อยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ประชาชนอยู่ท่ามกลางความเป็นความตาย ไม่รู้ว่าจะได้วัคซีน หรือฟอร์มาลีนก่อนกัน
ส.ส. ฝีปากกล้าจากพรรคก้าวไกลกล่าวต่อไปว่า การจัดทำงบปี 2565 นอกจาก " ไร้จิตสำนึกแล้วยังจงใจอำพราง หลอกลวงประชาชน" โดยแกล้งทำตัวเลขให้ภาพรวมลดลง แต่พอไปเจาะไส้ในกลับซุกซ่อน "โครงการที่น่าละอาย" อยู่เต็มไปหมด พร้อมยกตัวอย่างโครงการจัดซื้ออาวุธของ 2 เหล่าทัพที่ของบเพิ่มขึ้นจากปี 2564 เป็นวงเงินรวมกัน 2,678 ล้านบาท
กองทัพบก ภาพรวมปรับลดงบลงจากปีก่อน 6,603 ล้านบาท แต่เพิ่มงบโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ขึ้นอีก 1,805 ล้านบาท
กองทัพเรือ ภาพรวมปรับลดงบลงจากปีก่อน 1,130 ล้านบาท แต่พอเจาะเข้าไปดูโครงการเสริมสร้างจัดหายุทโธปกรณ์ มีงบงอกขึ้นมา 1,406 ล้านบาท
"พฤติกรรมแสร้งลดงบในภาพรวมเพื่ออำพราง แล้วไปแอบเพิ่มเพื่อซื้ออาวุธอย่างนี้ในสถานการณ์แบบนี้ งบแบบนี้มีสามัญสำนึกหรือไม่ เพราะเห็นกันอยู่ว่าประชาชนเขาขาดวัคซีน ขาดเตียง ขาดยา ขาดเครื่องช่วยหายใจ ไม่ได้ขาดปืนใหญ่ ไม่ได้ขาดรถถัง ไม่ได้ขาดรถยานเกราะ ไม่ได้ขาดอาวุธสงคราม ถามจริง ๆ ว่าไม่ซื้ออาวุธกันสักปีจะชักดิ้นชักงอกันหรืออย่างไร กองทัพถ้าจะทำเพื่อประชาชน ไม่ต้องไปสร้างภาพเอาน้ำยาไปพ่นตามโขดหิน ง่าย ๆ ตรง ๆ แค่ลดการซื้ออาวุธ ก็ช่วยเหลือประชาชนได้มากแล้ว" นายวิโรจน์กล่าว

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
ส.ส. พรรคก้าวไกลรายนี้ยังทดลองคำนวณด้วยว่า หากนำเงิน 2,678 ล้านบาท ไปแปลงเป็นการใช้จ่ายในทางสาธารณสุข จะได้ผล ดังนี้
- ซื้อวัคซีนไฟเซอร์ได้ 4.4 ล้านโดส ฉีดให้กับประชาชนได้ 2.2 ล้านคน
- ซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าได้ 22 ล้านโดส ฉีดให้กับประชาชนได้ 11 ล้านคน
- ตรวจเชื้อโควิดผ่าน RT-PCR ให้กับประชาชนได้ 1 ล้านคน
- ซื้อชุดปลอดเชื้อ (PAPR) ให้บุคลากรทางการการแพทย์ได้ 3 แสนชุด
- ซื้อยาฟาวิพิราเวียร์ได้ 22 ล้านเม็ด ช่วยชีวิตประชาชนได้ 4.46 แสนคน
ปรามาสฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" แค่วาทกรรม
การบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 คืออีกประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปรายโจมตีรัฐบาล เพราะเห็นว่าเป็นการจัดการที่ "ผิดพลาด" ทำให้ประชาชนไม่สามารถเลือกวัคซีนที่คิดว่าปลอดภัยสำหรับตัวเขาได้ และทำให้ประเทศมีวัคซีนจำกัด ขณะที่การกระจายวัคซีนก็ไม่หลากหลาย ไม่รวดเร็ว ไม่ทั่วถึง และไม่มีแผนการรับมืออย่างเป็นระบบ
นายวิโรจน์ชี้ว่า การจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ค่าใช้จ่ายที่ถูกที่สุดคือค่าใช้จ่ายในการป้องกัน ซึ่งราคาวัคซีนแอสตร้าฯ เข็มละ 120 บาท 2 เข็ม 240 บาท แต่พอฉีดล่าช้าเพราะ "แทงม้าตัวเดียว" ทำให้มีรัฐต้องมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วย และค่าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบซึ่งรัฐบาลจัดงบเยียวยาไปแล้วกว่า 700,000 ล้านบาท
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เห็นว่าการดำเนินการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เป็นที่ประจักษ์เรื่อง "ความล้มเหลว" โดยเฉพาะการกระจายวัคซีน ซึ่งเป็นผลจากการยึดอำนาจจาก สธ. ไปดูแลเอง และตั้งทหารที่ไม่มีความรู้เรื่องระบาดวิทยาควบคุมอยู่ใน ศบค.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เขาคาดการณ์ว่าการประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" เป็นเพียงวาทกรรมที่สวยหรู เพราะนายกฯ ไม่เคยบอกเลยว่าจะทำอย่างไร และจะรอดูว่าในวันที่ 7 มิ.ย. นี้ การฉีดวัคซีนแบบปูพรมด้วยวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจะทำได้จริง หรือจะเป็นโรคเลื่อน
"ถ้าวัคซีนไม่มา นายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค. โปรดแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกไปเสีย ประชาชนไม่เชื่อมั่นแล้ว ความคิดท่านเปลี่ยนไปตลอด เดี๋ยววอล์กอิน เดี๋ยวไม่วอล์ก เดี๋ยวให้ลงทะเบียน 'หมอพร้อม' เดี๋ยวไม่ลง" เลขาธิการพรรคเพื่อไทยกล่าว
พล.อ. ประยุทธ์ร่ายข้อมูล โต้จัดงบให้ กห. มากกว่า สธ.
อย่างไรก็ตาม พล.อ. ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องงบประมาณ ถ้ามองตัวเลขอย่างเดียว ก็ดูเหมือนไม่เป็นธรรม ไม่ตรงกับสถานการณ์ แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลมีเม็ดเงินรองรับเรื่องโควิดหลายส่วน โดยตั้งไว้ทั้งในงบประจำและเงินกู้ พร้อมปฏิเสธเสียงวิจารณ์เรื่องการตั้งงบให้กระทรวงกลาโหมมากกว่า สธ. ว่า "ไม่ใช่ข้อเท็จจริง"
นายกฯ ได้ไล่เรียงงบประมาณของ 3 กองทุนที่อยู่ภายใต้ สธ. ประกอบด้วย กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน และกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตั้งงบรวมกัน 141,741 ล้านบาท เมื่อรวมกับงบของ สธ. 153,940 ล้านบาท ทำให้มีงบประมาณด้านสาธารณสุขทั้งสิ้น 295,681 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับปี 2564 จึงลดลงเพียง 5,930 ล้านบาท หรือลดลง 1.7%

