ม.112 : ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุญาตให้ รวิสรา เอกสกุล จำเลยคดีหมิ่นฯ ไปเรียนต่อเยอรมนี

tnp

ที่มาของภาพ, Thai news pix

คำบรรยายภาพ, น.ส.รวิสรา เอกสกุล บัณฑิตจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมัน ในการชุมนุมของกลุ่ม "ราษฎร" ที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563

ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไต่สวนคำร้องของ น.ส.รวิสรา เอกสกุล จำเลย ในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมันในการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อปี 2563 และอนุญาตให้เดินทางไปเรียนต่อในเยอรมนีได้ตามที่ร้องขอ

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยว่า คำสั่งของศาลในวันนี้ (1 เม.ย.) สรุปได้ว่า จำเลยไม่เคยผิดเงื่อนไขการประกันตัว พยายามสอบจนได้ทุนไปศึกษาต่อ อย่างไรก็ดี มีการ กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม และห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่เสื่อมเสียต่อสถาบันฯ และให้ส่งผลการเรียนให้ศาลทราบในแต่ละภาคการศึกษา และตั้งผู้กำกับดูแล 3 คน พร้อมทั้งมีหนังสือแจ้งให้เพิกถอนหนังสือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ

น.ส. รวิสรา เป็นหนึ่งในผู้ที่อาสาออกไปอ่านแถลงการณ์ของกลุ่ม "ราษฎร" เป็นภาษาเยอรมัน ระหว่างการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 โดยแถลงการณ์มีเนื้อหาเรียกร้องให้รัฐบาลเยอรมนีตรวจสอบการใช้อำนาจของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ในประเทศเยอรมนี

น.ส. รวิสรา ยื่นคำร้องขอเดินทางออกนอกประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.พ. จนถึงวันนี้ (1 เม.ย.) เธอได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้รวมทั้งสิ้น 7 ครั้ง เพื่อขอเดินทางออกจากราชอาณาจักรภายหลังได้รับทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมนี (DAAD) เมื่อต้นเดือน ก.พ.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าวันนี้ น.ส. รวิสรา แถลงต่อศาลว่า หากไปเรียนไม่ทันตามกำหนดในวันที่ 4 เม.ย. เธออาจถูกตัดสิทธิในทุนนี้ และไม่สามารถสอบชิงทุนนี้ได้อีกในปีหน้าแล้ว

การยื่นคำร้องครั้งล่าสุด น.ส.รวิสรา ได้ยื่นให้พี่สาวเป็นผู้กำกับดูแลที่เยอรมนี และเปลี่ยนตัวอาจารย์ที่เป็นนายประกัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการยกคำร้องหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งศาลระบุถึงเงื่อนไขประเด็นการรับรองเอกสารจากสถานทูตและการตั้งผู้กำกับดูแลจำเลย ทั้งในไทยและเยอรมนี โดยเปรียบเทียบกับจำเลยในคดีทางการเมืองของอดีตรัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความจากศูนย์ทนายฯ ชี้ว่า กรณีของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และอดีตแกนนำคณะบุคคลที่เรียกตัวเองว่า "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" (กปปส.) ถูกศาลอาญาชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก จำคุก 6 ปี 16 เดือน จากคดี กปปส. และอยู่ระหว่างอุทธรณ์ แต่ปรากฏภาพอยู่ที่ต่างประเทศกับครอบครัว ขณะที่ คดีของ น.ส.รวิสรา "อยู่ระหว่างนัดสืบพยานในปี 2566 ศาลยังไม่มีคำพิพากษาว่าเธอผิดหรือถูก"

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ผู้อาสาอ่านแถลงการณ์ถูกดำเนินคดี 112 และ 116

การชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563 ซึ่งผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนจากแยกสามย่านเดินไปถึงหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีบนถนนสาทร หลังจากไปถึงในช่วงค่ำ ตัวแทนผู้ชุมนุมได้ยื่นจดหมายถึงสถานทูต และมีการอ่านแถลงการณ์ เรียกร้องให้สหพันธรัฐเยอรมนีตรวจสอบการใช้อำนาจของกษัตริย์รัชกาลที่ 10 ขณะพำนักอยู่ที่แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยุบสภา

