ลาซาด้าขอโทษ นายกฯ สั่ง ตร. สอบการตลาด “ก้าวล่วงสถาบันฯ”

ก้าวล่วงสถาบัน

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ไม่สบายใจข่าวการผลิตคอนเทนต์การตลาดสื่อก้าวล่วงสถาบัน มอบหน่วยงานตรวจสอบ ตามกฏหมาย ย้ำคนไทยรัก และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นศูนย์รวมความรัก สามัคคี ของคนไทยทั้งชาติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งหลังมีข่าวการทำคลิปโปรโมทการตลาดของแพลตฟอร์มออนไลน์แห่งหนึ่งบนโซเซียลมีเดีย โดยบุคคลที่ถูกว่าจ้างมีการนำเสนอคอนเทนต์หมิ่นเหม่ต่อการก้าวล่วงสถาบัน ทำลายจิตใจประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เกิดกระแสต่อต้านจนมีการขึ้นแฮชแท็กแบนแพลตฟอร์มดังกล่าวบนโลกออนไลน์ ขณะนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) โดยจะมีการรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ ปอท. เพื่อตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิด และดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า คนไทยรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติประชาชนมาโดยตลอด แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทุกพระองค์ยังได้ทรงพระราชทานความช่วยเหลือแก่คนไทยทุกหมู่เหล่า ดังนั้น สถาบันพระมหากษัตริย์ จึงเป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจ และบ่อเกิดของความรัก ความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ

"ขอเตือนไปยังนักการตลาด อินฟูเอ็นเซอร์ และเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต่าง ๆ ให้ระมัดระวังในการนำเสนอเนื้อหา หรือการทำโปรโมทด้วยการนำรูปลักษณ์ บุคคล สถาบันที่คนไทยทั้งประเทศให้เคารพ รัก ถือเป็นการมิบังควร นอกจะทำให้คนไทยทั้งประเทศไม่พอใจ ยังเป็นการทำลายภาพลักษณ์ ชื่อเสียงแบรนด์และสุ่มเสี่ยงในการกระทำผิดตามกฎหมาย และการเอาคนเจ็บคนป่วยคนพิการมาล้อเลียนขัดหลักสิทธิมนุษยชนด้วย เชื่อผู้บริโภคไทยจะไม่สนับสนุนการตลาดที่ไม่สร้างสรรค์เช่นนี้" นายธนกร กล่าว

ธนกร วังบุญคงชนะ

ที่มาของภาพ, ทำเนียบรัฐบาล

คำบรรยายภาพ, โฆษกรัฐบาลเปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่สบายใจข่าวการผลิตคอนเทนต์การตลาดสื่อก้าวล่วงสถาบัน

ก่อนหน้านี้ลาซาด้า บริษัทอีคอมเมิร์ซชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประกาศ "ไม่มีนโยบายในการสนับสนุนเนื้อหาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการล้อเลียนพฤติกรรม หรือสภาพร่างกายของผู้ทุพพลภาพ" หลังกลุ่มคนเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ในไทยไม่พอใจโฆษณาชิ้นล่าสุด

แถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อช่วงดึกของ 5 พ.ค. ตามเวลาในไทย ระบุว่า บริษัทได้รับทราบถึงเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของ "นาราเครปกะเทย" และบริษัท อินเตอร์เซคท์ ดีไซน์ แฟคทอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อและประสานงานร่วมกับ KOL ในการผลิตคลิปวิดีโอดังกล่าว ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชนและต่อลาซาด้าแล้ว เพื่อรับผิดชอบต่อการเผยแพร่เนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในครั้งนี้

"การกระทำเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาดและขัดต่อค่านิยมของลาซาด้าในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ให้ความเคารพต่อกันและกัน" ลาซาด้าระบุ

ล่าสุด เช้าวันนี้ (6 พ.ค.) บริษัท ลาซาด้า ออกแถลงการณ์ขออภัยต่อความผิดพลาดที่เกิดจากการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาวิดีโอโดยอินฟลูเอนเซอร์ 'นาราเครปกะเทย' บนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้