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เช่นเดียวกับประเด็นวัคซีนโควิด-19 ที่ พล.อ. ประยุทธ์ยืนยันว่ามีทั้งแผนหลัก แผนรอง แผนฉุกเฉิน และคาดว่าการส่งมอบวัคซีนตามกำหนดไม่มีปัญหา ทั้งวัคซีนที่จัดหาโดยรัฐบาลคือ วัคซีนซิโนแวค และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า รวมถึงวัคซีนทางเลือกที่ได้มีการดำเนินการได้แล้วผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
"ยืนยันว่าในเดือน มิ.ย. จะมีวัคซีนเข้ามาอย่างเพียงพอ ทั้งวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาและวัคซีนทางเลือก" นายกฯ กล่าว
ส่วนที่ฝ่ายค้านประกาศคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ในวาระแรก พล.อ. ประยุทธ์กล่าวกับสื่อมวลชนว่า "ก็เชิญเถอะครับ ก็เป็นธรรมดาอยู่แล้วแหละ เขาคงไม่โหวตให้ผมหรอก แต่ข้อสำคัญคิดถึงประชาชนกันบ้างหรือเปล่าว่าเขารออะไรอยู่"
"ส.ส. ตู้กระจก"
เมื่อ ส.ส. และ ครม. รวมกว่า 500 ชีวิตต้องมารวมตัวกันในห้องประชุมเดียวท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 1.5 แสนราย เฉพาะการระบาดระลอกที่สาม มีผู้ป่วยสะสมกว่า 1.3 แสนราย และเสียชีวิตสะสม 937 ราย จึงมี "กฎเหล็ก" จากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ให้นำมาตรการ "เว้นระยะห่าง" มาบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงเกิดภาพใหม่ ๆ ขึ้นกับสภาไทยยุควิถีใหม่ (New Normal) อาทิ
- จัดที่นั่งแบบเว้นระยะห่าง เก้าอี้เว้นเก้าอี้ ทั้งในส่วน ครม. ในฐานะผู้ชี้แจง และ ส.ส. ในฐานะผู้อภิปราย โดยประธานได้กำชับ ส.ส. บางคนที่ชอบมานั่งหลังผู้อภิปรายเพราะ "อยากออกทีวี" ให้นั่งแยกจากกัน และออกปากเตือนสมาชิกให้นั่งห่างกันเป็นระยะ ๆ หลังพบว่าบางคนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา
- ในระหว่างอยู่ในห้องประชุม ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า 100%
- ในระหว่างการประชุม ผ่อนปรนให้สมาชิกไปอยู่นอกห้องประชุมได้ เพื่อลดความแออัดในห้องประชุม
- ในระหว่างอภิปราย ต้องสวมหน้ากากหากประสงค์จะกดไมโครโฟนพูดจากที่นั่งของตนเอง แต่ถ้าใครไม่สะดวกสวมหน้ากาก ต้องไปอภิปรายที่ "แท่นตู้กระจก" ซี่งเป็นโพเดียมที่มีการติดตั้งอะคริลิกเป็นฉากกั้น โดยมี 2 จุดแยกกันระหว่างแท่นของ ครม. กับแท่นของ ส.ส. และเมื่ออภิปรายจบ ก็จะมีเจ้าหน้าที่เจ้าทำความสะอาดทั้งไมโครโฟนและโพเดียมทุกครั้ง ทั้งนี้ ส.ส. คนแรกที่ถอดหน้ากากอภิปรายผ่าน "แท่นตู้กระตก" คือนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พปชร. ขณะที่นายกฯ และ ส.ส. ส่วนใหญ่ได้อภิปรายภายใต้หน้ากาก
- ในการลงมติและนับองค์ประชุม กรมควบคุมโรคแนะนำว่าไม่ควรเกิน 15 นาที

ที่มาของภาพ, ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา









