ลาซาด้า ถูกกดดันหนัก หลังสามเหล่าทัพแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับโฆษณาล้อเลียนผู้พิการ ด้านประยุทธ์ ลั่น "รับไม่ได้"

ที่มาของภาพ, OPA Images/LightRocket via Getty Images
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีโฆษณาสินค้าของลาซาด้า ที่หลายฝ่ายระบุว่า "ก้าวล่วงสถาบันฯ" ว่า "รับไม่ได้" และขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายที่จะดำเนินการกรณีดังกล่าว
"เป็นเรื่องของการกระทำการถูกต้องหรือไม่ เรารับได้หรือไม่ สื่อรับได้หรือไม่ ถ้ารับไม่ได้ ผมก็รับไม่ได้ กฎหมายว่ากันไป" พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามผู้สื่อข่าว
พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า อะไรก็ตามที่เป็นเชิงสร้างสรรค์ของให้ช่วยกันขยาย ส่วนอะไรที่เป็นความขัดแย้ง เป็นข้อบิดเบือนก็ขออย่าไปเผยแพร่กันมากนัก
การแสดงความเห็นของนายกรัฐมนตรีช่วงบ่ายวันนี้ เกิดขึ้นหลังจากกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ต่างออกแสดงจุดยืนคัดค้านโฆษณาดังกล่าวของลาซาด้า ล่าสุดวันนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ออกมาขอความร่วมมือในการเลือกใช้และซื้อสินค้าและบริหาร จากการโฆษณาที่ใช้อาการป่วย ความพิการ หรือ ความบกพร่องของบุคคล มาเป็นส่วนประกอบในการนำเสนอเพื่อชักชวนให้ซื้อสินค้า เนื่องจากกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
- ลาซาด้าขอโทษ นายกฯ สั่ง ตร. สอบการตลาด "ก้าวล่วงสถาบันฯ"
- ศาลอนุญาตให้จำเลย 112 ไปเรียนต่อเยอรมนีได้
- ขบวนเสด็จ: ศาลให้ประกันตัวกลุ่ม "ทะลุวัง" คดี ม. 112 ทำโพลขบวนเสด็จ
- เกิดอะไรขึ้นกับไทยเวียตเจ็ท หลังปล่อยมุกวันเมษาหน้าโง่
- ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ : "ทหารคอแดง" ผู้จงรักภักดี ผงาดนั่งเก้าอี้ ผบ.ทบ. คนที่ 42
ด้านนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงการตรวจสอบเว็บไซต์และแพลตฟอร์มที่มีการนำเสนอโฆษณาด้านการตลาดในลักษณะที่ก้าวล่วงสถาบันฯ ของลาซาด้า และที่คล้ายกัน โดยระบุว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ซึ่งมีการดำเนินคดีแล้ว
นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงการยื่นคำร้องต่อศาลศาลเพื่อขอให้ปิดกั้นการเข้าถึงแพลตฟอร์ม รวมถึงการแชร์ผ่านยูทิวบ์ ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก โดยเบื้องต้นพบแล้ว 42 ยูอาร์แอล
กระแสความไม่พอใจต่อวิดีโอส่งเสริมการขายของบริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย ที่นำแสดงโดยกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเนื้อหามีลักษณะล้อเลียนผู้พิการ ขณะที่หลายคนมองว่าเข้าข่ายหมิ่นเบื้องสูง ทำให้เกิดกระแสการต่อต้านให้ยุติการซื้อสินค้าจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ในขณะนี้
ไม่เพียงแต่กลุ่มทางสังคมที่ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับผลิตสื่อที่เผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น แต่ผลของกระแส #BanLazada เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ที่ผ่านมา ยังขยายผลไปยังปฏิกิริยาจากฝ่ายความมั่นคงและรัฐบาล รวมทั้งธุรกิจเพื่อสังคมหลายรายที่มีธุรกรรมกับลาซาด้าอีกด้วย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นหน่วยงานล่าสุดที่ออกมาขอความร่วมมือในการเลือกใช้และซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย
พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวในเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ของ ตร. ได้ขอความร่วมมือพิจารณาไตร่ตรองการเลือกใช้สินค้าหรือบริการจากการโฆษณาหรือนำเสนอสินค้าในทุกรูปแบบที่ใช้อาการป่วย ความพิการ หรือ ความบกพร่องของบุคคล มาเป็นส่วนประกอบในการนำเสนอเพื่อชักชวนให้ซื้อสินค้า เนื่องจากกระทบต่อความรู้สึกของสังคมและเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
จากกรณีที่มีแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์แห่งหนึ่ง ได้ลงโฆษณาและเสนอเนื้อหาที่มีลักษณะล้อเลียนผู้ป่วย ความพิการหรือความบกพร่องของบุคคล จึงขอฝากให้ประชาชนใช้วิจารณญานในการรับชมและใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างเหมาะสม ซึ่งกรณีดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมไม่ควรยอมรับหรือปล่อยผ่าน โดยปกติแล้วเรื่องลักษณะแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นในอารยประเทศ รวมถึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ เจ้าของผลิตภัณฑ์ เจ้าของบริษัทโฆษณา เจ้าของสื่อในรูปแบบต่างๆ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ ช่วยคัดกรองโฆษณาหรือรูปแบบการนำเสนอที่ใช้การล้อเลียนความป่วย ความพิการหรือความบกพร่องส่วนบุคคลก่อนจะนำเสนอเพื่อชักชวนให้ซื้อขายสินค้า

ที่มาของภาพ, กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ทั้งนี้ โฆษก ตร. อธิบายเพิ่มเติมว่า การกระทำในลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(3) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และความผิดอื่นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ต.อ. กฤษณะ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องการโฆษณาหรือนำเสนอที่มีลักษณะล้อเลียน ส่อเสียด ถึงอาการป่วย ความพิการหรือความบกพร่องของบุคคล ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องของพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ซึ่งได้ประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(MDES) ในการปิดกั้นเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ที่มาของภาพ, TikTok/nara.aniwat700
ขณะที่นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อขอคำสั่งศาลให้ขอปิดกั้น ช่องทางที่มีการแชร์ ข้อมูล ผ่านทางสื่อออนไลน์ทั้งหมด รวมทั้งทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก ซึ่งหากแพลตฟอร์มดังกล่าว ทราบถึงการกระทำความผิด ก็สามารถที่จะปิดเองได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่ปิดก็จะทำให้กลายเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หากดำเนินการก็ถือว่าไม่เป็นผู้ร่วมกระทำความผิด
นายชัยวุฒิ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดขณะนี้คือบริษัทโฆษณารวมถึง ผู้ที่อยู่ในวงการประชาสัมพันธ์ โฆษณาต่างๆ ต้องมีจรรยาบรรณสมาคมวิชาชีพกำกับดูแล ซึ่งจะต้องมีการพูดคุยว่า การโฆษณาประชาสัมพันธ์จะต้องทำอย่างถูกกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม หรือ ทำให้สังคมเกิดความรู้สึกไม่ดี ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องกำกับดูแลร่วมกัน ซึ่งหากกระทำความผิดสุดท้าย ก็จะทำให้ธุรกิจของตนเองได้รับความเสียหายไปเอง
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ส่วนที่มีการสั่งห้ามส่งสินค้าที่สั่งผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว ในหน่วยงานต่างๆนั้น ก็ถือว่าเป็นการตอบโต้การกระทำที่ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียในทางที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดีในสังคมไทย ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณ ตักเตือนให้ทราบให้หยุดอย่าทำอีก และเป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจและต่างชาติได้เห็นว่า คนไทยไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ และอยากจะให้ต่างชาติเข้าใจในเรื่องนี้ด้วยเช่น
ทบ. สั่งให้หน่วยทหารทั่วประเทศงดสั่งสินค้าจากซาลาด้า
ช่วงบ่ายของ 9 พ.ค. สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานตรงกันว่า พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้สั่งการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกประจำวัน พร้อมสั่งให้หน่วยทหารทั่วประเทศ งดสั่งสินค้าจากลาซาด้ารวมถึงห้ามรถส่งสินค้าเข้ามาในพื้นที่หน่วยทหาร

ที่มาของภาพ, Thai news pix
อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวไม่ได้รวมถึงการสั่งห้ามกำลังพลในการสั่งซื้อสินค้า แต่หากมีการสั่งก็ให้ออกไปรับนอกพื้นที่หน่วยทหาร
บีบีซีไทยสอบถามไปยังบริษัท ลาซาด้า หลังจากกองทัพมีค่ำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ จากบริษัทอีคอมเมิร์ซชื่อดัง
ทร. ทอ. ไม่แรงเท่า ทบ.
ช่วงเย็นของวันที่ 9 พ.ค. พล.อ.ต. บุญเลิศ อันดารา โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า กองทัพอากาศ ขอความร่วมมือกำลังพลของกองทัพอากาศและครอบครัวกองทัพอากาศ ขอให้พิจารณาไตร่ตรองการสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นสิ่งที่กระทบต่อความรู้สึกของสังคม ไม่ให้เกียรติและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือเจ็บป่วย
ในเวลาต่อมา พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ในฐานะ โฆษกกองทัพเรือ แถลงว่า กองทัพเรือ มีความเป็นห่วงในการนำความบกพร่องของบุคคลอื่นมาล้อเลียน จึงขอให้ประชาชน ใช้วิจารณญานในการรับชม
"ทั้งนี้กรณีดังกล่าวนับว่าเป็นเรื่องที่สังคมไม่ควรยอมรับหรือปล่อยผ่าน โดยจะไม่เกิดขึ้นในประเทศที่ผู้คนมีจิตใจที่พัฒนาแล้ว จึงอยากขอให้ใช้วิจารณญานอย่างยิ่งยวดในการนำผู้ป่วย ผู้พิการ รวมถึงผู้ที่มีความอ่อนแอในด้านต่าง ๆ มาใช้ เพราะจะชี้นำทำให้สังคมคนไทยของเราตกต่ำ"
ดอยคำ-ดอยตุง-สวนจิตรลดา ร่วมปิดร้านออนไลน์ในลาซาด้า
นับตั้งแต่เกิดกระแสการต่อต้าน #BanLazada ขึ้นในวันที่ 5 พ.ค. ธุรกิจพันธมิตรที่จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มลาซาด้า หลายรายออกมายุติการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว ในวันที่ 7 พ.ค. โดยให้เหตุผลเพียงว่า "แจ้งปิดระบบเพื่อปรับปรุงร้านค้า" และ "ขอทบทวนช่องทางการจัดจำหน่าย" พร้อมกับแนะนำลูกค้าให้ใช้บริการที่แพลตฟอร์มอื่น ๆ แทน
ธุรกิจพันธมิตรดังกล่าว ประกอบด้วย ดอยคำ ดอยตุง และโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทั้งหมดแจ้งผู้บริโภคผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ติดตามแสดงความคิดเป็นแบบแบ่งปันข้อความจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, Facebok/@DoikhamFP

ที่มาของภาพ, Facebook/@RoyalChitraladaProject