"เราเข้าใจดีว่าเนื้อหาดังกล่าวสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจต่อสังคมและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ทันทีที่เรารับทราบถึงคลิปดังกล่าว เราได้มีคำสั่งให้ถอดคลิปดังกล่าวออกทันที เพราะเนื้อหาและข้อความเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการทำงานและความเชื่อของลาซาด้าในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ให้ความเคารพต่อกันและกัน และไม่แบ่งแยก" ส่วนหนึ่งของข้อความในแถลงการณ์ระบุ

TikTok/nara.aniwat700

ที่มาของภาพ, TikTok/nara.aniwat700

แม้ว่าทางบริษัท อินเตอร์เซคท์ ดีไซน์ แฟคทอรี่ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนที่ดูแลการจัดการด้านอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงคุณนาราเอง จะได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชน เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมแล้วก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงในครั้งนี้เป็นผลมาจากความไม่รอบคอบของทางลาซาด้าอย่างปฏิเสธไม่ได้ หากเนื้อหาในวิดีโอดังกล่าวได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน วิดีโอนี้จะไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างเแน่นอน เนื่องจากมีเนื้อหาที่ขัดต่อหลักการที่ลาซาด้ายึดถือ

ลาซาด้าขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อความผิดพลาดและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อสังคม รวมถึง ลูกค้า ผู้ขาย และพาร์ทเนอร์ และพร้อมจะปรับปรุงการทำงานและกระบวนการให้รัดกุมยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ลาซาด้า

ที่มาของภาพ, Lazada

ก่อนหน้านี้ ในวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก Intersect Design Factory ชี้แจงว่า บริษัท อินเตอร์เซคท์ ดีไซน์ แฟคทอรี่ จำกัด ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัท LAZADA ให้เป็นผู้ประสานงาน และติดต่อจัดทำคลิปประชาสัมพันธ์กิจกรรม LAZADA 5.5 โดยหนึ่งในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกไปผ่านทางบัญชี "นารา เครปกะเทย" เมื่อ 4 พ.ค. ได้เสนอภาพที่ไม่เหมาะสมและกระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่ได้รับชมคลิปดังกล่าว

"ในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อและประสานงานแต่เพียงผู้เดียว มีความเสียใจเป็นอย่างมาก ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขออภัยต่อความรู้สึกของคนในสังคม และ บริษัท LAZADA ถึงความเสียหายที่เกิดขึ้น"

บริษัทยืนยันว่า "ไม่ได้มีความตั้งใจหรือเจตนาอื่นใดในการ ล้อเลียนพฤติกรรมหรือสภาพร่างกาย หรือเชื่อมโยงพาดพิงถึงบุคคลและสถานการณ์ต่าง ๆ"

Intersect

ที่มาของภาพ, Handout

ลำดับเหตุการณ์

#แบนลาซาด้า ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ไทยช่วงเย็นของ 5 พ.ค. หลังผู้ใช้งานโลกโซเชียลจำนวนหนึ่งไม่พอใจโฆษณาของแอปพลิเคชันขายสินค้าออนไลน์รายนี้ ซึ่งพวกเขาบอกว่ามีเนื้อหา "หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์"

"LAZADA นำกลุ่มบุคคลที่มีทัศนคติที่เป็นภัยต่อสถาบันฯ มาเป็น presenter ในการทำการตลาด ดังนั้นกลุ่มพสนิกรปกป้องสถาบัน จึงขอไม่สนับสนุนตราสินค้านี้ในทุกรูปแบบ" ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully สังคมออนไลน์ (ศชอ.) ระบุไว้ทางบัญชีทวิตเตอร์ พร้อมใช้ แฮชแท็ก #BanLAZADA

นอกจากนี้ทางทวิตเตอร์ยังมีแฮชแท็ก "แบนลาซาด้า" #banlazada #แบนLazada #แบนLazada

ในวิดีโอที่เผยแพร่ทางแอปฯ ติ๊กต๊อก นำ "นารา เครปกะเทย" หรือ อนิวัต ประทุมถิ่น ร่วมกับ "หนูรัตน์" ธิดาพร ชาวคูเวียง โดยมีลักษณะการพูดคุยเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่นาราแสดงเป็นลูกของหนูรัตน์ที่นั่งอยู่บนรถเข็น ซึ่งวิดีโอนี้ถูกกลุ่มคนรักสถาบันฯ มองว่าทำเกินไปหรือไม่ เป็นการทำร้ายจิตใจ และเหยียดหยามผู้พิการ

