You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ชายแดนใต้ : ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์เหตุรุนแรงในตากใบ 4 จุด สั่นคลอนความสำเร็จช่วงหยุดยิงรอมฎอน
เหตุโจมตีสถานีตำรวจน้ำตากใบ และเหตุขว้างระเบิดอีก 3 จุด ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นเหตุความรุนแรงครั้งแรก หลังสิ้นสุดช่วงเวลาที่รัฐบาลไทยและฝ่ายขบวนการบีอาร์เอ็น มีข้อตกลงรอมฎอนสันติสุข ในช่วงเดือนรอมฎอนที่ผ่านมา
"เป็นไปได้ว่ามีช่องว่างอะไรบางอย่างอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายใดก่อเหตุ อันนี้ก็ยังสรุปไม่ได้ แต่อาจจะมีเจตนาที่ทำให้ภาพของความสำเร็จช่วงเดือนรอมฎอนที่สามารถลดความรุนแรงได้ ถูกท้าทายขึ้นมา" ผศ. ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวกับบีบีซีไทย
ระยะเวลาของข้อตกลงความริเริ่มรอมฎอนสันติสุข หรือรอมฎอนสันติภาพ ที่มีการประกาศลดปฏิบัติการทางทหารระหว่างสองฝ่าย เกิดขึ้นในช่วง 3 เม.ย. - 14 พ.ค. โดยกลุ่มอิสระติดตามผลประกาศหยุดยิง (Independent Monitoring Team-IMT) รายงานภาพรวมว่า รัฐบาลไทยและแนวร่วมขบวนการบีอาร์เอ็น "มีความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ตามข้อตกลงได้เป็นอย่างดี"
เมื่อเวลา 21.20 น. เกิดเหตุกลุ่มกองกำลังไม่ทราบกลุ่มและจำนวน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขว้างระเบิดและอาวุธปืนยิงใส่สถานีตำรวจน้ำตากใบในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส คลิปวิดีโอที่มีผู้เห็นเหตุการณ์จากบริเวณตลาดนัดตาบาใกล้เคียงสถานีตำรวจน้ำ ปรากฏเปลวเพลิงจากการระเบิด และเสียงปืนที่ดังขึ้นจากการยิงปะทะ
ตำรวจ สภ.ตากใบ บอกบีบีซีไทยด้วยว่า เส้นทางที่จะไปยังสถานีตำรวจน้ำเต็มไปด้วยตะปูเรือใบ หลังจากนั้นได้เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.ตากใบอีก 3 จุด
พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรตากใบ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า คืนวันที่ 25 พ.ค. มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น 4 เหตุการณ์ ได้แก่
- เหตุขว้างระเบิดใส่สถานีตำรวจน้ำและการยิงปะทะระหว่างผู้ก่อเหตุและเจ้าหน้าที่ในสถานี ซึ่งเป็นทหาร เหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บ 4 ราย ได้แก่ ทหาร 1 นาย เจ้าหน้าที่ อส. รักษาดินแดน 2 นาย และชาวบ้าน 1 ราย ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว
- เหตุขว้างระเบิดที่ด่านปราบปราม ใกล้สถานีตำรวจน้ำ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- เหตุขว้างระเบิดที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ริมถนนตัดใหม่ 4084 พื้นที่ บ.ตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- เหตุขว้างระเบิดเสาไฟฟ้าที่ถนนวัวคลอง มีเสาไฟฟ้าเสียหาย 4 ต้น
ขณะสอบถามข้อมูลจาก พ.ต.อ. นราวี เมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพื้นที่
ด้าน ผศ. ดร. ศรีสมภพ แห่งศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่ตากใบเมื่อคืนวันที่ 25 พ.ค. ที่ผ่านมา ยังไม่รู้ว่าฝ่ายใดก่อเหตุ แต่ถือว่าเป็นเจตนาที่จะทำให้ภาพของความสำเร็จในช่วงความริเริ่มรอมฎอนสันติที่ถือว่าทั้งสองฝ่ายบนโต๊ะเจรจาลดความรุนแรงลงได้นั้น "ถูกท้าทาย"
