งบ 2564 : สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วาระแรก ขณะที่ประยุทธ์โต้ข้อหา “ฉลาดน้อย” และ “ไม่เคยสั่งโง่ ๆ”

ที่มาของภาพ, Thai New Pix
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท ด้วยคะแนนเสียง 273 ต่อ 200 งดออกเสียง 3 เสียง ภายหลังเปิดอภิปรายกันมา 3 วัน ใช้เวลารวม 47 ชม.
ในการลงมติวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา หรือ 244 จากสมาชิกทั้งหมด 487 คน
จากนั้นได้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 จำนวน 72 คน ซึ่งปรากฏว่าพรรคก้าวไกลได้เสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมเป็น 1 ใน 6 กมธ. ในโควต้าพรรคด้วย
สภาล่างใช้เวลา 46 ชม. ในการอภิปรายงบประมาณปี 2564 ทั้ง 3 วัน โดยในช่วงเย็นของวันที่ 3 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงกลางสภาเป็นครั้งแรกของวัน เพื่อตอบโต้คำอภิปรายของ ส.ส.ฝ่ายค้าน โดยระบุว่าในการทำงานต้องมีการคิดตลอด
- งบ 2564 : ฝ่ายค้านข้องใจงบดับไฟใต้ เปลี่ยนชื่อโครงการ "ตบตาสภา" แต่ตั้งเป้า "ปรับทัศนคติ" ประชาชนตามเดิม
- งบ 2564 : 7 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ใช้งบแผ่นดิน 20 ล้านล้านบาท รัฐบาลรับเศรษฐกิจไทย "ไม่แน่นอนสูง-เสี่ยงต่ำกว่าคาดการณ์"
- งบ 2564 : รัฐบาลตั้งงบ 3.3 ล้านล้านบาท หั่นงบกลาโหม 3.71% เพิ่มงบส่วนราชการในพระองค์ 16.88%
"ผมไม่ได้คิดคนเดียว ไม่เคยอนุมัติให้ใครเป็นกรณีพิเศษ ในการเสนอแผนงานผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองทุกระดับ มีคณะกรรมการทุกคณะ ผมไม่เคยลงไปสั่ง ไม่เคยเรียกผลประโยชน์กับใคร ผมยืนยันได้ตรงนี้" และ "ผมไม่เก่งเท่าท่าน แต่ผมจริงใจ และจะพูดในสิ่งทำได้ เป็นวิสัยทัศน์ที่อาจจะถูกไม่ถูก แต่ต้องหาวิธีการทำ ถ้าไม่ได้ก็ปรับได้ ต้องมีมาตรการดำเนินการที่ถูกต้อง ไม่ใช่นายกฯ สั่งแบบ... ขออนุญาตใช้คำ 'โง่ ๆ' ออกไป แล้วคนที่เหลือต้องทำโง่ ๆ ตาม ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ยินดีปรับแก้และทำตามข้อเสนอ"

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
การชี้แจงของนายกฯ เกิดขึ้นหลังการอภิปรายของนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสร็จสิ้นลง โดย ส.ส.รายนี้ได้พูดถึงงบก่อสร้างถนนในภาคใต้และสนามบินตรัง ซึ่งไม่ควรเป็นไปในลักษณะ "มือใครยาวสาวได้สาวเอา" แต่ต้องเข้าใจระบบงบประมาณที่ดี พร้อมตั้งคำถามว่าผู้นำรัฐบาลมีความรู้ความเข้าใจในแผนบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์มากน้อยแค่ไหน และได้พิจารณาเหตุผลและความคุ้มค่าของโครงการด้วยหรือไม่ หรือใช้ความอยากอย่างเดียว
"การที่บอกว่าอยากให้เกิดเมืองใหม่ ผมเห็นด้วย แต่ที่ตั้งงบมามันไม่ใช่ อยากจะสร้างแต่ถนน จะกินหัวคิวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านบอกว่าถ้ารักประชาชนจริงต้องร่วมมือกับยุทธศาสตร์นี้ ผมรักประชาชนจริง แต่ก็เสียดายภาษีที่ท่านผลาญไป ดังนั้นท่านต้องเข้าใจเสียก่อน" นายสุรเชษฐ์กล่าว
คำอภิปรายของ ส.ส. รายนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์รู้สึกว่า "เป็นการพูดจาดูถูก เสียดสีสติปัญญา เหยียดหยาม" แต่เขาก็ยังฉีกยิ้มกลางสภา และยืนยันว่าไม่ได้โมโหใครเลย ยิ้มตลอดเวลา
"ผมไม่ใช่คนฉลาดน้อยที่จะทำอะไรผิดพลาดอย่างที่ถูกกล่าวหา จึงขอให้อย่าดูถูกสติปัญญากันมากนัก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ครม. ต้อง "ควักเวลา" พรรคร่วมฯ ให้ รบ. แจง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) จำเป็นต้อง "ควักเวลา" ของพรรคร่วมรัฐบาลมาใช้ในการชี้แจงข้อสังเกตของบรรดา ส.ส. หลังฝ่ายบริหารใช้เวลา 6 ชม. ตามที่ได้รับการจัดสรรจากคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) หมดลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (2 ก.ค.)