ภายใต้แฮชแท็กเหล่านั้น มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นตำหนิวิดีโอ นักแสดง และลาซาด้า พร้อมกับชักชวนให้เลิกซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านบริษัทนี้ หรือ ถอนการติดตั้งแอปฯ ออกจากโทรศัพท์

"ยกเลิกบัญชี ลบแอพ เรียบร้อย ในเมื่อเลือกทำการตลาดแบบนั้น ฉันก็เลือกทาง แบบนี้ บาย #banlazada" บัญชีที่ชื่อ "ชายแม้น" ทวีตไว้

ด้าน ศชอ. ทวีตเมื่อกลางดึก 5 พ.ค. ว่าจะไป "ทวงถามความรับผิดชอบ" จากลาซาด้า

ลาซาด้ามียักษ์ใหญ่จีน คือ อาลีบาบาเป็นบริษัทแม่ ดำเนินธุรกิจอยู่ใน 6 ประเทศในอุษาคเนย์ คือ ไทย เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปนส์

ตามข้อมูลจาก ipricethailand.com นับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2563 จนถึงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 ลาซาด้ามีตัวเลขผู้เข้าไปเยือนเว็บไซต์ในประเทศไทยเกินกว่า 32 ล้านครั้ง/ไตรมาส

Twitter ศชอ.

ที่มาของภาพ, Twitter ศชอ.

Twitter

ที่มาของภาพ, Twitter

ก่อนหน้านี่ นาราได้โพสต์วิดีโอโฆษณาซีรัม ที่มีตัวเอง หนูรัตน์นั่งรถเข็น และ กิตติคุณ ธรรมกิติราษฎร์ เจ้าของเพจ "มัมดิวไดอารี่" ร่วมแสดงด้วย

กิตติคุณโพสต์ทางเพจเฟซบุ๊ก เมื่อ 4 พ.ค. ว่าได้ไปร่วมงานรีวิว และถ่ายผลิตภัณฑ์ ให้ กับ นารา เครปกะเทย โดยนาราเชิญให้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ และเชิญไปถ่ายรูปกับผลิตภัณฑ์

TikTok/nara.aniwat700

ที่มาของภาพ, TikTok/nara.aniwat700

กลุ่มคนรักสถาบันฯ ยื่นร้องเรียนลาซาด้า

ตัวแทนจากศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน(ศปปส.) และกลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบันฯ เดินทางมายื่นหนังสือและขอความชัดเจนจากผู้บริหารของบริษัท Lazada Thailand กรณีมีการนำเสนอโฆษณาส่งเสริมการขายของ Lazada ในผลิตภัณฑ์หนึ่ง ซึ่งมีเนื้อหาหมิ่นเหม่เป็นการล้อเลียนสถาบันฯ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์

ผู้แทน บ. ลาซาด้า ลงมารับหนังสือ แต่กลุ่มฯ เรียกร้องให้ผู้บริหารที่มีอำนาจลงมารับทราบเรื่อง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ผู้แทน บ. ลาซาด้า ลงมารับหนังสือ แต่กลุ่มฯ เรียกร้องให้ผู้บริหารที่มีอำนาจลงมารับทราบเรื่อง

ขณะที่การยื่นหนังสือในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ทางบริษัท ลาซาด้า ได้ส่งตัวแทนมารับหนังสือ แต่ทางกลุ่มฯ ยืนยันว่าต้องการยื่นหนังสือผ่านผู้บริหารที่มีอำนาจเพื่อขอทราบเหตุผลในการทำการตลาดดังกล่าวเท่านั้น และกำหนดเวลาให้ผู้บริหารของบริษัท Lazada มารับหนังสืออีกครั้ง