ผศ. ดร. ศรีสมภพ กล่าวว่า ในช่วงเดือนรอมฎอน เหตุการณ์ความรุนแรงต่าง ๆ ลดลง จากการติดตามของฝ่ายประชาสังคม ซึ่งถือว่าการทำตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จ
"คาดว่าอาจจะเป็นผลจากความสำเร็จในช่วงเดือนรอมฎอน อาจจะมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ที่ต้องการให้มีปฏิบัติการบางอย่างที่จะชี้ให้เห็นว่าต้องทำงานหนักต่อไป ไม่ใช่ว่าทำได้แล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย"
ผศ. ดร. ศรีสมภพ ยังวิเคราะห์ด้วยว่า อาจเป็นไปได้ว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยอาจจะต้องการสื่อสารทางการเมืองไปยังกระบวนการเจรจาสันติภาพ โดยเชื่อว่า อีกไม่กี่วัน ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝ่ายขบวนการฯ จะออกมาพูดหรือแสดงความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่สายบุรีในช่วงเดือนรอมฎอน ที่กลุ่มพูโล ออกมายอมรับว่า เป็นกลุ่มผู้ลงมือก่อเหตุ
"เชื่อว่า ไม่ว่า บีอาร์เอ็น หรือพูโล หรือกลุ่มอะไร น่าจะแสดงตัวออกมา เพื่อให้เกิดความหมายในทางการเมือง"
ขณะที่รอมฎอน ปันจอ ภาคประชาสังคมในชายแดนใต้ เขียนบนเฟซบุ๊กหลังจากเหตุการณ์นี้ว่า "นี่เป็นจังหวะที่เหมาะสมอีกครั้งที่ #BRN จะออกมาสื่อสารอย่างเป็นทางการเรื่องเหตุที่ชายแดน #ตากใบ เมื่อคืน"
ผลการติดตามการหยุดยิงรอมฎอนระหว่างรัฐบาลไทยและบีอาร์เอ็น
รัฐบาลไทยและแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี (บีอาร์เอ็น) บรรลุข้อตกลงลดปฏิบัติการทางทหารในช่วงเดือนถือศีลอดหรือที่ทางการไทยเรียกว่า "รอมฎอนสันติสุข" โดยข้อตกลงลดความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครั้ง นับเป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่รัฐบาลไทยและฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบเปิดเจรจากันในสมัยรัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยข้อตกลงหยุดยิงครั้งแรกเกิดขึ้นช่วงเดือนรอมฎอนในปี 2556 แต่ครั้งนั้นมีการละเมิดข้อตกลงจากทั้งสองฝ่ายและมีเหตุรุนแรงเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้น
ในการหยุดยิงรอมฎอนครั้งนี้ กลุ่มอิสระติดตามผลประกาศหยุดยิง" หรือไอเอ็มที (Independent Monitoring Team-IMT) ได้เผยแพร่รายงานการติดตามกระบวนการการลดปฎิบัติการทางทหารระหว่างรัฐบาลไทยและบีอาร์เอ็น ครั้งที่ 3 ระหว่าง 3 เม.ย. - 14 พ.ค. 2565 พบว่า รัฐบาลไทยและบีอาร์เอ็น มีความพยายามในการควบคุมสถานการณ์ตามข้อตกลงได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีเหตุการณ์ที่ ประชาชนมีข้อห่วงกังวลเรื่องการลาดตระเวนและการเยี่ยมบ้านอดีตผู้ต้องสงสัย ผู้ต้องหาคดีความมั่นคง และการลาดตระเวนและการแสดงกำลังพลในที่สาธารณะยังคงมีอย่างสม่ำเสมอ
ข้อสังเกตในช่วงหยุดยิง ยังพบว่ามีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดจากขบวนการเคลื่อนไหว 2 ครั้งโดยกองกำลังที่ไม่ได้อยู่บนโต๊ะการพูดคุย และมีการควบคุมตัวเกิดขึ้น 1 ครั้งจากกรณีการกราดยิงโดยระบุว่าเกิดจากอาการหลอน
นอกจากนี้ในบริบททางการเมือง พบว่า มีการเรียกประชาชนเพื่อไปสอบถามเรื่องการสนับสนุนเพจพ่อบ้านใจกล้า 1 ครั้ง และมีการจัดกิจกรรมแสดงอัตลักษณ์มลายู 2 ครั้ง