"ขอให้วิปรัฐบาลไปเจรจาจัดสรรเวลาของตัวเองใหม่ เพราะถ้าเวลาสำรองหมดลง ต่อให้นายกฯ อยากชี้แจง ประธานก็ไม่สามารถอนุญาตได้" นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ทำหน้าที่ประธาน แจ้งต่อที่ประชุมเมื่อกลางดึก
ต่อมาเวลา 11.30 น. ของวันที่ 3 ก.ค. นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่าได้เตรียมเวลาสำรอง 1 ชม. ไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงและสรุปในช่วงเย็น ส่วน ครม. เหลือเวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียงกุล เลขานุการประธานสภา ยอมรับว่านี่อาจจะเป็นครั้งแรก ๆ ในประวัติศาสตร์สภาที่ ครม. ใช้เวลาหมดก่อนการอภิปรายจะเสร็จสิ้นลง โดยคาดหมายว่าจะปิดอภิปรายได้ในช่วง 23.00 น.
"ระเบิดเวลา" และ "คนไทยไม่รอด"
สำหรับการอภิปรายงบประมาณ 2564 ในวันสุดท้าย บรรดา ส.ส. ยังพุ่งเป้าวิจารณ์การจัดงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) และการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจของรัฐบาลก็มีแนวโน้มผิดพลาด สุ่มเสี่ยงต่อการพาประเทศไปสู่ "หายนะทางการคลังในระยะยาว" หากการจัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยได้ย้อนผลงานการเก็บภาษีพลาดเป้าถึง 5 ปีงบประมาณ (2557-2561) ขึ้นมาตอกย้ำความไม่แม่นยำในการพยากรณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายเปรียบเปรยพฤติกรรมของรัฐบาลเหมือน "คนได้มรดกตกทอดมา" ทำให้มีทรัพย์สิน มีฐานะทางการเงินดี จึงเคยตัวกับการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมาตลอด 6 ปี พอวันนี้เจอวิกฤตเศรษฐกิจ ตัวเองแทบจะล้มละลายอยู่แล้ว แต่กลับไม่ยอมปรับตัว ยังใช้จ่ายเหมือนเดิม ไม่ยอมตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป
ส.ส.หญิงกล่าวต่อไปว่า การมีนายกฯ คนเก่า คิดแบบเก่า จัดทำงบประมาณแบบเก่า อาจได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเก่า เพราะประเทศกำลังเผชิญกับสึนามิทางเศรษฐกิจชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "ถ้ารัฐบาลใช้เงินไม่เป็น เงินจำนวนมหาศาลนี้ก็จะสร้างภาระหนี้ให้กับประชาชนเพิ่ม ซ้ำเติมเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข เป็นเหมือนระเบิดเวลา และอาจพาประเทศไปสู่การล้มละลายทางการคลังได้"
ขณะที่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) ประกาศไม่ขอตั้งฉายาให้กับร่างกฎหมายงบประมาณฉบับนี้ แต่ก็วิจารณ์ว่ารัฐบาลตั้งงบที่ไม่ถูกกาลเทศะ ประชาชนกำลังอดอยากปากแห้ง ไม่มีจะกิน แต่กลับมีการตั้งงบซื้ออาวุธ ซื้อเรือดำน้ำ ตามที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปแล้ว
นายมิ่งขวัญกล่าวด้วยว่า ในระยะเวลาไม่ถึง 7 เดือน รัฐบาลเอาเงินประชาชนไปใช้แล้ว 8,400,000 ล้านบาท ตั้งแต่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 วงเงิน 3,200,000 ล้านบาท, พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การเงิน 3 ฉบับ วงเงินรวม 1,900,000 ล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท ขณะที่การจัดเก็บรายได้ที่รัฐบาลประเมินไว้ที่ 2,677,000 ล้านบาท ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะรายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยว ทว่าขณะนี้สายการบินปิด โรงแรมปิด รถทัวร์ปิด ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเจ๊ง ถึงขนาดที่เจ้าของกิจการรถทัวร์นำเที่ยวต้องออกมาประกาศแจกรถฟรี ให้คนมารับไปผ่อนต่อ

ที่มาของภาพ, วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา
"ผมว่าคนไทยไม่รอดหรอกครับ เตรียมตัวกันให้ดีนะ ตอนวิกฤตปี 2540 เป็นเรื่องเล็กไปเลย รัฐบาลอยู่มาในรูปแบบจาก คสช. ถึงปัจจุบัน ท่านใช้เวลา 6 ปีกว่า ฉะนั้นวันนี้จะเป็นบทพิสูจน์สติปัญญาของรัฐบาลว่าคิดอะไรอยู่" ส.ส.ศม. กล่าว
นายมิ่งขวัญ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโตโยต้า ยังบอกด้วยว่าในอุตสาหกรรมกรรมยานยนต์ ถ้าใครทำงานไม่ได้ก็ต้องปลด หรือเรียกว่า "ย้ายมันไปแบกแหนบ ในเมื่อใช้สมองไม่ได้ ก็ต้องไปใช้แรงงาน" และได้กล่าวอวยพรรัฐบาล "ขอให้โชคดี" ส่งท้ายการอภิปราย
พล.อ.อนุพงษ์ลั่น "ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนกฎหมาย มีคุกรออยู่"
ส่วนนายวิสาร เตะชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พท. ให้ความสนใจกับการจัดงบของกระทรวงมหาดไทย วงเงิน 328,013 ล้านบาท ซึ่งเป็นกระทรวงอันดับ 2 ที่ได้รับการจัดงบสูงสุดรองจากกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเห็นว่าหลายรายการไม่จำเป็นกับภาวะปัจจุบัน พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ใช้ความกล้าหาญในการตัดงบบางรายการ "ถ้าเทียบประเทศไทยเป็นคนป่วยก็อาการโคม่า ถ้าเป็นมะเร็งก็ระยะที่ 4 แล้ว ถามว่าในภาวะเช่นนี้ การตั้งงบเหล่านี้ยังมีความจำเป็นหรือ"
หนึ่งในโครงการที่นายวิสารหยิบยกขึ้นมาอภิปรายคือ โครงการจัดซื้ออากาศยานปีกหมุน (เฮลิคอปเตอร์) เพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จำนวน 6 ลำ ซึ่งเป็นการขอก่องบผูกพันข้ามปีงบประมาณ 2562-2565 จึงอยากถามว่า ปภ. เป็นกองทัพหรือ จำเป็นต้องมีฝูงบินหรือ ถึงขณะนี้ ปภ. จัดซื้อไปแล้ว 2 ลำ มูลค่า 1,800 ล้านบาท ทว่าเมื่อตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ของบริษัทอื่น พบว่าจัดซื้อได้ในราคาถูกกว่านี้ และมีข่าวว่ามีคำสั่งจาก "ผู้มีอิทธิพลในส่วนกลาง" ให้ดำเนินการ และถ้าไปดูชื่อบริษัทที่ได้งานก็คือบริษัท ดาต้าเกต จำกัด ซึ่งเคยเป็นคู่สัญญากับกองทัพบกสมัยที่ พล.อ.อนุพงษ์เป็น ผบ.ทบ. จึงขอให้ยุติการจัดซื้อในอีก 4 ลำที่เหลือ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เกือบทันทีทันใด รมว.มหาดไทยลุกขึ้นชี้แจงว่าเหตุที่ต้องจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ ไม่ใช่เพราะ ปภ. จะตั้งฝูงบิน แต่ภารกิจป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ของพลเรือน ซึ่งทำได้ทั้งการขนน้ำไปเทดับไฟ และยังมีเครื่องฉีดน้ำเข้าไปดับเพลิงในตึก แต่ที่ผ่านมา ปภ. ไม่เคยมีเป็นของตัวเอง ต้องขอยืมเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่จัดซื้อมาแล้ว 2 ลำ เมื่อปีก่อนได้นำไปใช้ดับไฟป่าภาคเหนือ ส่วนอีกลำไปซ่อมบำรุงตามวงรอบ พอเกิดเหตุไฟไหม้ภูกระดึง จ.เลย ในช่วงเวลาเดียวกัน เราจึงต้องสูญเสียผืนป่าไป เพราะย้ายไปไม่ทัน ทั้งนี้ในการจัดซื้อ 6 ลำ ประเมินกันว่าจะใช้งานได้จริงเพียง 4 ลำเท่านั้น ส่วนอีก 2 ลำต้องสลับไปซ่อมบำรุงตามวงรอบ ส่วนบริษัทใดจะชนะการประมูลนั้น เป็นเรื่องของ ปภ.พิจารณา
"การจัดซื้อจะมีความโปร่งใสหรือไม่นั้น ผมยืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ส.ส. หรือท้องถิ่น ถ้าใครทำผิดก็ต้องโดนกฎหมาย มีคุกรออยู่ จึงควรทำให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการนี้ ไม่ใช่ไปพูดให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวังว่ามีแต่คนโกงทำอะไรก็ได้ ทั้งที่มีศาลอยู่ ที่ผ่านมาเห็นแล้วว่ามีผู้ใหญ่นายโตทั้งหลายมีคดีทั้งนั้น หนีกันก็เยอะ คงไม่ต้องพูดอะไร... บริษัทนี้ได้มาเพราะมีกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลก" พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำอภิปรายของ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และคำชี้แจงของ รมว.มหาดไทย เมื่อ 3 ก.ค. 2563