ผู้ร่วมชุมนุมที่มิใช่แกนนำได้ร่วมอาสาอ่านแถลงการณ์เป็นภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาเยอรมัน

ต่อมาในช่วงปลายปี 2563 แกนนำและผู้อ่านแถลงการณ์ทั้งหมดซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป นักศึกษา นักกิจกรรมทั้งสิ้น 13 คน ถูกตั้งข้อหาร้ายแรงตามมาตรา 112 ข้อหาหมิ่นสถาบันกษัตริย์ และมาตรา 116 ยุงปลุกปั่นกระด้างกระเดื่อง

อัยการสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 และศาลอนุญาตให้ประกันตัวจำเลยทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขประการหนึ่ง คือห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาตจากศาล

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ถือป้ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ หลังจากเดินขบวนจากสามย่านมาถึงสถานทูตเยอรมนีเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563

คำร้อง 7 ครั้ง กับเงื่อนไขประกันตัวคดี ม. 112

น.ส. รวิสรา ได้รับทุนจากศูนย์บริการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมัน (DAAD) สำหรับโปรแกรมเฮลมุต-ชมิดท์ ในระดับชั้นปริญญาโท หลักสูตรมหาบัณฑิตด้านการจัดการในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ออสนาบรีค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นทุนให้เปล่า เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

ในเดือนเดียวกัน นายเกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนี ได้ส่งหนังสือถึงรวิสรา เพื่อแสดงความยินดีที่ได้รับมอบทุนการศึกษาดังกล่าว หนังสือแสดงความยินดียังระบุด้วยว่า เอกอัครราชทูต เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การไปศึกษาต่อ ณ สหพันธรัฐเยอรมนีในครั้งนี้จะไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวผู้ได้รับทุนเท่านั้น แต่จะยังเป็น การนำประโยชน์กลับมาสู่ประเทศของผู้รับทุนด้วยเช่นกัน

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

คำบรรยายภาพ, ผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร" ถือป้ายเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ หลังจากเดินขบวนจากสามย่านมาถึงสถานทูตเยอรมนีเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2563

การยกคำร้องครั้งที่ 1 ศาลมีคำสั่งว่า การที่จำเลยขออนุญาตเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยอ้างว่าได้รับทุนในการศึกษาต่อเป็นการขอเดินทางในระยะที่ยาวนาน และกระทบกับวันนัดสืบพยานของศาลที่นัดไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงเห็นควรไม่อนุญาต

คำสั่งยกคำร้องครั้งที่ 2 ศาลชี้ว่า รวิสรา ยังไม่ผ่านการคัดเลือกว่าจะได้รับทุนหรือไม่ ส่วนการยื่นให้นายประกัน และบิดาเป็นผู้กำกับดูแลตามเงื่อนไข ศาลระบุว่า ทั้ง 2 คนอยู่ในไทย จึงเป็นการยากที่จะกำกับดูแลให้จำเลยปฏิบัติตามเงื่อนไขได้

ในการระบุเงื่อนไขที่ยกคำร้องในครั้งถัดมา จนถึงครั้งที่ 6 ศาลได้ระบุเกี่ยวกับการตั้งผู้กำกับดูแลจำเลย ในเยอรมนีและในไทยเพิ่มเติม และการรับรองเอกสารจากสถานทูตเยอรมนี ประเด็นผู้กำกับดูแลไม่เป็นไปตามระเบียบของศาลยุติธรรม จึงทำให้ น.ส.รวิสราต้องยื่นคำร้องต่อศาลหลายครั้ง โดยวันนี้ (1 เม.ย.) เป็นการไต่สวนคำร้องของเธอที่ยื่นเป็นครั้งที่ 7 ที่ยื่นเมื่อวันที่ 31 มี.ค.