ตัวแทนกลุ่มฯ ฉีกหนังสือทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชน หลังจากผู้บริหารไม่ได้ลงมารับหนังสือตามที่กลุ่มร้องขอ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix

คำบรรยายภาพ, ตัวแทนกลุ่มฯ ฉีกหนังสือทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชน หลังจากผู้บริหารไม่ได้ลงมารับหนังสือตามที่กลุ่มร้องขอ

อย่างไรก็ตาม เมื่อครบตามเวลาแล้วไม่มีตัวแทนมารับหนังสือดังกล่าว ตัวแทนกลุ่มจึงฉีกหนังสือทิ้งต่อหน้าสื่อมวลชน จากนั้นจะเดินทางไปที่ศาลหลักเมือง พร้อมยืนยันว่าจะรณรงค์แบนการซื้อขายสินค้าผ่านลาซาด้าต่อไป

นารา กับคดีในอดีต

ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่า เมื่อ18 ส.ค. 2564 ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1592/2564 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์ นายอนิวัต อายุ 21 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐาน ร่วมกันประกาศ โฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรง หรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ซึ่งมิได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. การพนันฯ โดยจำเลยให้การรับสารภาพ

คดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ยื่นฟ้องว่า ระหว่าง 25 พ.ค. 2564 ถึง14 มิ.ย. 2564 จำเลยกับพวกซึ่งหลบหนี ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้ร่วมกันประกาศโฆษณา ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน โดยจำเลยได้เผยแพร่คลิปวิดีโอชื่อ "นาราซื้อทองหลักแสนให้แม่" ผ่านทางช่องยูทูบของจำเลยชื่อ "นารา เครปกะเทย" ที่มีการลงโฆษณาชักชวนให้เล่นพนันออนไลน์ทางเว็บไซต์ และจำเลยกล่าวถ้อยคำมีข้อความว่า "นาราก็เล่นเว็บนี้เลยค่ะ เว็บนี้นะคะเป็นเว็บเกมที่เล่นง่าย"

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง และจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุก 6 เดือน และปรับ 2,500 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ จำนวน 4 ครั้ง ภายในกำหนด 1 ปี

ไทยเวียตเจ็ทแอร์ กับ วันเมษาหน้าโง่

ก่อนหน้านี้ ศชอ. นัดรวมพลเพื่อทวงถามความรับผิดชอบของผู้บริหารสายการบินไทยเวียตเจ็ทแอร์ (Thai Vietjet Air) ที่สำนักงานในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อ 4 เม.ย. หลังบัญชีทวิตเตอร์ของสายการการบิน @ThaiVietjet โพสต์เมื่อ 1 เม.ย. หรือวันเมษาหน้าโง่ (April Fools' Day) ระบุว่าสายการบินมีเที่ยวบินจากน่านไปยังมิวนิคของเยอรมนี

เนื้อหาในโพสต์ของทวิตเตอร์ @ThaiVietjet ในวันเมษาหน้าโง่ ซึ่งแบรนด์สินค้าต่าง ๆ มักจะเผยแพร่เนื้อหาในเชิงหยอกเย้าที่ไม่ได้เป็นความจริง มีข้อความว่า "เปิดเส้นทางใหม่ น่าน-มิวนิค เริ่มต้น 1,010 บาท/เที่ยว*" พร้อมข้อความว่า "เส้นทางใหม่ รับเดือนเมษายน"

ต่อมาทางสายการบินได้แถลงการณ์ขออภัย และระบุว่าฝ่ายบริหารของสายการบินฯ มิได้ให้ความเห็นชอบ หรือมีนโยบายสนับสนุนให้เผยแพร่เนื้อหาออนไลน์ในลักษณะดังกล่าว โดยได้สั่งการให้มีการลบโพสต์ดังกล่าวทันทีที่ทราบ

ภาพเนื้อหาออนไลน์ของไทยเวียตเจ็ตที่เพจศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. นำมาเผยแพร่ต่อ

ที่มาของภาพ, facebook/ศชอ.

คำบรรยายภาพ, ภาพเนื้อหาออนไลน์ของไทยเวียตเจ็ตที่เพจศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ. นำมาเผยแพร่ต่อ